ประตูสู่การลงทุนเพิ่มมูลค่าเงินออมให้มากขึ้น บนพื้นฐานความเข้าใจแบบมืออาชีพที่ให้ความรู้คู่การลงทุน
วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2556
Wealthstation Guide 1.2.56
ทิศทางราคาทองย่อตัวมาอยู่แนวย่อยที่ 1658 - 1660
การย่อตัวหลุด 1668 และ 1665 ลงมาดูไม่ดีนัก ยังต้องลุ้นในวันนี้ทั้งวันครับ
1. ลุ้นว่าเช้านี้จะหลุด 1658 ไหมถ้าหลุด ต้องไปกางมุ้งรอที่ 1652 1643 1635
2. ถ้าเช้านี้มีรีบาวด์ได้เป้ารีบาวด์ที่ 1665 1668 1672 รีบาวด์แล้วยืนได้เหนือ 1665 หรือเปล่า
อาจมีรีบาวด์ได้บ้างในเช้านี้แต่สำคัญที่ยืนเหนือแนวหนุนที่ควรจะเป็นได้ไหม พร้อมทั้งตัวเลขการจ้างงานที่เป็นประเด็นหลักต่อราคาทองในคืนนี้ครับ
วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2556
มามั่ง/ไม่มามั่ง by นักขายหมูขอรับ(31.1.56)
กลุ่มเมฆในรายวันและเส้นในเมฆรายสัปดาห์เตือนว่า 1690-1695 เป็นจุดสำคัญ สอดคล้องกับระดับ neckline ของ triple bottom หรือจะมองว่าเป็น inverted head & shoulder ก็ตามแต่
ทำให้อ่านได้ 2 ลักษณะ
1. ผ่าน 1695 ได้ ก็ระเบิดขึ้นสู่เป้าหมาย 1750-1765
2. อ่อนตัวโดยไม่ขึ้นทดสอบ 1695 ก็จะแกว่งทำฐานกันอีกพักหนึ่ง โดยรอลุ้นขาขึ้นขาลงกันใหม่
แต่ผมก็ยังคง bias ต่อตรุษจีนเอฟเฟคท์ เพราะไม่รู้ว่าต้นปีจะมีเทศกาลหาเรื่องให้ทองขึ้นได้อีกตอนไหน ฉะนั้น ใครที่กัดฟันเก็บแถว 1650-1660 มาได้ ก็น่าลุ้นถือไปเรื่ีอย ๆ รอทำรอบตอนขึ้นทดสอบ 1690-1695 แล้วค่อยตัดสินใจก็ได้
ทำให้อ่านได้ 2 ลักษณะ
1. ผ่าน 1695 ได้ ก็ระเบิดขึ้นสู่เป้าหมาย 1750-1765
2. อ่อนตัวโดยไม่ขึ้นทดสอบ 1695 ก็จะแกว่งทำฐานกันอีกพักหนึ่ง โดยรอลุ้นขาขึ้นขาลงกันใหม่
แต่ผมก็ยังคง bias ต่อตรุษจีนเอฟเฟคท์ เพราะไม่รู้ว่าต้นปีจะมีเทศกาลหาเรื่องให้ทองขึ้นได้อีกตอนไหน ฉะนั้น ใครที่กัดฟันเก็บแถว 1650-1660 มาได้ ก็น่าลุ้นถือไปเรื่ีอย ๆ รอทำรอบตอนขึ้นทดสอบ 1690-1695 แล้วค่อยตัดสินใจก็ได้
Wealthstation Guide 31.1.56
The Federal Reserve, saying economic growth had "paused" in recent months, announced Wednesday it will continue its $85 billion monthly bond buying and hold interest rates near zero until unemployment falls to at least 6.5 percent.
เป็นสรุปข่าวเฟดเมื่อคืนครับ ว่าอัตราดอกเบี้ยและการเข้าซื้อพันธบัตรจะขึ้นกับตัวเลขการจ้างงาน โดยเลี่ยงที่จะกรอบเวลาให้ชัดเจน ว่าปลายปีนี้หรือกลางปีหน้า ทำให้ในแต่ละเดือนยังต้องตามลุ้นตัวเลขการจ้างงานต่อไป โดยคืนที่มาการจ้างงานภาคเอกชน + 192,000 ตำแหน่ง ยังต้องตามตัวเลขสำคัญในวันศุกร์อีกวันเพราะอาจขัดแย้งกันเหมือนเดือนก่อนได้ครับ
โดยเทคนิคแล้ว ราคาทองควรจะยืนเหนือ 1665 - 1668 ในวันนี้เพื่อทำทรงขึ้นต่อครับ ถ้าหลุดแนวนี้ก็ให้ระวังหลุดยาวอยู่ครับ แต่โดยรวมถ้าสามารถปิดสัปดาห์ที่ระดับราวๆ นี้ได้ จะสวยและอาจเป็นจุดเริ่มต้นการขึ้นในช่วงเดือนข้างหน้าได้ครับ
แนวต้าน 1684 1686 1692
แนวหนุน 1665 1668 1673
วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2556
Wealthstation Guide 30.1.56
ทิศทางราคาทองฟื้นตัวมาอยู่เหนือระดับ 1660 ได้ในวันที่ผ่านมาคืนนี้สำหรับผมถือว่าสำคัญที่สุดในสัปดาห์นี้ ช่วงเวลาราวตี 2 ของคืนนี้เฟดจะออกมให้ความเห็นต่างๆ ซึ่งจะส่งผลต่อทองมากกว่าสินทรัพย์อย่างอื่น ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง
ประเด็นที่สร้างความกังวลคือระยะเวลาที่จะยังคงทำคิวอี จะบอกชัดเจนหรือฝากไว้กับตัวเลขการจ้างงานเหมือนเดิม ประเด็นเรื่องอัตราดอกเบี้ย จะยังคงตามนโยบายเดิมที่จะคงไว้จนถึงต้นปีหน้าเป็นอย่างน้อยหรือเปล่า
ความไม่แน่นอนของเงื่อนเวลาในการที่จะเปลี่ยนแปลงนโยบายพวกนี้น่าจะเป็นประเด็นที่ต้องตามไปจนถึงสิ้นปีกันเลยครับ เพราะเราอยู่บนช่วงเวลาที่ "งวด" เข้าทุกทีแล้ว ถ้านับตั้งแต่ 2008 - 2009 นี่ก็จวนจะ 5 ปีแล้วครับที่อัตรา Fed Fund Rate อยู่ระดับต่ำสุดนี้ แน่นอนครับว่าไม่ต่ำสุดตลอดไปต้องถึงเวลาปรับขึ้นซักวัน
แนวต้าน1665 1672 1675
แนวหนุน 1658 1655 1652 1645
หลุด 1655 ไปเจอแนวใหม่ลึกกว่าเดิมที่ 1645
ยืน 1665 ได้ขึ้นทดสอบ 1675และถ้าไม่หลุด 1665 หลังเฟดประกาศมีีลุ้นไปถึง 1685 1690
วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2556
Mainframe 29.1.56
สัปดาห์นี้มาเจอกันเร็วกว่าทุกครั้งเนื่องจากผมติดค้าง การตอบคำถามลูกค้าท่านนึงที่ถามเข้ามาและกลางสัปดาห์นี้มีประเด็นหลักรวมไปถึงปลายสัปดาห์ที่จะมีตัวเลขที่จะชี้ทิศทางของทั้งเดือนเข้ามาครับ
เริ่มที่เรื่องแรก ค่าเงินบาท
เรื่องค่าเงินบาทดูจะฮอตฮิตขึ้นมาเป็นคำถามในงานสัมมนาที่ผมเข้าร่วมทุกครั้งเลย ผมว่าช่วงนี้ผมต้องหาแนวต้านมาให้ใช้ และยังไม่ลืมนะครับที่มันจะแข็งขึ้นในอนาคต ซึ่งภาพรวมทั้งปีมีโอกาสทีเราจะเห็นค่าเงินบาแข็งไป 28 -28.25 ครับ
จากในรูปเป็นแนวต้านตามแนวการฟอร์มตัวของมันในช่วงที่ผ่านมาครับ แนวหลักจะเป็น 30 บาทและ 30.2 ส่วนตัวผมมองว่าไม่น่าอ่อนลงไปกว่า 30.3 ครับ
เรื่องที่สองมาพูดถึงทรงราคาทองกันนิดนึงครับ
