แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทอง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทอง แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2556

Wealthstation Guide 22.4.56


ทิศทางราคาทองคำเช้านี้เปิดบวกขึ้นมาใกล้จุดสูงสุดของวันก่อนที่บริเวณแนวต้านหลัก หางของแท่งเทียนในสัปดาห์ที่แล้วยาวเป้นร้อยเหรียญ แม้จะไม่ยาวพอให้แท่งเทียนเป็นแฮมเมอร์ก็ตาม
หางที่ยาวแสดงให้เห็นถึงแรงซื้อที่มีครับ ทำให้โดยภาพรวมดูดีขึ้นมา
ระยะสั้นทองยังมีแนวต้านหลักที่ต้องรอการทดสอบ คือ 1425 1435 1455 1485 
ส่วนแนวหนุน 1400 1390 1378 
ถ้าวันนี้ขึ้นทดสอบบริเวณ 1427 - 1430 ก็น่าจะย่อตัวก่อนครับ การทำกำไรที่กรอบแนวต้านเป็นกลยุทธ์ในช่วงนี้ ย่อมากย่อน้อยว่ากันอีกทีครับ ซึ่งสำหรับตอนนี้ถ้าทดสอบ 1427 - 1430 แล้วย่อไม่ลึกหรือไม่หลุด 1400 - 1405 มีลุ้นไปถึง 1445 - 1455 ครับสำหรับภาพรวมทั้งสัปดาห์
อีกกรณีถ้าหลุด 1400 - 1405 ก็มาวัดใจกับแนว 1378 - 1390 ถ้าหลุดอีกก็ยาวๆไปครับ


วันพุธที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2556

Mainframe 18.4.56

สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นสัปดาห์ประวัติศาสตร์ของทองคำ ก่อนจะพูดถึงเรื่องนั้นผมต้องขอเกริ่นเกี่ยวกับ Mainframe ซึ่งเป็นบทความประจำสัปดาห์มาอัพเดทในช่วงกลางสัปดาห์ เหตุผลของ Mainframe เพื่อตัวผมเองในแง่ที่ว่าปกติแล้วในแต่ละวันผมจะมองภาพของวันนั้นๆ ไม่ใช่ภาพรวม เมื่อทำไปนานๆ จะลืมดูภาพใหญ่ ทำให้หลายๆครั้งพลาดในส่วนที่สำคัญไป เพราะฉะนั้น Mainframe จึงแปลเป็นไทยได้ความว่า "ภาพหลัก" สถานการณ์โดยรวม เป็นอย่างไร ซึ่งในหลายๆ ครั้งผมพยายามเพิ่มบทเรียนน้อยๆ มาด้วย ครับ และสำหรับท่านที่อ่านแล้วฉงนสงสัย ไม่เข้าใจสามารถเมล์มาถามได้ครับ เพื่อการปรับปรุงให้เนื้อหาดีขึ้น มีคำถามคลิก!

สำหรับสัปดาห์นี้มาดูภาพหลักๆ อย่างกราฟรายเดือนกันครับ มีเรื่องน่าสนใจอยู่นิดหน่อย


จากในรูปนี้เป็นกราฟรายเดือนครับ จะเห็นว่ามันเริ่มแสดงรูปตั้งแต่ปี 1995 หรือเกือบ 18 ปีนับแล้วราว 200 เดือน จะเห็นว่ามีช่วงผันผวนแรงๆ มาเนืองๆ โดยเฉพาะตรงที่ 680 แล้วทะลุ 1000 เหรียญ และมาผันผวนแรงตรงจุดยอด ถ้านับทั้งเดือน เดือนนี้ ตอนนี้จากจุดยอดลงมาต่ำสุด ห่างกันราว 300 เหรียญ น้อยกว่าครั้งก่อนที่ลงจาก 1920 มา 1520  ครั้งนี้ถ้านับทั้งเดือน ยังไม่ถือเป็นที่สุดแต่ถ้าเทียบต่อวันถือว่าครั้งนี้เป็นที่สุด คือสูงสุดต่ำสุดของวันห่างกัน 160 เหรียญต่อออนซ์ หรือราว 2,200 บาทต่อบาททองหรือราว 10 % ต่อวันซึ่งปกติแค่ 3 % ก็เยอะแล้ว 
สำหรับภาพของกราฟรายเดือนมีจุดสังเกตอีกอย่าง MACD รายเดือนตัดเส้น 0 ลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2002 RSI ก็ลงมาต่ำสุด ในรอบ 12 ปี สุดท้ายแล้วนอกจากกรอบราคาทองจะจบขาขึ้น  MACD ก็หมดรอบที่เป็นบวกกลับมาเป็นลบอีกครั้ง โดยสรุปแล้วภาพนี้บ่งชี้ให้เห็นถึงการจบรอบการขึ้นในรอบ 12 ปีที่ผ่านมาครับ ทำให้บอกได้ว่าท่านที่เคยฝังใจและหวังว่าทองจะขึ้นต่อเนื่องยาวเป็นทศวรรษคงต้องรอให้มีเหตุการณ์มาผลักดันรอบใหม่ อาจหลายปีอยู่