ทรงราคาทองช่วงนี้พาลให้ผมนึกถึงทรงตอนที่ราคาทองอยู่ 1700 - 1705 ครั้งแรกหลังจากไปสูงสุดที่ 1797 การลงมาแตะแนวรับสำคัญอย่าง 1700 แล้วทองไม่เด้งตัวอย่างที่ควรจะเป็นเหมือนกับตอนนี้ที่ลงมาแตะแนวรับหลักอย่าง 1650 แล้วไม่เด้งตัวอย่างที่ควรทั้งที่มีสัญญาณบวกระยะสั้นเข้ามาครบ
คราวนั้นทองฝืนตัวขึ้นทดสอบ 1715 1720 แล้วก็ทิ้งตัวหลุด 1700 ในเวลาต่อมา คราวนี้ก็เช่นกันอาจเด้งตัวไปได้บ้างแล้วลงมาทำจุดต่ำใหม่ที่ต่ำกว่าเดิมหรือบริเวณ 1625 1635 หรือต่ำกว่านั้น
เรื่องที่สาม วันพุธนี้จะมีตัวเลขการจ้างงานและวาระการประชุมของเฟดที่เราจะต้องมาตามดูตามฟังว่าเค้าจะให้แนวทางดอกเบี้ยไว้อย่างไร เดิมทีเค้าว่าไว้คือตรึงดอกเบี้ยต่ำสุดนี้ไว้จนถึงปี 2014 แต่มีการมีโอกาสปรับดอกเบี้ยขึ้นอย่างเร็วเป็นปลายปีนี้ จะทำให้ทองปรับตัวลงจากจุดนี้ได้ เพราะเดิมทีปัจจัยเดียวที่เรายังหวังถึงการปรับตัวขึ้นของทองคืออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ กำลังจะถูกบั่นทอนลงอีกครั้ง
สำหรับตัวเลขการจ้างงานที่จะประกาศในวันพุธนี้กับศุกร์นี้ มาเร็วพอควรเนื่องจากศุกร์แรกของเดือนเป็นวันที่ 1 ทำให้ยังไม่ทันหมดเดือนมกราคมก็ต้องมาสรุปตัวเลขประจำเดือนกันเลย จำได้ไหมครับ ตัวเลขการจ้างงานเป็นตัวบอกทิศทางในเดือนนั้นทั้งเดือน อาจมีบ้างในปีก่อนที่ไม่มีความสำคัญแต่กับเวลานี้สำคัญที่สุดแล้วครับ เพราะมาตรการทางการเงินของเฟดผูกไว้กับตัวเลขการจ้างงานชัดเจน ถ้าออกมาดี ทองมีสิทธิ์ที่จะลงไปเล่นกรอบล่างซึ่งเป็นแนวเดิมก่อนที่จะมีเรื่องคิวอีเข้ามาเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่ในทางกลับกันถ้าออกมาไม่ดีต่อเนื่อง ก็มีสิทธิที่ทองจะฟื้นตัวได้บ้างครับ
เรื่องที่สี่ เที่ยวนี้ผมขอเสริมวิธีการดู RSI เนื่องจากมีลูกค้าถามเข้ามา และสามารถอธิบายได้ไม่กี่บรรทัดจบครับ
RSI ชื่อเต็ม Relative Strength Index
เป็นการหาค่าความสัมพันธ์อย่างหนึ่ง ด้วยข้อสังเกตที่ว่า "เมื่อราคาปรับตัวขึ้นมาซักระยะมันจะมีการพักตัวเนื่องจากมีการซื้อติดต่อกันมาซักระยะนึงแล้ว" เป็นการแปลงค่าทางอารมณ์ออกมาเป็นค่าทางตัวเลขโดยเอาส่วนต่างทีเป็นบวก เป็นตัวตั้งและส่วนต่างที่เป็นลบเป็นตัวหาร เมื่อบวกมากกว่าลบค่า RSI ก็ขยับขึ้น
ค่าของ RSI ที่เราดูนั้นเป็นไปได้ในกรอบ 0 - 100 แต่ปกติเราจะเห็นมันเคลื่อนไหวในช่วง 30 - 70
เราจึงตั้งกฎว่าเมื่อ RSI อยู่ระดับ 30 นั้นคือต่ำ อยู่ 70 นั้นคือสูง เมื่อระดับค่าทางสถิติตัวนี้มาถึงระดับ 30 เค้าจึงบอกว่ามันเป็นระดับที่น่าซื้อ กลับกันเมื่ออยู่ 70 ก็น่าขาย โดยใช้ศัพท์เทคนิคว่า over bought และ over sold เมื่ออยู่ 30 เรียก over sold หรือขายมากเกินไป อยู่ 70 เรียกว่า over bought หรือซื้อมากเกินไป
นี่เป็นหลักเบื้องต้น แต่หลักการในระดับถัดมา การดู RSI นั้นสำคัญในทุกระดับตั้งแต่ 10, 20, 30 จนถึง 90
ทุกจุดสามารถเป็นจุดกลับตัวได้หมด เช่น RSI ตัดลงจาก 70 มาถึงระดับ 60 ก็ต้องหาเครื่องมือมาคอยจับว่าจะเด้งกลับมา 70 - 80 หรือเปล่า หรือถ้าเด้งตัวจาก 30 มาชน 50 ก็มีสิทธิ์ที่จะกลับไป 30 ใหม่ได้ไม่จำเป็นที่จะต้องไปให้ถึง 70 เป็นต้น
หลักในการใช้ระดับ 30 - 70 ที่ใช้กันตอนนี้คือ "ตัด" เมื่อดัชนีมาแตะระดับ 30 เมื่อนั้นยังไม่เกิดการกระทำอะไรขึ้นคือเรายังไม่ซื้อทันที คือเราอาจจะซื้อเลยก็ได้ หรือรอดูว่าตลาดเวลานั้นให้ความสำคัญกับระดับที่ว่านี้หรืเปล่า บางทีตลาดก็ไม่สนลากลงไปต่ำกว่า 30 ได้ เมื่อลงไปเราจะจับตาดูระดับ 20 - 25 ว่าเอาอยู่ไหมและจะมั่นใจมากขึ้นเมื่อมันตัด 30 ขึ้นมา เราถึงจะซื้อ หรือตอนจะเอสลงมาเราก็รอตัด 70 ลงก่อนถึงเอส
หลักต่อมาคือการบอกว่า ระยะที่ RSI จะไปได้มักมีระยะเท่าเดิม กล่าวคือ ปกติ RSI จะวิ่งจาก 30 ไป 70 หรือ 40 จุด ถ้าในคราวนั้น RSI วิ่งจาก 20 ขึ้นไป ก็น่าจะไปถึงแค่ 60 เท่านั้นหรือถ้า RSI ขึ้นจาก 40 ก็มีสิทธิที่ RSI จะทะลุ 70 ไปถึงระดับ 80 85 ได้
หลักสุดท้ายคือเรื่องของการฟอร์มตัว ในหลายๆ ครั้งที่ RSI ไม่มีทิศทาง แต่ทรงตัวในกรอบ เช่น ทรงตัวในกรอบ 50 - 70 ซึ่งเป็นกรอบ Bullish เมื่อทะลุหลุดกรอบ 50 ลงมาก็เปลียนทิศทางเป็นต้น
หลักการเบื้องต้นสำหรับการใช้ RSI นั้นต้องเข้าใจว่าสินทรัพย์แต่ละชนิดแต่ละเวลาให้น้ำหนักกับแนวต้านด้วย RSI แตกต่างกัน ไม่ตายตัว ต้องดูประวัติ และปรับใช้ให้เหมาะสมครับ เพราะ RSI เป็นเพียงค่าทางสถิติชนิดนึงที่นำมาจับเท่านั้น
เรื่องสุดท้ายทิศทางราคาทองในภาพหลักตอนนี้
ภาพแรกมาดูแนวราคาตอนนี้ดูเหมือนจะยืนบนเส้นเทรนด์ที่เบรกขึ้นมาได้ก่อนหน้านี้ส่วนแนวที่แนวต้านแข็งๆ คือ บริเวณ 1680 1690 1700 ส่วนแนวหนุนที่หนุนไว้และหวังว่าคราวนี้จะหนุนอยู่เช่นกันคือแนวบริเวณ 1635 - 1650 ที่ต่อให้ลงไปแตะแต่สุดท้ายปิดวันหรือปิดสัปดาห์ต้องกลับมาปิดเหนือให้ได้ ไม่งั้นมีสิทธิ์ที่จะไป 1580 - 1600 ได้ครับ
ภาพต่อมาเป็น MACD สองพี่น้อง จะเห็นว่า MACD ตัวพี่จะเพิ่งตัดลง 0 มาเท่านั้นยังต้องอาศัยเวลาเพื่อม้วนกลับไป ในเบื้องต้นต้องภาวนาให้แท่งต่อมาของ MACD ไม่ต่ำกว่าแท่งก่อนหน้าเสียก่อน
ซึ่งต้ว MACD ต้วน้อง( สีเหลือง) ก็เพิ่งตัดตามกันมาเช่นกัน
ภาพต่อมาเป็น RSI และ Stochastic ก็ให้สัญญาณไปในทางเดียวกัน อย่างเร็วทีสุดที่ทองจะกลับมาเป็นเป็นขาขึ้นย่อยๆ ได้คงต้องเห็น Stochastic ตัดขึ้นให้ได้เสียก่อนครับ
เมื่อพิจารณาโดยรวมแล้ว ต้องใช้ระยะเวลาราว 2 - 3 วันเป็นอย่างน้อยที่จะกลับขึ้น สำหรับสัญญาณตัวแรกสุดอย่าง Sto และมากกว่านั้นสำหรับ อินดิเคเตอร์ตัวอื่นๆ ช่วงนี้มีดีดได้บ้างจากสัญญาณกราฟระยะสั้นเป้าไม่เกิน 1680 ถ้าอยู่ๆ ลมกรรโชกพากลับไปเกิน 1685 ได้ก็อาจเป็นการกลับขึ้นเลยก็ได้ ซึ่งต้องมีข่าวดีมาสนับสนุนครับ ถ้าไม่มีอะไรยังระวังหลุด 1650 อยู่ ถ้าหลุดจะมีแนวหนุนย่อย ๆ ที่ 1625 1635 1645ครับ สามแนวนี้จุดไหนเด้งได้ดี ค่อยเล่นสั้นหรือใช้จุดกลับตัวได้ครับ
เริ่มที่เรื่องแรก ค่าเงินบาท
เรื่องค่าเงินบาทดูจะฮอตฮิตขึ้นมาเป็นคำถามในงานสัมมนาที่ผมเข้าร่วมทุกครั้งเลย ผมว่าช่วงนี้ผมต้องหาแนวต้านมาให้ใช้ และยังไม่ลืมนะครับที่มันจะแข็งขึ้นในอนาคต ซึ่งภาพรวมทั้งปีมีโอกาสทีเราจะเห็นค่าเงินบาแข็งไป 28 -28.25 ครับ
จากในรูปเป็นแนวต้านตามแนวการฟอร์มตัวของมันในช่วงที่ผ่านมาครับ แนวหลักจะเป็น 30 บาทและ 30.2 ส่วนตัวผมมองว่าไม่น่าอ่อนลงไปกว่า 30.3 ครับ
เรื่องที่สองมาพูดถึงทรงราคาทองกันนิดนึงครับ
![]() |
| ทรงกราฟราคาทองตอนนี้ |
![]() |
| กราฟราคาทองตอนลงมา 1700 ครั้งแรกหลักขึ้นสูงสุดที่ 1797 |
ทรงราคาทองช่วงนี้พาลให้ผมนึกถึงทรงตอนที่ราคาทองอยู่ 1700 - 1705 ครั้งแรกหลังจากไปสูงสุดที่ 1797 การลงมาแตะแนวรับสำคัญอย่าง 1700 แล้วทองไม่เด้งตัวอย่างที่ควรจะเป็นเหมือนกับตอนนี้ที่ลงมาแตะแนวรับหลักอย่าง 1650 แล้วไม่เด้งตัวอย่างที่ควรทั้งที่มีสัญญาณบวกระยะสั้นเข้ามาครบ
คราวนั้นทองฝืนตัวขึ้นทดสอบ 1715 1720 แล้วก็ทิ้งตัวหลุด 1700 ในเวลาต่อมา คราวนี้ก็เช่นกันอาจเด้งตัวไปได้บ้างแล้วลงมาทำจุดต่ำใหม่ที่ต่ำกว่าเดิมหรือบริเวณ 1625 1635 หรือต่ำกว่านั้น
เรื่องที่สาม วันพุธนี้จะมีตัวเลขการจ้างงานและวาระการประชุมของเฟดที่เราจะต้องมาตามดูตามฟังว่าเค้าจะให้แนวทางดอกเบี้ยไว้อย่างไร เดิมทีเค้าว่าไว้คือตรึงดอกเบี้ยต่ำสุดนี้ไว้จนถึงปี 2014 แต่มีการมีโอกาสปรับดอกเบี้ยขึ้นอย่างเร็วเป็นปลายปีนี้ จะทำให้ทองปรับตัวลงจากจุดนี้ได้ เพราะเดิมทีปัจจัยเดียวที่เรายังหวังถึงการปรับตัวขึ้นของทองคืออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ กำลังจะถูกบั่นทอนลงอีกครั้ง
สำหรับตัวเลขการจ้างงานที่จะประกาศในวันพุธนี้กับศุกร์นี้ มาเร็วพอควรเนื่องจากศุกร์แรกของเดือนเป็นวันที่ 1 ทำให้ยังไม่ทันหมดเดือนมกราคมก็ต้องมาสรุปตัวเลขประจำเดือนกันเลย จำได้ไหมครับ ตัวเลขการจ้างงานเป็นตัวบอกทิศทางในเดือนนั้นทั้งเดือน อาจมีบ้างในปีก่อนที่ไม่มีความสำคัญแต่กับเวลานี้สำคัญที่สุดแล้วครับ เพราะมาตรการทางการเงินของเฟดผูกไว้กับตัวเลขการจ้างงานชัดเจน ถ้าออกมาดี ทองมีสิทธิ์ที่จะลงไปเล่นกรอบล่างซึ่งเป็นแนวเดิมก่อนที่จะมีเรื่องคิวอีเข้ามาเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่ในทางกลับกันถ้าออกมาไม่ดีต่อเนื่อง ก็มีสิทธิที่ทองจะฟื้นตัวได้บ้างครับ
เรื่องที่สี่ เที่ยวนี้ผมขอเสริมวิธีการดู RSI เนื่องจากมีลูกค้าถามเข้ามา และสามารถอธิบายได้ไม่กี่บรรทัดจบครับ
RSI ชื่อเต็ม Relative Strength Index
เป็นการหาค่าความสัมพันธ์อย่างหนึ่ง ด้วยข้อสังเกตที่ว่า "เมื่อราคาปรับตัวขึ้นมาซักระยะมันจะมีการพักตัวเนื่องจากมีการซื้อติดต่อกันมาซักระยะนึงแล้ว" เป็นการแปลงค่าทางอารมณ์ออกมาเป็นค่าทางตัวเลขโดยเอาส่วนต่างทีเป็นบวก เป็นตัวตั้งและส่วนต่างที่เป็นลบเป็นตัวหาร เมื่อบวกมากกว่าลบค่า RSI ก็ขยับขึ้น
ค่าของ RSI ที่เราดูนั้นเป็นไปได้ในกรอบ 0 - 100 แต่ปกติเราจะเห็นมันเคลื่อนไหวในช่วง 30 - 70
เราจึงตั้งกฎว่าเมื่อ RSI อยู่ระดับ 30 นั้นคือต่ำ อยู่ 70 นั้นคือสูง เมื่อระดับค่าทางสถิติตัวนี้มาถึงระดับ 30 เค้าจึงบอกว่ามันเป็นระดับที่น่าซื้อ กลับกันเมื่ออยู่ 70 ก็น่าขาย โดยใช้ศัพท์เทคนิคว่า over bought และ over sold เมื่ออยู่ 30 เรียก over sold หรือขายมากเกินไป อยู่ 70 เรียกว่า over bought หรือซื้อมากเกินไป
นี่เป็นหลักเบื้องต้น แต่หลักการในระดับถัดมา การดู RSI นั้นสำคัญในทุกระดับตั้งแต่ 10, 20, 30 จนถึง 90
ทุกจุดสามารถเป็นจุดกลับตัวได้หมด เช่น RSI ตัดลงจาก 70 มาถึงระดับ 60 ก็ต้องหาเครื่องมือมาคอยจับว่าจะเด้งกลับมา 70 - 80 หรือเปล่า หรือถ้าเด้งตัวจาก 30 มาชน 50 ก็มีสิทธิ์ที่จะกลับไป 30 ใหม่ได้ไม่จำเป็นที่จะต้องไปให้ถึง 70 เป็นต้น
หลักในการใช้ระดับ 30 - 70 ที่ใช้กันตอนนี้คือ "ตัด" เมื่อดัชนีมาแตะระดับ 30 เมื่อนั้นยังไม่เกิดการกระทำอะไรขึ้นคือเรายังไม่ซื้อทันที คือเราอาจจะซื้อเลยก็ได้ หรือรอดูว่าตลาดเวลานั้นให้ความสำคัญกับระดับที่ว่านี้หรืเปล่า บางทีตลาดก็ไม่สนลากลงไปต่ำกว่า 30 ได้ เมื่อลงไปเราจะจับตาดูระดับ 20 - 25 ว่าเอาอยู่ไหมและจะมั่นใจมากขึ้นเมื่อมันตัด 30 ขึ้นมา เราถึงจะซื้อ หรือตอนจะเอสลงมาเราก็รอตัด 70 ลงก่อนถึงเอส