ลำดับต่อมาคือกราฟรายสัปดาห์คงต้องมาดูเป็นจุดๆ 
1. MACD รายสัปดาห์นั้นมันหลุดลงไปต่ำกว่าเดิมซึ่งเป็นฟอร์มที่อาจพาทองยังลงต่ออยู่
2. RSI ฟอร์มเป็นแนวลง พ้นแนวนี้ได้เมื่อไหร่คงมีลุ้นฟื้นตัวกันบ้างเล็กๆ
3. เส้นแนวเป็นแนวการฟอร์มตัว เป็นเส้นแนวในภาพหลักที่หาได้ในตอนนี้ ที่ 1262 1307 ลุ้นให้หยุดลงในแนวนี้ เพื่อเข้าสู่สเต็ปการรีบาวด์
4. ตรงจุด "หลังคาโลก" เป็นแนวต้านหลัก สำหรับท่านที่ยังหวังการกลับไป 1800 ในปีนี้ต้องผ่านด่านนี้ไปครับ  1470 1480 1500 1520 ครับ


มาอัพเดทช่วงสั้นๆ กับกราฟราย 4 ชม.กันครับ ยอมรับตามตรงว่าตอนนี้ตลาดยังไม่ปกติยากแก่การคาดเดา มาก แต่อาจเป็นโอกาสสำหรับท่านที่เดาทางถูกครับ เพราะขยับทีก็หลายสิบเหรียญ ตอนนี้เรามีเส้นแนวลงให้แหงนมองหลายเส้นเส้นใกล้สุดที่ 1365 1370 และแถว 1500 
แนวที่ 1433 1468 1503 เป็นแนวรีบาวด์ ไม่พ้นแนวพวกนี้ยังมองลงครับ และไม่รู้ว่าจะรีบาวด์มาถึงหรือเปล่าด้วย แต่ถ้ารายสัปดาห์หยุดลงในสัปดาห์นี้และฟื้นตัวในสัปดาห์ต่อ ๆ ไป ก็มีลุ้นจะเห็น 1433 1468 ครับ ส่วน 1503 นั้นยากหน่อยมีคนรอขายอยู่เยอะครับตรงนั้น
โดยสรุปแล้ว ทองยังอยู่ในช่วงหาจุดหยุดลงต่อไป(ช่วงนี้หาจุดนี้บ่อยไปไหม) มีแนวโน้มที่จะหยุดลงแถวนี้ได้ เพราะถือว่า 1300 เป็นแนวหลักแนวนึง ถ้าสัปดาห์ต่อไปไม่ลงต่ำกว่าเดิมก็จะมีการฟื้นตัวหรือรีบาวด์เข้ามาลุ้นที่แนวต้านที่ให้ไว้ครับ

วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2556

Mainframe 10.4.56

วิสัชนา ก็แค่เปลี่ยนจากคำว่า lower เป็น higher เท่านั้นแต่มีรายละเอียดอีกพอสมควรกับคำถามที่ว่าจะเปลี่ยนจากแนวโน้มลงเป็นแนวโน้มขึ้นได้อย่างไร
ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้นเรามาดูอาการของทองกันหน่อย
การที่ทองดีดตัวขึ้นมาได้ราว 50 เหรียญถือว่าเป็นการฟื้นตัวที่ดีที่สุดครั้งนึงของช่วงการลงยาวๆ ในรอบนี้
เป็นสิ่งที่มองหามานาน ถือเป็นสัญญาณบวกแรกๆ ที่นำมาประกอบสมมติฐานว่าทองจะกลับตัวขึ้นแล้ว
มาดูรูปแรกกันครับ


สำหรับรูปแรกนี้ผมให้สังเกตสัญญาณซื้ออันดับแรกจาก Modified Stochastic ตัดขึ้นมาแล้วเพียงแต่รอตามเมื่อเกิดสัญญาณซื้อในกราฟระยะสั้น ที่แนวหนุนหลักครับ ซึ่งจะมีอีกสัญญาณซื้อในภาพหลักตามมาคือ MACD เพืยงแต่ลูกต่อมาของ MACD ไม่ลงต่ำกว่าลูกล่าสุดเราก็คาดหวังถึงการกลับตัวหรือเปลี่ยนเทรนด์ได้ครับ


มาถึงรูปต่อมาครับเป็นอินดิเคเตอร์ในกราฟรายสัปดาห์ ดูแล้วอยากตะโกนดังๆว่าจะขึ้นแล้วคร้าบบบบ
เกิดสัญญาณไดเวอร์เจ้นท์ที่อินดิเคเตอร์ทั้งสามตัว ที่สำคัญเทรนด์กำลังจะเปลี่ยนด้วย SAR ที่มาจ่อใกล้ๆ อยู่บริเวณ 1608 การลงมาที่ 1540 ครั้งล่าสุดดูจะเป็นสัญญาณดีมากกว่าไม่ดีครับเท่าที่เห็น


สำหรับรูปนี้ให้แนวราคาที่ส่วนตัวผมคิดว่าจะได้ใช้แนวต้านกันครับ สำหรับช่วงต่อไป

ดังนี้ครับ 1589 1598 1616 1625 1645 1653 1672
และเผื่อ Fell ก็ให้แนวรับไว้ที่ 1576 1567 1555 1540 1531 1521 



เป็นเส้นแนวลงในภาพหลัก และภาพรอง ราคาทองขึ้นทดสอบ 1590 ที่แนวรองครับ แล้วย่อผ่านอันนี้ได้ก็จะหยุดลงในภาพย่อยๆ ไปทดสอบแนวที่แนวหลักซึ่งจะมีเส้นค่าเฉลี่ย ซ้อนเอาไว้ที่บริเวณ 1630 - 1650



ทำให้โดยสรุปแล้วทองมีสัญญาณบวกเข้ามา และรอเกิดแอ็กชั่นอยู่กับกราฟรายสัปดาห์ซึ่งถ้าแอ็กชั่นที่กราฟรายสัปดาห์ ก็จะเห็นทองวิ่งขึ้นสองสัปดาห์เป็นอย่างน้อยส่วนจะเพราะอะไรนั้นก็รออ่านกันละกันครับเพราะสัญญาณเกิดก่อนข่าวมาทีหลัง
ปิดท้ายที่ถามไว้ซึ่งมีรูปประกอบ ด้านล่างครับ การที่ราคาทองลงมาเรื่อยๆ มันฟอร์มตัวเป็น "รูปแบบ" คือลงทำจุดต่ำใหม่ และรีบาวด์ไม่พ้นแนวรีบาวด์ ทำให้ทองไหลลงมาเรื่อยๆ เมื่อสังเกตจากอินดิเคเตอร์ macd ตัดขึ้นเหนือ 0 ได้ไม่กี่วันก็ตัดลง โดยแต่ละลูกของ macd ที่ตัดลงมาใหญ่ขึ้นๆ จุดเปลี่ยนตรงนี้คือถ้าลูกนี้ลงแล้วเล็กลง แล้วตัดขึ้นเหนือ 0 ทำให้ลูกคลื่น ของ macd ใหญ่ขึ้น ก็ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนซึ่งจะพาให้ RSI ผ่าน ระดับ 57 - 60 ที่เป็นยอดของลูกก่อนหน้าขึ้นไปได้ด้วย สิ่งที่เราต้องลุ้นให้เกิดกับ RSI ของกราฟรายวันคือ อย่ากลับมา 30 อีกหลังทดสอบแนวของมันที่ 57 - 60 แปลว่าถ้าRSI ย่อไม่ลึกแล้วเบรก 60 ขึ้นไปแตะ 70 ได้จะเป็นตัวบอกว่าสถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว ซึ่งนั่นจะทำให้เกิด Higher High และ Higher Low โดยมีอินดิเคเตอร์รายสัปดาห์สนับสนุนครับ

วันพุธที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2556

Mainframe4.4.56

มาอัพเดทสถานการณ์เพิ่มเติมครับ หลังจากที่ทองทำอะไรเดิมๆ
เป็นการอัพเดทก่อนประกาศอัตราการว่างงาน ซึ่งถูกคาดว่าจะทรงตัวจนถึงว่างงานน้อยลง เป็นปัจจัยกดดันราคาทองให้อ่อนตัวลง ซึ่ง Consensus หรือความเห็นโดยรวมที่ Bloomberg.com ไปสำรวจมาว่างั้นตามรูปข้างล่าง