หลักต่อมาคือการบอกว่า ระยะที่ RSI จะไปได้มักมีระยะเท่าเดิม กล่าวคือ ปกติ RSI จะวิ่งจาก 30 ไป 70 หรือ 40 จุด ถ้าในคราวนั้น RSI วิ่งจาก 20 ขึ้นไป ก็น่าจะไปถึงแค่ 60 เท่านั้นหรือถ้า RSI ขึ้นจาก 40 ก็มีสิทธิที่ RSI จะทะลุ 70 ไปถึงระดับ 80 85 ได้
หลักสุดท้ายคือเรื่องของการฟอร์มตัว ในหลายๆ ครั้งที่ RSI ไม่มีทิศทาง แต่ทรงตัวในกรอบ เช่น ทรงตัวในกรอบ 50 - 70 ซึ่งเป็นกรอบ Bullish เมื่อทะลุหลุดกรอบ 50 ลงมาก็เปลียนทิศทางเป็นต้น
หลักการเบื้องต้นสำหรับการใช้ RSI นั้นต้องเข้าใจว่าสินทรัพย์แต่ละชนิดแต่ละเวลาให้น้ำหนักกับแนวต้านด้วย RSI แตกต่างกัน ไม่ตายตัว ต้องดูประวัติ และปรับใช้ให้เหมาะสมครับ เพราะ RSI เป็นเพียงค่าทางสถิติชนิดนึงที่นำมาจับเท่านั้น
เรื่องสุดท้ายทิศทางราคาทองในภาพหลักตอนนี้
ภาพแรกมาดูแนวราคาตอนนี้ดูเหมือนจะยืนบนเส้นเทรนด์ที่เบรกขึ้นมาได้ก่อนหน้านี้ส่วนแนวที่แนวต้านแข็งๆ คือ บริเวณ 1680 1690 1700 ส่วนแนวหนุนที่หนุนไว้และหวังว่าคราวนี้จะหนุนอยู่เช่นกันคือแนวบริเวณ 1635 - 1650 ที่ต่อให้ลงไปแตะแต่สุดท้ายปิดวันหรือปิดสัปดาห์ต้องกลับมาปิดเหนือให้ได้ ไม่งั้นมีสิทธิ์ที่จะไป 1580 - 1600 ได้ครับ
ภาพต่อมาเป็น MACD สองพี่น้อง จะเห็นว่า MACD ตัวพี่จะเพิ่งตัดลง 0 มาเท่านั้นยังต้องอาศัยเวลาเพื่อม้วนกลับไป ในเบื้องต้นต้องภาวนาให้แท่งต่อมาของ MACD ไม่ต่ำกว่าแท่งก่อนหน้าเสียก่อน
ซึ่งต้ว MACD ต้วน้อง( สีเหลือง) ก็เพิ่งตัดตามกันมาเช่นกัน
ภาพต่อมาเป็น RSI และ Stochastic ก็ให้สัญญาณไปในทางเดียวกัน อย่างเร็วทีสุดที่ทองจะกลับมาเป็นเป็นขาขึ้นย่อยๆ ได้คงต้องเห็น Stochastic ตัดขึ้นให้ได้เสียก่อนครับ
เมื่อพิจารณาโดยรวมแล้ว ต้องใช้ระยะเวลาราว 2 - 3 วันเป็นอย่างน้อยที่จะกลับขึ้น สำหรับสัญญาณตัวแรกสุดอย่าง Sto และมากกว่านั้นสำหรับ อินดิเคเตอร์ตัวอื่นๆ ช่วงนี้มีดีดได้บ้างจากสัญญาณกราฟระยะสั้นเป้าไม่เกิน 1680 ถ้าอยู่ๆ ลมกรรโชกพากลับไปเกิน 1685 ได้ก็อาจเป็นการกลับขึ้นเลยก็ได้ ซึ่งต้องมีข่าวดีมาสนับสนุนครับ ถ้าไม่มีอะไรยังระวังหลุด 1650 อยู่ ถ้าหลุดจะมีแนวหนุนย่อย ๆ ที่ 1625 1635 1645ครับ สามแนวนี้จุดไหนเด้งได้ดี ค่อยเล่นสั้นหรือใช้จุดกลับตัวได้ครับ
Wealthstation Guide 29.1.56
ทิศทางราคายังคงซึมลง ค่อย ๆ ลงไม่ร่วงรุนแรง
ดูแล้วสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่สำคัญที่สุดสัปดาห์หนึ่งในรอบหลายๆ สัปดาห์เลยครับ มีทั้งมติเรื่องดอกเบี้ยและตัวเลขการจ้างงานในคืนพรุ่งนี้และวันศุกร์
และน่าจะเป็นทิศทางสำหรับเดือนกุมภาพันธ์ครับ
ราคาทองอยู่ใกล้บริเวณแนวหนุน 1650 - 1652 ทรงตัวอยู่ได้แต่ไม่สามารถดีดตัวไปทดสอบแนวต้านด้านบนได้ อาการไม่ดีนักได้แค่ทรงกับทรุด
ในวันนี้ถ้าจะให้ดีอยากให้วิ่งขึ้นเกิน 1665 ให้ได้ก่อนครับ ทำได้จะถือว่าเป็นสัญญาณดีเล็กๆ ที่เข้ามาบ้างครับ
แนวต้าน 1662.5 1665 1672 1675
แนวหนุน 1652 1648 1645
เที่ยงนี้พบกับ Mainframe และการอ่านค่า RSI ได้ที่
www.UBwealth.blogspot.com
วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2556
มามั่ง/ไม่มามั่ง by นักขายหมูขอรับ(28.1.56)
เล่นเอาเซ็งไปตะหงิด ๆ เพราะเศรษฐกิจจีนดีขึ้นและส่งสัญญาณจะฟื้นตัวกลับในปีนี้ พร้อมกับเทศกาลตรุษจีนที่เป็นซีซั่นสำหรับทองคำโดยเฉพาะ ที่พอดีว่าช่วงนี้มีแต่คนอัดเงินใส่กันทำให้เงินร้อนไหลทั่วโลก ทองคำก็น่าจะได้อานิสงส์การเก็งกำไรไปด้วย แต่ดันทุบให้ทรุดฮวบด้วยการอ้างว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ก็เลยโดนขายทิ้งซะเลย กลายเป็นต้องกัดฟันซื้อแถวนี้ แล้วมานั่งลุ้นให้เกิดเทคนิคอลรีบาวน์
ระดับ 1690 ตามสัญญาณจากเมฆ กลายเป็นแนวต้านวัดทิศทางที่แข็งแกร่งไปซะอย่างนั้น เพราะพอยืนไม่อยู่ก็ร่วงระนาว แต่ยังดีที่ยังไม่หลุดสปริงบอร์ด 1650 ดังนั้น วางกรอบ 1650-1690 เล่นเป็นรอบ ๆ ไป และถ้าหลุดฝั่งไหนให้คัตลอสสถานะที่สวนทางอยู่ แล้วเปิดตามไปเลย เช่น ถ้าหลุด 1650 ก็ควรคัต long แล้วเปิด short
ระดับ 1690 ตามสัญญาณจากเมฆ กลายเป็นแนวต้านวัดทิศทางที่แข็งแกร่งไปซะอย่างนั้น เพราะพอยืนไม่อยู่ก็ร่วงระนาว แต่ยังดีที่ยังไม่หลุดสปริงบอร์ด 1650 ดังนั้น วางกรอบ 1650-1690 เล่นเป็นรอบ ๆ ไป และถ้าหลุดฝั่งไหนให้คัตลอสสถานะที่สวนทางอยู่ แล้วเปิดตามไปเลย เช่น ถ้าหลุด 1650 ก็ควรคัต long แล้วเปิด short
Wealthstation Guide 28.1.56
ช่วงสั้น ๆ นี้มีลุ้นรีบาวด์ด้วยเทคนิคเคิลรีบาวด์ มองไม่ไกลนักและยังต้องลุ้นแนวต้านใกลๆ นี้ด้วยครับ
ผ่าน 1665 มีมองเป้า 1672 1675 ถ้าไม่สามารถยืน 1680 ได้ยังมองลงอยู่ การกลับมาระดับ 1655 อีกครั้งหลังรีบาวด์ต้องระวังหลุดไป 1640 1648 ครับ
วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2556
Wealthstation Guide 25.1.56
ทิศทางราคาทองร่วงลงราว 30 เหรียญจากจุดสูงสุดมีแรงเทขายกดให้ RSI รายครึ่งชม.และรายชม.จมเส้น 30 ทั้งวันที่ผ่านมาลักษณะการกระทำราวกับราคาทองที่ 1680 - 1700 นั้นแพงจนต้องแย่งกันกระหน่ำขายออกมา