มาถึงทรงกราฟรายวันอินดิเคเตอร์ต่างๆ ยังคงลงอยู่ไม่มีสัญญาณให้ซื้อเลย อย่างเร็วที่กราฟจะเกิดต้องสองสามวันจากนี้ เรากำลังลุ้นว่าจะหยุดลงตรงไหน ถ้าหยุดลงใกล้ๆ นี้ กราฟจะส่งสัญญาณกลับตัว ให้ลุ้นไปไกลได้ไม่น้อย อย่างไรก็ตามต้องรอให้หยุดลงและจะซื้อเพื่อลุ้นกลับตัวได้เร็วสุดเมื่อ Stochastic ตัดขึ้น กับอินดี้ตัวเร็วสุด 


เป็นภาพกราฟรายสัปดาห์ที่บอกได้ว่า เสียวไส้ดีเหลือเกินสมมติว่ากราฟต้องการแรงซื้อระดับบิ๊ก อาจต้องทนเห็น RSI ลงแตะ 30 แล้วตัดขึ้น ซึ่งจะแปลว่าเราจะเห็นทองลงไปใกล้ 1500 มากๆ ซึ่งทั้งหมดนั้นมีสัญญาณดีๆ ที่รอเราอยู่แค่ไม่รู้ว่าจะลงแค่ไหน หลังจากลงชุดนี้สุดแล้ว มีแรงซื้อเข้าหนุนกราฟรายสัปดาห์ได้จะขึ้นยาวเป็น 100 เหรียญ และนี่อาจเป็นรอบการขึ้นครั้งเดียวหรือหนึ่งในสองครั้งของปีนี้



มาถึงค่าเงินบาท ผมว่าเราจะไม่ต้องห่วงค่าเงินอีกในช่วงระยะนึงครับ คงไม่ผันผวน ที่อยู่ดีๆ ก็แข็งหรืออ่อนลงหลายๆ สิบสตางค์ เพราะตลาดหุ้นเริ่มทรงตัว ดอกเบี้ยก็กว่าจะประชุมอีกก็อีกนาน มองแต่ราคาทองเป็นหลักไปครับสำหรับเดือนเมษานี้



เป็นกรอบราคาทองที่เกิดในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ 1797 เส้นเหลืองๆ เป็นแนวการลงรอบล่าสุดชันกว่าแนวหลัก ในช่วงต่อจากนี้ต้องให้เบรกเส้นนี้ขึ้นมาให้ได้ถ้าไม่อยากเห็น 1500 ครับหรือกลับไป1650 - 1680 



เป็นภาพของแนวราคา ซึ่งตรงเส้นแนวหนุนคือเส้นราคาที่อาจได้ใช้
1500 1520 1540 1555 1576 1589 1598 1609 1625 1635


โดยสรุปแล้วทองมีโอกาสลงต่อ และจะต่ำกว่าเดิม(จริงๆ ตอนที่เขียนนี้ต่ำกว่าแล้ว) ยังต้องดูว่าหยุดลงเมื่อไหร่ ซึ่งในภาพหลักๆ นั้นมีโอกาสได้เห็นการกลับตัวหลังจากลงสุดรอบนี้ 
จุดที่อาจรับอยู่ อาจมีแรงหนุนให้สามารถคาดหวังถึงขั้นกลับตัวหรือรีบาวด์ดีๆ ได้คือบริเวณ 1520 - 1535 
ซึ่งต้องตามสังเกตแต่ละแนวว่าแรงดีพอหรือยัง ต้องเช็คกันเป็นตอนต่อตอนเลยไม่สามารถบอกได้ว่าจะรับอยู่แน่นอนตรงไหน เมื่อหยุดลงสิ่งที่เราคาดหวังคือการเด้งตัวที่มากกว่า "รีบาวด์" ที่ผ่านมาทองไม่เคยไปไกลกว่ารีบาวด์เลย ถ้าทำได้เราถึงจะมีความหวังที่จะเห็น 1700 บริเวณนั้นหรือเทียบกับราคาทองไทยที่ 23,300 - 23,700 บาท ซึ่งต่อไปนี้ค่าเงินบาทจะไม่มีอิทธิพลต่อราคามากกว่าทิศทางราคาทองอีกระยะนึง
สิ่งที่เป็นวิธีที่จะนำมาประกอบหลักในการคาดเดาตอนนี้คือทรงกราฟหรือ Chart Pattern เพื่อบอกว่าจะเป็น Countinue Pattern หรือ Reversal Pattern 
พรุ่งนี้ผมจะนำตัวอย่างที่ใกล้เคียงมาประกอบเพื่อสร้างเป็นสถานการณ์จำลองให้ครับ

วันพุธที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2556

Mainframe 21.3.56

มาอัพเดทรายสัปดาห์กับ Mainframe หลังจากที่ทองฟอร์มตัวจนผ่าน 1600 ขึ้นมาได้ ทำให้ดูมีความหวังเรืองรองรออยู่ข้างหน้าพิกล เหตุผลที่ถูกนำมาประกอบก็ช่างเหลือเชื่อ อยู่ๆ ก็มีไซปรัสมาช่วยหนุนให้ทองรีบาวด์สวยๆ มาได้ แต่ก็ยังมีปัญหากับค่าเงินบาท คราวนี้ตบท้ายด้วย Key Success จากปากผู้ผ่านร้อนหนาวในตลาดเทรดดิ้งว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่จะพาเราไปสู่จุดหมายที่ตั้งใจหรือสามารถทำกำไรได้จริงๆ ว่าแล้วมาดูกันทีละเรื่องเลยครับ



เริ่มต้นที่อินดิเคเตอร์รายวันกันก่อนครับ ต้องบอกกันตรงๆว่ามันเข้าสู่กรอบบนแล้ว ต้องเริ่มระวังมีปฏิกริยาหรือมันตัดลงต้องระวัง Sto ยังไม่ถึงระดับ 80 ดีนัก แต่ก็ใกล้เคียง ส่วน RSI จ่อระดับที่ช่วงที่ผ่านมาเป็นแนวต้านหรือขึ้นมาได้สุดแค่นี้ หลังๆ RSI รายวันของทองไม่ค่อยไปถึง 70 เท่าไหร่ โดยเฉพาะขานี้ที่ขึ้นมาจาก 20 ตามตำราว่าไว้ขึ้นจาก 20 มักจบแค่ 60 ต้องดูว่าช่วงนี้ราคาทองเริ่มไปตึงๆ ที่ไหนก็อาจจะเริ่มลงจากตรงนั้นครับ 
อินดี้ชุดต่อมาคือ MACD กับ MACD Os 
MACD รายวันกลับมาอยู่แดนบวกได้แล้ว แต่สองลูกก่อนหน้านี้ขึ้นมาได้ 4 - 5 วันก็ตัดลงยาว ทำให้ก็อยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเริ่มระวังที่จะย่อกันแล้ว


เป็นรูปของแนว Fibo ซึ่งเส้น 2 กับเส้น 3 ของแนวFibo ย่อยอยู่ที่ 1619.9 และ 1635 ในภาพย่อยๆ นี้ถ้ายังไม่ผ่าน 1619 1635 ยังไม่พ้นแนวรีบาวด์ของการกลับสู่ช่วง 1680 - 1700 
และมีแนวหลักที่ 1646 1675 1703 เป็นแนวกันในการกลับสู่ 1797 ซึ่งสำหรับแนวหลักแล้วยังเป็นเรื่องไกลตัวครับ ตอนนี้เอาแค่ 1619 1635 ก่อน


รูปนี้ตีมาให้ดูเส้นเทรนด์ เราอยู่ในช่วงการฟอร์มตัวที่เป็นขาลงแบบนี้ครับนอกมีเส้นเทรนด์ขาขึ้นกั้นที่ 1680 และเส้นแนวขาลงที่ 1640- 1645 


ส่วนภาพนี้เป็นเส้นแนวต้านจากแนวฟอร์มตัวต่างๆ ซึ่งถ้าจุดไหนพ้องกับเส้นFibo ด้านบนนั้นก็ืถือว่าแข็งผ่านยาก ซึ่งก็พ้องกันหลายจุด ทั้ง 1620 1635 1685