ด้วยเหตุผลตัวเลขเศรษฐกิจทางเยอรมันและจีนภาคการผลิตออกมาดี กดให้ทองหลุด 1680 มาในวันก่อน
ยังมีโอกาสลงต่อ กราฟรายวันยังมีโอกาสไหลมาได้อีกหน่อย ต้องลุ้นที่แนวหนุน 1652 1660 ครับ สำหรับภาพรวมในวันนี้และวันจันทร์
ช่วงสั้นๆ ลุ้นไม่หลุด 1660 แล้วมีรีบาวด์สั้นๆ ออกมาบ้างครับ เป้าที่ 1675 1680
ท่านที่ส่งเมล์มาแล้วรอตอบกลับนิดนึงนะครับ ช้าหน่อยขออภัยครับ ส่วนท่านที่สนใจก็ยังส่งเมล์มาได้ครับ UBwealth@gamil.com คลาสเทคนิคเคิลพื้นฐานสำหรับทองคำ
Mainframe 24.1.56
กำลังจะผ่านพ้นไปกับเดือนแรกของปี 2556 นี้นะครับ ได้เริ่มต้นทำอะไรอย่างที่ตั้งใจไว้ยังครับ ส่วนตัวผม ยัง ดูเหมือนมีเรื่องอยากทำเยอะมาก แค่ลำดับว่าจะทำอะไรก็หมดเดือนเสียแล้ว
สัปดาห์นี้มีเรื่องหนึ่งที่อยากมาแชร์ครับไปฟังทางหลักทรัพย์ภัทรเค้า Outlook ประจำครึ่งปีแรกมาก่อนหน้านี้ผมเป็นลูกค้าเทรดหุ้นที่นี่ก่อนจะมาสังกัดโบรกหุ้นครับ ได้รับข้อมูลสำคัญๆ จากงานนี้ประจำ
ดูเหมือนครั้งนี้จะไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ตามสถานการณ์ และโดยเปรียบเทียบหมายถึงเปรียบเทียบกับปีที่แล้วที่มีเรื่องราวน่าตื่นเต้นในมุมการลงทุนเข้ามาทั้งเรื่อง AEC และนโยบายรถคันแรกที่เป็น Theme ของการลงทุนในปีที่ผ่านมาจนผลักดันให้หุ้นบ้านเราดีดตัวจาก 1,050 จุดไป 1,400 จุด พุ่งขึ้นถึง 35 % เมื่อผ่านปีแรงๆ มาปีต่อมามักไม่แรงเท่านะครับ ปีนี้ทางหลักทรัพย์ต่างๆ จึงคาดการณ์กันไม่สูงมากและภัทรก็มองเป้าแค่ 1,500 จุดเท่านั้นจากปัจจุบันที่ 1,450 จุด โดยทางดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อให้ประเด็นสำคัญในประเทศไทยที่เรื่องของเศรษฐกิจเราคือการประคับประคองและฟื้นตัวของภาคการส่งออกและจัดการเรื่องการลงทุนให้เกิดขึ้นอย่าล่าช้า ความสำคัญคือ การส่งออกของประเทศเรานั้นมีสัดส่วนสูงมากในจีดีพีของเรา การทรุดตัวและทรงตัวจากตลาดยุโรปและอเมริกาส่งผลให้การส่งออกของไทยไม่ดีอย่าที่ตั้งใจ รวมไปถึงค่าเงินที่แข็งขึ้น ย่อมส่งผลโดยตรงกับการค้าขายกับชาวต่างชาติ นอกเรื่องนิดนึงครับตอนนั้นผมเดินทางไปหาลูกค้าที่ตลาดโบ๊เบ๊ ทำธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก ก็บอกถึงปัญหานี้ ว่าสมัยที่ค่าเงินบาทอยู่กว่า 35 บาทต่อเหรียญสหรัฐนั้น ขายดีมาก ขายกันจนไม่มีเวลากินข้าว แทบไม่ได้เงยหน้าจากบิลที่ต้องเขียนเลย แต่พอเงินบาทอยู่ระดับนี้ก็มีคนมาซื้อน้อยลง คนหนีไปจีนหมด
กลับมาอีกเรื่อง เรื่องของการลงทุน อย่างที่เราทราบเรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC นั้นส่งเสริมให้เกิดการลงทุนมากมายโดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนในประเทศไทยนั้นเรามีโครงการรถไฟฟ้า สายต่างๆ โครงการเส้นทางน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม ที่เป็นเรื่องใหม่ที่ผมเพิ่งรู้ก็คือเส้นทางรถไฟความเร็วสูงไปจีนที่เข้ามาทางหนองคาย ผ่าน สปป.ลาวไป คุนหมิงของจีนและสายอื่นๆ เช่นกรุงเทพเชียงใหม่ ซึ่งให้เหตุผลว่าจีนอยากหาทางลงมาทางเอเชียอาคเนย์ซึ่งเราเป็นทางเลือกหลัก
ซึ่งล้วนไปกระตุ้นให้หุ้นกลุ่มก่อสร้าง และวัสดุก่อสร้างอย่างปูนมีแนวโน้มที่ดีในสองสามปีข้างหน้าเป็นอย่างน้อย ซึ่งแปลกอยู่อย่างที่เค้าไม่ห่วงเรื่องการเมืองอย่างที่สองสามปีที่ผ่านมามักจะมองเรื่องนี้เป็นปัจจัยสำคัญ เวลาเศรษฐกิจดี เราต้องรู้ตัวครับ ปรับตัวให้ทัน ของแบบนี้ชีวิตนึงไม่เจอหลายหนหรอกครับ ร้านทองบ้านผมยังขายดีชนิดที่รู้สึกได้เลยครับ
สำหรับตลาดไกลๆ อย่างอเมริกาที่จะส่งผลต่อทองกันบ้างสิ่งที่ยังมองกันใกล้ๆ นี้คือเรื่อง Fiscal Cliff ที่ยังต้องมีเรื่องให้สะสาง เพดานหนี้สหรัฐและ การเลือกตั้งในยุโรป ประเด็นสำคัญและน่าจะสำคัญกับโดยภาพรวมไม่เฉพาะทองก็คือเรื่องเพดานหนี้สหรัฐ ที่ต้องบอกว่าจริงๆ แล้วมันเลยเพดานหนี้ที่เคยขอไว้เมื่อปีก่อนไปแล้วนะครับ ตอนนี้อยู่ที่กว่า 16 ล้านล้านเหรียญ ซึ่งต้องมานั่งคิดว่าจะทำยังไง ต้องลดรายจ่ายภาครัฐลงไหม ที่ตอนนี้เริ่มมีประเด็นเข้ามาประปรายนะครับถ้าฟังกันดีๆ ได้ยินว่าเลื่อนๆ ผมเดาไว้ตอนนี้ว่าน่าจะเป็นประเด็นที่เราต้องมาสนใจกันในช่วงข้างหน้านี้ ซึ่งระดับหนี้สหรัฐนี้สามารถตามดูได้ที่หน้าบล็อก UBwealth นี้ครับตามรูปเลย ส่วนยูโรโซนที่เป็นประเด็นในกลางปีที่แล้วหลายๆฝ่ายมองว่าไม่น่ามีปัญหาอะไรแม้จะมีเรื่องการเลือกตั้งเยอรมันเข้ามาก็ตาม จะให้ดีเชียร์ให้ป้าแมร์เคิลกลับมาจะดีมากๆๆๆ
ในส่วนตัวผม ผมมองไปที่ตัวเลขการจ้างงานในวันศุกร์แรกของเดือนครับเป็นKey ของทองในช่วงครึ่งปีแรกนี้ ทิศทางของทองในแต่ละเดือนจะขึ้นกับตัวเลขการจ้างของเดือนนั้นๆ ครับ และตั้งแต่ปลายเดือนนี้เป็นต้นไปก็จะเริ่มมีเงินเข้าซื้อพ้นธบ้ตรมาเพิ่่มของเฟดตามที่ได้ว่าไว้นะครับ จับตาดูสองเรื่องนี้ครับสำหรับทองในช่วง 6 เดือนจากนี้ เพราะหลังจากนั้นจะเป็นเวลาที่เราเริ่มระวัง "จุดเปลี่ยน" กัน
มาถึงในส่วนที่ส่งผลให้เรา "นอยด์" กันในช่วงที่ผ่านมาครับ คือค่าเงินบาท ต้องยอมรับว่าผมรู้สึกว่าคราวนี้ออกมาจัดการช้ากว่าทุกทีทั้งที่โดยเนื้องานแล้วฝ่ายกรมกองที่เฝ้าเรื่องนี้ไว้อยู่กลับไม่ได้ระวังไว้ก่อน แต่คงแรงมากจริงๆ นะครับ จากที่ฟังมาและประเมิณเองโดยคร่าวๆ แล้วเราจะมีโอกาสได้เห็น เงินบาทที่ 28 - 28.5 ในปีนี้แบบไม่ยากเย็น จากที่เป็นอยู่ในตอนนี้คือ 29.8 โดยทรงของค่าเงินบาทมีแนวโน้มที่จะทรงตัวถึงขั้นฟื้นตัวอ่อนลงได้บ้างครับน่าจะไม่เป็นอุปสรรคกวนใจเราเหมือนก่อนหน้านี้ครับ อย่างน้อยก็ซักระยะนึงครับ
มาดูทรงกราฟทองกันบ้าง ดูจะหลุดแนวที่ฟอร์มขึ้นมาหน่อยนึงแล้วจึงต้องมาลุ้นที่แนวหนุนที่ 1669 1663 1652 สามแนวนี้ถ้าเอาไม่อยู่ก็ลงไป 1625 1635 ใหม่ แนวราคาที่ 1695 - 1705 นั้นจะเห็นว่ามีหลายเส้นกันอยู่ การขึ้นมาทดสอบในครั้งนี้โอกาสผ่านน้อยต้องมาดูว่าฟอร์มตัวใหม่แล้วขึ้นมาได้จะมีโอกาสมากขึ้นครับ จุดสังเกตอีกอย่างคือการที่เส้นค่าเฉลี่ยหลักๆ สี่เส้นมาอยู่ในจุดราคาเดียวกัน อาจไซด์เวย์ จนเกิดทิศทางในภายหลัง ไปทางไหนก็ตามไปทางนั้นครับ
ในส่วนของอินดิเคเตอร์ของกราฟรายวัน ที่น่าเป็นห่วงและต้องระวังคือ Sto ที่จะครอสลง โดยเฉพาะถ้าวันนี้จนถึงพรุ่งนี้ปิดต่ำกว่า 1680 ซึ่งถ้าโมเมนตั้มมันหักหัวลงก็ต้องมาลุ้นกันที่แนวหนุนหลักๆ ที่ให้ไว้ครับ ประเด็นที่สำคัญกว่าการมองว่าขึ้นหรือลงในช่วงนี้ที่ต้องแยกให้ออกว่าช่วงนี้เป็นแนวโน้มหรือเปล่า หรือแค่ไซด์เวย์ ถ้ามีแนวโน้มแล้วแนวขึ้นหรือลง เพื่อจะได้เลือกเครื่องมือมาใช้ได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์
ปีนี้ภาคการลงทุนยังมีความน่าสนใจ แต่คงไม่เท่าปีที่แล้ว ส่วนทองเองระยะกลางมีโอกาสดีขึ้นกว่าตอนนี้ได้ ส่วนช่วงสัปดาห์ถึงสองสัปดาห์นี้คงต้องมาลุ้นกันที่แนวหนุนและการฟอร์มตัว เพื่อผ่านไปเล่นที่แนว 1720 - 1750 ซึ่งถ้าทรงตัวที่ 1660 ไม่ได้ก็อาจไปลุ้นที่โลว์เดิมอีกทีซึ่งทิศทางค่าเงินจะไม่ผันผวนมากอย่างช่วงก่อนครับ เมื่อมองในจุดนี้ก็ทำให้เข้าใจกับเรื่องเดิมที่ผมเคยบอกไว้ ความถูกต้องกับ ความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ไม่ใช่อันเดียวกันเสมอไป จำตอนเพดานหนี้สหรัฐมีปัญหาจนโดนดาวน์เกรดได้ไหมครับตอนนั้นทองบวกขึ้นไป 300 - 400 เหรียญ แต่คราวนี้เรื่องละม้ายคล้ายเดิมแต่กลับโดนกดไว้ ยังไม่รู้ว่าหลังจากเริ่มโครงการคิวอีไปแล้วจะมีอะไรเปลี่ยนไปไหม
วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556
Wealthstation Guide 24.1.56
ทิศทางราคาทองปรับตัวลงจากบริเวณ 1695 มาต่ำสุดที่ 1681
เหมือนจะเลือกทางหน่อยๆ ครับ ถ้าวันนี้ดีดไปเกินกว่า 1684 - 1687 ไม่ได้ น่าจะมาตั้งหลักแถว 1670 - 1675 กัน
ท่านที่สนใจ "คลาสเทคนิคเคิลพื้นฐานสำหรับทองคำ" ที่จัดขึ้นในกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้ ส่งเมล์มาขอรายละเอียดได้ที่ UBwealth@gmail.com ครับ
วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2556
Wealthstation Guide 23.1.56
ทิศทางราคาทองทรงตัวไปอีกวันครับ
เดาว่าจะไปซักทางเอาเร็วๆ นี้เป้า 1710 1720 1730
การผ่านโดยฟอร์มตัว ยิ่งฟอร์มนานโอกาสผ่านไปไกลก็ยิ่งมีสูงครับ ช่วงนี้ RSI ราย 4 ชม.ทรงตัวในเขต Bullish พักตัวแบบราคาไม่ลง ด้วย Timing ขอมองทางบวกไว้ก่อนครับ
ในภาพรวมแล้วการทรงตัวในระดับนี้จนจบสัปดาห์จะดูดีขึ้นไม่น้อยเลยครับ
แนวต้าน 1695 1703 1708
แนวหนุน 1685 1680 1667
ท่านที่เคยตั้งคำถามเกี่ยวคำว่า "จุดโฟกัส" ดูยังไง ใช้ได้ดีแค่ไหน มายังไง เทคนิคการใช้ Fibonacci เพื่อหาเป้าหมายราคา เปิดสอนแล้วครับ "คลาสเทคนิคเคิลสำหรับทองคำพื้นฐาน(ยากขึ้นนิดนึง)"
สนใจส่งชื่อเบอร์โทรมาที่ UBwealth@gmail.com หรือทางไลน์ครับ แล้วจะแจ้งวันอีกทีครับ ซึ่งน่าจะราววันที่ 9 -16 กุมภาพันธ์ครับ
วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2556
Wealthstation Guide 22.1.56
ทิศทางราคาทองทรงตัวในกรอบแคบในวันที่ผ่านมา ในช่วงนี้มีโอกาสที่จะไซด์เวย์อีกวัน แนว 1700 นั้นแข็งคงรู้กันเลยไม่อยากลากขึ้นไปให้ทุบเล่น
ยังต้องดูการฟอร์มตัวและยังมองว่าจะผ่านขึ้นไปได้ เป้า 1710 - 1718
แนวต้าน 1695 1703 1706
แนวหนุน 1678 1682 1685
วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2556
มามั่ง/ไม่มามั่ง by นักขายหมูขอรับ(21.1.56)
pattern เดิมเลย ตามกราฟ(แถม)ราย 30 นาที เส้นสปริงบอร์ดสีฟ้า'เอาอยู่อีกแล้ว' แต่คราวนี้กำลังจะถูก confirm ด้วยเมฆรายสัปดาห์ที่บอกว่า 1690 เป็นจุดหักเหของแนวโน้มระยะสั้นเพื่อการเก็งกำไรโดยเฉพาะ การทะลุขึ้นไปในวันนี้ คาดว่าจะยืนได้และขึ้นเลย แนว 1700 กำลังจะถูกทดสอบ และเป้าหมายเบื้องต้นที่ 1720 เป็นระดับคาดหวังได้สูงมาก ส่วนโอกาสขึ้นได้แรงตาม double bottom ในกราฟรายวัน ยังมองว่าอาจแถมเป้าหมายได้ถึง 1750 แต่เรื่องน่ากังวลคือเงินบาทยังมีแนวว่าจะแข็งต่อไปถึง 29 ทำให้เล่นทองไทยไม่ได้รอบ ต้องเล่นแบบดักตีหัวเข้าบ้านสถานเดียวในช่วงนี้ ทั้งที่ปกติกราฟทองแบบนี้ น่าจะเล่นได้เป็นรอบ ๆ กินทีละหลายร้อย
ปล. ซื้อหุ้น ซื้อทอง รอฉลองตรุษจีน
ปล. ซื้อหุ้น ซื้อทอง รอฉลองตรุษจีน
Wealthstation Guide 21.1.56