เป็นรูปแนวหนุนต่างๆ ที่อาจได้ใช้ถ้าไม่พ้นแนวรีบาวด์แล้วหลุด 1580 - 1585 ลงมาและรับที่ 1550 ไม่อยู่ จุดแนวรับที่แข็งดูแล้วน่าจะเป็นจุด 1512 - 1520 สำหรับในช่วงใกล้ๆ นี้และถ้ากลับมาใหม่ต้องมองยาวๆไปถึงระดับ 1430 1480 กันครับ 
โดยสรุปแล้ว ในภาพสั้นๆ นี้เราจะลุ้นว่าไปได้สุดแค่ไหน 1615 1620 1635 1650 เป็นแนวต้านที่อาจได้ใช้ 
ระดับอินดิเคเตอร์อาจทำให้มีแรงขายหนักๆ ออกมาตามแนวต้านที่ให้ไว้ การย่อตัวหลังทดสอบแนวต้านสำคัญเป็นปกติวิสัยแต่การฟอร์มตัวหลังจากนี้จะเป็นตัวบอกทางที่ราคาทองจะไป ถ้าฟอร์มตัวแล้วยกตัวขึ้นเหมือนก่อนเบรก 1585 ก็มีลุ้นกลับไป 1650 1670 แต่ถ้าเป็นอีหรอบเดิมๆ คือไม่พ้นแนวรีบาวด์ 1635 แล้วลงหลุด 1580 ก็จะไปเทสต์แนว 1550 1520 ซึ่งอาจมีการฟอร์มแบบเข้ากรอบสามเหลี่ยมมาให้เห็นในอีกเดือนข้างหน้านี้



สุดท้ายสำหรับเรื่องราคาทอง ช่วงนี้ราคาทองคำในประเทศเราเหมือนเจอไม้หน้าสามตีแสกหน้าด้วค่าเงินบาท บอกตามตรงนะครับผมว่ามันแข็งขึ้นเร็วไป ราว 5 % ในสามเดือน ยังเหลือเวลาอีก 9 เดือนสำหรับปีนี้ที่จะให้มันแข็ง เกรงว่า 28.5 อาจจะเป็นเพียงทางผ่าน ในภาพรวมเวลานี้คงต้องปรับประมาณการค่าเงินแข็งขึ้นไปอีกเล็กน้อย แต่ในช่วงสั้นต้องระวังการอ่อนค่าสวนขึ้นมาด้วยปัจจัยทางเทคนิค การย่อพักฐานของตลาดหุ้น และอาจมีมาตรการสกัดเงินแข็งเข้ามาครับ






มาถึงเนื้อหาพิเศษที่อยากพูดถึงเสียหน่อย อันที่จริงตอนที่ผมพิมพ์อยู่นี้ตลาดหุ้นบ้านเราก็ทิ้งแรงมาสองวันติดกันแล้วราว 60 - 70 จุด ขึ้นติดต่อกันมาตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว เกือบ 4 เดือน ทิ้งแรงคราวนี้มีคนเจ็บปวดรวดร้าวไปไม่น้อย ส่วนตัวผมไม่คิดว่าผิดพลาดอะไร การขาดทุนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนที่เข้ามาแสวงหากำไร เป็นเรื่องธรรมดา เรามักได้ยินคนบ่นขาดทุน ขาดทุนเท่านั้นเท่านี้ ซึ่งเราเองก็ไม่ได้ถามลึกลงไปว่าอะไรอย่างไร ที่น่าสนใจคืออะไรดลใจให้เค้าเปิดโอกาสให้ขาดทุนได้ขนาดนั้น 
แรกสุดที่เราเข้าตลาด เรามักจะวางแผนในใจเป็นอย่างน้อยว่าจะไม่ทำอย่างนั้น จะทำอย่างนี้เพื่อความปลอดภัยถึงจะมีสกิลในการลงทุนไม่มากแต่ก็จะทำอะไรอย่างระมัดระวัง พอทำอย่างระวัง กำไรก็เริ่มบังเกิด หลังจากนั้นถ้ายังกำไรเรื่อยๆ การ์ดเริ่มตก ความระมัดระวังเริ่มหาย อาจเริ่มเทรดด้วยหุ้นพื้นฐานดี แต่เห็นหุ้นตัวอื่นวิ่งดี ก็เข้าใส่โดยไม่ได้ดูพื้นฐานที่แท้จริง ด้วยหวังกำไรที่มากและเร็ว 
พูดถึงการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์สำคัญอย่างนึงคือรักษากำไรที่หามาไว้ได้ การที่รักษากำไรไว้ได้นั้นคือ "ต้องมีวินัย" 
จากการพูดคุยกับเพื่อนผมคนนึงซึ่งมีประสบการณ์ผ่านร้อนหนาวมามาก ซึ่งมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ในช่วงที่หุ้นขึ้นมาในรอบนี้สามารถทำกำไรได้ เกือบเท่าตัวของเงินลงทุนโดยไม่ได้ใช้ฟิวเจอร์เพื่อเพิ่มอัตราทดในการกำไร 
เพื่อนผมคนนี้บอกกับผมเสมอเวลาที่ผมถาม คือต้องมีวินัยและต้องมี Money Management หรือการบริหารเงินที่ดี
ย้อนไปปีสองปีที่ผ่านมาผมมักจะย้ำเสมอว่าการเทรดดิ้งหรือการเก็งกำไรในหลักทรัพย์ มันประกอบด้วยทักษะสามประการ 