ทิศทางราคาทองเด้งตัวขึ้นจากราคาปิดเมื่อวันศุกร์มาอยู่ระดับ 1690 และช่วงนี้ดูเหมือนค่าเงินบาทจะเป็นประเด็นมากกว่าทิศทางราคาทองเสียแล้ว นี่น่าจะเป็นครั้งแรกๆ ครับที่เราจะได้ดูว่าลักษณะนิสัยหรือวิธีการการแก้ปัญหาของผู้ว่าการแบงค์ชาติเราเป็นอย่างไร
ราคาทองมีแนวต้านแข็งๆ บริเวณ 1695 - 1703 และมีแนวหนุนที่ไม่ควรหลุดอยู่ 1665 - 1672
เปิดสัปดาห์วันแรกคงต้องดูท่าทีกันเสียก่อนครับ ว่าจะเล่นกันอย่างไร
ผมว่าวันนี้อาจจะทรงตัวในกรอบก่อนครับ สังเกตการฟอร์มตัวเพื่อจับจังหวะกันครับ
วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2556
มามั่ง/ไม่มามั่ง by นักขายหมูขอรับ(18.1.56)
เว้ากั๊นซื่อๆ ตามกราฟ(แถม)ราย 30 นาที เส้นสปริงบอร์ดสีฟ้า'เอาอยู่' เป็น pattern ที่ควรจำไว้ เพราะแรงส่งจะตีกลับทันที ดังนั้น ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมทองดีดได้แรงนัก และไม่ต้องไปหาเหตุผลด้วย เพราะนาทีนั้น 'กรุณาสนใจพอร์ตตัวเองว่าจะทำอะไรดี? ดีกว่า'
มาดูเมฆกันต่อนะขอรับ กราฟรายสัปดาห์ดู 1700 จะแกร่งไม่น้อย แต่นั่นคงไม่ใช่ปัญหาอะไร ในเมื่อเป้าหมายอยู่ที่ 1720 ที่เราควรกังวลมากกว่าว่าจะปรับฐานลงแรงแค่ไหน
สภาพ ณ ปัจจุบัน สำคัญอย่างเดียวว่า ถ้าราคายืน 1690 จะสร้างโอกาสขึ้นแรงตาม double bottom ที่อาจแถมเป้าหมายได้ถึง 1750 ดังนั้น ราคาเงินบาทแบบนี้ น่าซื้อติดพอร์ตไว้ลุ้นตรุษจีนสักหน่อยนึง ส่วนคนที่มีอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องซื้อเพิ่ม ผมว่าเอาตังค์ไปซื้อหุ้นบ้างก็ดีนะ ผมว่ายังไม่รีบหมดรอบหรอก เพราะฝรั่งคงไม่รีบขายพันธบัตรทิ้งทั้งที่เพิ่งกดเงินบาทได้ไม่กี่วันนี้หรอก
มาดูเมฆกันต่อนะขอรับ กราฟรายสัปดาห์ดู 1700 จะแกร่งไม่น้อย แต่นั่นคงไม่ใช่ปัญหาอะไร ในเมื่อเป้าหมายอยู่ที่ 1720 ที่เราควรกังวลมากกว่าว่าจะปรับฐานลงแรงแค่ไหน
สภาพ ณ ปัจจุบัน สำคัญอย่างเดียวว่า ถ้าราคายืน 1690 จะสร้างโอกาสขึ้นแรงตาม double bottom ที่อาจแถมเป้าหมายได้ถึง 1750 ดังนั้น ราคาเงินบาทแบบนี้ น่าซื้อติดพอร์ตไว้ลุ้นตรุษจีนสักหน่อยนึง ส่วนคนที่มีอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องซื้อเพิ่ม ผมว่าเอาตังค์ไปซื้อหุ้นบ้างก็ดีนะ ผมว่ายังไม่รีบหมดรอบหรอก เพราะฝรั่งคงไม่รีบขายพันธบัตรทิ้งทั้งที่เพิ่งกดเงินบาทได้ไม่กี่วันนี้หรอก
Mainframe 18.1.56
มาว่ากันที่ค่าเงินก่อนเลยครับดูจะเป็นประเด็นมากมาย ในเบื้องต้นทราบไหมครับว่าค่าเงินบาทเปลี่ยนไป 10 สต.หรือ 0.1 บาทแล้วทองจะเปลี่ยนไปกี่บาท ลองเปรียบเทียบง่ายๆ เอา 1690 x 0.4753 x 31= 24900 กับ 1690 x 0.4753 x 30.9= 24820 ต่างกันประมาณ 80 บาท ตั้งแต่เปิดตลาดปีใหม่นี้มาบาทเราแข็งจาก 30.6 - 30.7 มาอยู่ต่ำสุดที่ราว 29.7 ตีง่ายๆว่า 1 บาท หรือแปลงมาเป็นราคาทองจะตกราว 800 บาททีเดียวครับ การที่ราคาทองดีดตัวขึ้นมาบ้างในหลัก 60 - 70 เหรียญ ทำให้ราคาทองแทบไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย เพราะ 60 เหรียญแปลงเป็นราคาทองไทยก็ตกราว 15 x 60 = 900 บาท ต้องบอกว่าปกติแล้วค่าเงินบาทก็สวนทางทำให้ทองขึ้นน้อยกว่าราคาทองโลกอยู่แล้วเนื่องจากทองนั้นมีทิศทางสวนทางกับดอลล่าร์ แปลว่าทองขึ้นดอลล่าร์อ่อน บาทแข็ง เมื่อบาทแข็งก็จะทำให้ทองขึ้นน้อยหน่อย ซึ่งปกติแล้วเราไม่ได้ให้ความสนใจเรื่องค่าเงินบาทเพราะไม่ได้มีผลกระทบมากมายอย่างมากก็ 20 % ของกำไรที่ควรจะได้ แต่ช่วงนี้บาทเราเหวี่ยงเกินทำให้เราต้องหันมาให้ความสำคัญมากขึ้น ถือว่า "ไม่ปกติ" ทั้งกับราคาทองและเมื่อเปรียบเทียบกับค่าเงินสกุลอื่นๆ ในภูมิภาค ดังรูปแรกที่มาให้ดู นอกจากหยวนของจีนและฮ่องกงที่ทรงตัว (เพราะก็ทำคิวอีด้วย)เงินเยน ญี่ปุ่น ที่ก็เทเงิน ทำให้อ่อนค่า นอกนั้นก็จะแข็งค่าขึ้นกันหมด เพียงแต่ไม่รุนแรงเท่าเงินบาท เฉพาะในกรอบค่าเงินเอเชียแปซิฟิกแล้ว ต้องถือว่าค่าเงินเราแข็งค่าเกินหน้า ถือว่าไม่ดีครับอาจกำลัง"โดนเล่น" อยู่ เมื่ออ่านข่าวจากทาง Bloomberg.com ก็ทราบว่าไม่ใช่ที่เราที่เดียว แต่เป็นกับตลาดที่ภาษาทางการเรียกว่า Emerging Market หรือตลาดเกิดใหม่ ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการอัดฉีดเม็ดเงินของทั้งอเมริกา ยุโรป จีน ญี่ปุ่น ที่เค้าว่าเงินมันท่วมโลกและจะไหลเข้าสู่ประเทศเหล่านี้ น่าจะต้องมีมาตรการออกมารับมือกันบ้าง เพราะเราล้ำเกินกว่าพวกเดียวกันไปแล้ว
อย่างไรก็ตามต้องบอกว่าโดยแนวโน้มแล้ว ค่าเงินบาทเราจะแข็ง และดอลล่าร์จะอ่อน เมื่อปีที่แล้วดอลล่าร์มีทิศทางแข็งค่าเพราะเป็นปกติที่เมื่อเกิดการเลือกตั้งสหรัฐแล้วดอลล่าร์จะแข็ง แต่เมื่อผ่านพ้นดอลล่าร์ก็จะกลับมามีทิศทางอ่อนค่าอีกครั้ง ต้องบอกว่าเป็นความตั้งใจของทางเค้าที่ให้เงินดอลล่าร์อ่อน อย่างน้อยก็ไม่แข็งกว่าคู่ค้าสำคัญอย่างยุโรป จีน ญี่ปุ่น และเงินบาทเราจะแข็งด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่ในภูมิภาคของเราจะเติบโตโดดเด่น เมื่อเป็นเช่นนี้บางทีการคิดถึงการ Hedge ความเสี่ยงเรื่องเงินบาทด้วย USD Futures ไว้บ้างครับ อาจไม่ทุกครั้งเอาแค่ตอนที่คาดว่าจะผันผวนก็พอครับ