  1. ทักษะในการคาดเดาซึ่่งในมุมของเทรดเดอร์จะใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นหลัก ในการจับจังหวะ
  2. เรื่องของอารมณ์การตัดสินใจ ใช้อารมณ์ให้น้อยที่สุด และต้องนิ่ง
  3. การบริหารเงินเพื่อรองรับความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นแน่ๆ 
ทั้งสามทักษะที่ว่ามาล้วนแล้วแต่มีความสำคัญในตัวมันเองไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันเท่าใดนัก ที่อาจจะดูมีความสำคัญและเป็นเรื่องยากที่สุดคือข้อ 2. คืออารมณ์และการตัดสินใจ ซึ่งมันหมายรวมไปถึงการรักษาวินัยที่ตัวเราเองตั้งเป้าที่อยากจะทำให้ได้ ที่ผ่านมาผมเคยลองละเลยวินัยที่ตัวเองตั้งไว้และก็จะโดนลงโทษในทุกครั้ง ต้องไม่ลืมนะครับในการเข้าเทรดแต่ละครั้งถ้ากำไรคือ + 2 และขาดทุนคือ - 2 คือเรามีเงินมากกว่าคนที่ขาดทุนอยู่สองหน่วย เวลาที่กำไร 
การตัดสินใจเป็นอะไรที่ผันแปรได้ง่าย สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถส่งผลให้การตัดสินใจเปลี่ยนไปได้ และสามารถฝึกฝนให้ดีขึ้นได้ด้วย
ลองนึกดูนะครับว่าวินัยที่เราควรจะทำเพื่อรักษาเงินในพอร์ตนั้นจะมีอะไรกันบ้างเดี๋ยวสัปดาห์หน้าผมมาแชร์ไอเดีย

วันอังคารที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2556

Mainframe 5.3.56

กลับมาเช็คอาการในภาพหลักหลังจากหยุดไปนานและทองลงลึกซึ่งมารายละเอียดและเนื้อหาหลายๆ ด้านมานำเสนอ
มาถึงรูปแรกที่เป็นภาพของราคาทองในภาพใหญ่ย้อนไปถึงกลางปี 2011 ที่ทองดีดตัวทำจุดสูงสุดที่แนว 1900 - 1920 ซึ่งหลังจากนั้นทองก็ทรงตัวไซด์เวย์ในกรอบใหญ่ที่ 1520 - 1800 นอกจากนั้นยัง ณ ระดับราคาล่าสุดเราอยู่ในช่วงเทรนด์ขาลงโดยมีเส้นเทรนด์ขาลงครอบไว้ถึง 4 เส้น
การจะกลับไป 1900 เราจะต้องผ่าน 4 เส้นนี้ไปให้ได้เสียก่อน แต่ในเบื้องต้นเรากำลังลุ้นกับเส้นที่ 4 ที่กั้นเราไว้ที่ราคาราว 1590



 เนื่องจากช่วงนี้ผมเข้าใจว่าคงจะมีคำถามเข้ามามากว่า "จะกลับไป 1800 1900 ต้องอีกนานแค่ไหน"
ก่อนที่จะตอบว่าอีกนานแค่ไหนผมอยากให้ดูเรื่องราวก่อนที่่จะลง 1555 รอบล่าสุดเสียก่อน
เรื่องราวมันเกิดตั้งแต่ทองลงมาจาก 1797 หลังจากรับข่าวว่าเฟดจะอัดฉีดเงินรอบใหม่หรือที่เรียกว่าคิวอี 3 ในช่วงเดือน กันยายนปี 2012 ราคาทองปรับตัวลงโดยถูกมองว่าปรับตัวพักฐานในเวลานั้นลงต่ำสุดที่ 1672 ทำให้รอบการลงในคราวนั้นเท่ากับ 1797 - 1672 = 125 เหรียญ ลงสุดแล้วสามารถรีบาวด์กลับมาถึงเส้นที่สามของฟิโบนาชี่ได้ซึ่งมองว่าแรงดี มีลุ้นพักตัวแล้วกลับไป 1770 - 1790 แต่ในความเป็นจริงกลับตรงกันข้ามคือลงมาลึกและลึกกว่าเดิม