มาถึงทิศทางราคา เป็นรูปกราฟราคาทองรายสัปดาห์การที่ดูดีขึ้นมากๆ ตั้งแต่เริ่มทรงตัวหยุดลงได้ในช่วงสัปดาห์ที่แล้วและฟื้นตัวในสัปดาห์นี้ เพียงแต่ภาพหลักยังเป็นแนวโน้มขาลงอยู่แต่มีสัญญาณบวกจาก Modified Stochastic แล้ว ถ้าสามารถปิดเหนือ ระดับ 1680 ได้ในสัปดาห์นี้ก็จะตัดขึ้นครับ และจะรออินดิเคเตอร์ตัวอื่นมาสนับสนุน อีกทีและจะแรงพอทำให้ทองทะลุผ่านเส้นแนวต้านบริเวณ 1710 - 1720 ได้ด้วยครับ แปลว่าในช่วงปลายเดือนนี้และต้นเดือนกุมภาพันธ์น่าจะเป็นช่วงที่ทองวิ่งขึ้นซักชุดสองชุดหล่ะครับ(บังเอิญตรงกับตรุษจีน)
จากภาพจากกราฟรายวันเราจะเห็นแนวต่างๆ บริเวณ 1690 - 1700 อยู่สองสามเส้น เรี่ยวแรงในการปรับตัวขึ้นจากสัญญาณกลับตัวเมื่อตอน 1640 - 1655 นั้นสามารถคาดหวังระดับการฟื้นตัวมาที่ 1690 ได้แต่มากกว่านั้นไม่แน่ และที่สำคัญถ้ายังไม่พ้น 1690 1705 ทองก็ยังไม่พ้นแนวรีบาวด์เพียงแต่ครั้งนี้ดูดีกว่าครั้งก่อนที่ขึ้นมาทดสอบ โดยในช่วงนี้การขึ้นทดสอบแนวต้านหลัก 1690 - 1700 แล้วย่อตัวไม่หลุดแนวหนุนก็จะมีลุ้นฟอร์มตัวเพื่อผ่านไป 1720 ได้ครับ คงต้องคอยเช็คว่าหลุดแนวหนุนหรือเปล่าครับหลังจากนี้ ซึ่งอาจต้องมาตั้งหลักกลยุทธ์ที่ Let Runกันครับ
ลักษณะอินดิเคเตอร์ระดับรายวัน ที่ Stochastic นั้น อยู่ในระดับใกล้กรอบบนแล้ว ถ้าขึ้นแตะและครอสลงมาก็ต้องระวังครับ เพราะสัญญาณตัวนี้กับกราฟรายวันแม่นยำใช้ได้และใช้เป็นสัญญาณเตือนได้ครับ
แต่กับ อีกสองอินดิเคเตอร์นั้นดูดี และเมื่อมาถึงวันนี้แล้วน่าจะตัดขึ้นแล้ว ถ้าแท่ง MACD ยังคงสูงขึ้นได้เรื่อยๆ ก็ยังถือได้อยู่แต่ถ้าเริ่มหดลงก็เริ่มที่จะต้องระวังหลุดแนวหนุนครับ ส่วน RSI นั้นขอใช้เส้นสีชมพูนั้นเป็นแนวนึงที่ไว้สนับสนุนขาขึ้น หลุดเส้นเมื่อไหร่ก็ต้องระวังกลับลงครับ
โดยภาพรวมแล้วทองคำจะเข้าช่วงฟื้นระยะนึงหลังจากนี้ จากการสนับสนุนของกราฟหลัก และค่าเงินบาทในช่วงนี้ก็คงทรงตัวได้ระยะนึง แต่ระยะยาวจะแข็งค่าขึ้นครับ ซึ่งถ้ายังไม่ลืมจะมีเม็ดเงินคิวอีเข้ามาปลายเดือนนี้ด้วย ที่เป็นประเด็นในปีนี้คือการเลือกตั้งทางฝั่งยุโรป โดยเฉพาะเยอรมันตามติดข่าวส่วนนี้เสียหน่อยครับ ปัจจัยบวกปีนี้คือเรื่องของเม็ดเงินที่เข้าสู่ระบบด้วยจำนวนมหาศาล แต่จะเจอกับการประมาณการของทางฝรั่งเค้า ลดการคาดการณ์ทางบวกต่อทองลง ด้วยสาเหตุจากวิธีการคำนวนประมาณการของเค้า เวลาทองขึ้นมากก็ประมาณการเพิ่มขึ้นมาก เวลาทองลงมากก็ลดประมาณการเป็นธรรมดา และการระวังการถอนมาตรการเมื่อตัวเลขการจ้างงานมาสู่ระดับที่เป็นเป้าหมายครับ
Wealthstation Guide 18.1.56
ทิศทางราคาทองเด้งตัวได้แรงร่วม 30 เหรียญจากจุดต่ำสุดในคืนที่ผ่านมา ส่งสัญญาณอะไรหลายอย่างทั้งทิศทางที่ดีขึ้นและลักษณะการเล่น
เราคงต้องมาติดตามตัวเลขเศรษฐกิจกันมากกว่าช่วงก่อนเสียแล้วครับ เพราะจะส่งผลต่อจำนวนเงินที่จะทำคิวอีไม่น้อย อันนี้หมายถึงจากมุมมองนักลงทุนเองนะครับ
การที่ราคาทองปิดสัปดาห์ที่บริเวณ 1680 - 1690 จะดึงให้กราฟรายสัปดาห์เริ่มมีแนวโน้มฟื้นตัวครับและมีสัญญาณซื้อระดับแรกๆ ออกมาจาก Stochastic
โมเมนตั้มระยะยาวอาจจะเปลี่ยนเร็วๆ นี้ครับ คอยจับตาดู
ทิศทางราคาทองมีแนวต้านที่ค่อนข้างแข็งบริเวณ 1695 - 1704 อาจมีการย่อตัวหลังทดสอบแนวต้านลงมาบ้าง หรืออาจจะทรงตัวได้ครับหลังจากนี้ อยากขายก็ขายครับ นี่เป็นเป้าหมายหลักที่ดูไว้ตั้งแต่ตอนแรก แต่ถ้าอยากถือต่อ ก็ถอยเมื่อหลุดแนวหนุนหลักนะครับ ที่ 1665 - 1670
แนวต้าน 1692 1695 1703
แนวหนุน 1685 1682 1678 1670
เที่ยงนี้ พบกับ "MainFrame" ว่าด้วยภาพหลัก ค่าเงิน ที่
WWW.UBwealth.blogspot.com
วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2556
Wealthstation Guide 17.1.56
ทิศทางราคาทองทรงตัวเหนือ 1670 ได้ในวันที่ผ่านมาครับ การทรงตัวได้เหนือ 1670 อีกวันน่าจะดีต่อการที่จะผ่าน 1685 ไปได้ครับ แต่ต้องระวังย่อตัวลงมา สำหรับวันนี้คงใช้แนวราคาเป็นตัวบอก
แนวต้าน 1680 1685 1695
แนวหนุน 1663 1668 1673
วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2556
Wealthstation Guide 16.1.56
ราคาทองสามารถทรงตัวเหนือแนวย่อยได้ทั้งคืนและสูงสุดตรงบริเวณ 1685 ที่เป็นแนวต้านสำคัญแนวหนึ่ง
ช่วงคืนนี้ถึงพรุ่งนี้จะเข้าโฟกัสช่วงที่จะส่งสัญญาณขายออกมา แล้วจะส่งสัญญาณตอนเข้าโฟกัสอีกทีครับ
บริเวณแนว 1685 1695 1703 เป็นแนวต้านที่แข็งถ้าไม่มีปัจจัยใหม่ๆมาหนุน คงผ่านในครั้งแรกที่ทดสอบเลยได้ยากครับ
อาจยังต้องเล่นสั้นกันอยู่ทั้งขึ้นและลง แต่เริ่มสัญญาณดี ๆ ไม่ใช่สัญญาณบอกขึ้นแต่เป็นสัญญาณบอกถึงการทำงานของเทคนิคเคิลที่เริ่มทำงานได้ดี ไปจนถึงกราฟระดับรายวันแล้ว
ในอีกแง่การที่ทองฟื้นตัวขึ้นมาได้ในระดับนี้และทรงตัวได้จนถึงปิดสัปดาห์ จะทำให้ทิศทางในภาพใหญ่ดูดีขึ้นมากพอควร อย่างไรก็ตามถ้าช่วงนี้หลุดแนวหนุนหลักๆ ลงไปอาจต้องตามยังไม่หมดโอกาสในการลงไปลึกเสียทีเดียวครับ ตามๆ กันให้ดี
แนวต้าน 1685 1695 1703
แนวหนุน 1666 1670 1675
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






