ทำให้รอบการปรับตัวลงรอบใหม่นั้นลงจาก 1755ลงมาลึกสุดราว 1625 1635 หรือราว 130 เหรียญ ซึ่งระยะการลงพอๆ กับระยะการลงของรอบก่อน แต่ที่ส่งสัญญาณไม่ดีนักคือการฟื้นตัวทำได้เพียงเส้นที่สองของฟิโบนาชี่ซึ่งถือว่าแรงน้อยลงจากรอบที่แล้ว โดยหลังจากพยายามอยู่แรมเดือนทำยอดสามยอดและเข้ากรอบสามเหลี่ยมเพื่อเลือกทางก็โดนเทขายลงมาทำขาลงรอบใหม่


โดยรอบขาลงรอบล่าสุดนี้ยังไม่อาจบอกได้แน่นอนนักเพราะไม่รู้ว่าลงสุดแล้วยังเพราะยังไม่มีรีบาวด์เต็มมาเลยแต่ในเบื้องต้นระยะการลงรอบล่าสุดยาวกว่ารอบก่อนหน้านิดหน่อยคือจาก 1690 มา 1555 เท่ากับระยะ 135 เหรียญซึ่งถือว่าใกล้เคียงกันไม่ต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ
ถึงตรงนี้ถ้าเอาฐานการวิเคราะห์แบบของผมลองเติมคำในช่องว่างหน่อยดีไหมครับว่าทองจะกลับขึ้นได้ไหมถ้าจะกลับขึ้นต้องทำได้ดีกว่ารอบก่อนหน้าตรงไหนครับ
1..........................
2........................
3.......................
ตอบคือระดับการฟื้นตัวควรจะดีกว่าระดับก่อนหน้าหรือเส้นที่สองของฟิโบนาชี่ครับ ซึ่งระยะที่ว่านั้นอยู่ที่ 1625 - 1642 ซึ่งเป็นจุดโลว์เดิมของช่วงก่อนหน้าพอดี
ถ้าเอาระดับราคาที่ว่านี้มาเป็นเกณฑ์ท่านที่หวังให้ทองกลับไป 1700 1800 1900 คงต้องให้การฟื้นตัวดีกว่าหรือเท่ากับ 1640 เป็นอย่างน้อยครับเพราะถ้ายังฟอร์มตัวแบบเดิมๆ มาสูงสุดได้แค่ 1625 เราจะมีเป้าหมายการลงรอบใหม่อีก 120 - 130 เหรียญหรือราว 1490 - 1500 ครับ
เป็นภาพใหญ่ที่ผมจะบอกให้เข้าใจเนื่องจากมันฟอร์มตัวมาสามครั้งทำให้เกิดเป็นรูปแบบมาเปรียบเทียบให้เข้าใจ


















หัวเรื่องต่อมาที่ผมต้องบอกไว้เผื่อให้เข้าใจเพิ่มเติมเนื่องจากคลาดเนวิเกเตอร์รอบล่าสุดได้มีการพูดถึงเอาไว้และคราวนี้ถือว่ามีเค้าลางพอควรเพราะเราทดสอบ 1800 มาสามครั้งแล้วไม่ผ่าน ต่อไปคงถึงทางเลือกแล้วแหละครับเพราะปกติก็ทดสอบสามครั้ง ผ่านไม่ผ่านก็หลังจากนี้แต่ที่แย่คือเราอยู่ใกล้แนวรับมากกว่าแนวต้านจึงให้กังวลว่าจะผ่านลงมากกว่าในเวลานี้
หมายถึงว่าเราฟอร์มตัวในกรอบ 1520 - 1800 มาระยะนึงอาจถึงเวลาที่จะไปจากกรอบนี้เพียงแต่ไปทางไหนขึ้นหรือลง ซึ่งถ้าลงมันจะหมายถึง "การสิ้นสุดรอบขาขึ้นของทองคำที่ยาวนานกว่า 6 ปี" โดยให้แนวสุดท้ายที่ 1480 ไว้ครับ

ผมเลยมีตัวอย่างของการจบรอบขาขึ้นมาให้ดูซึ่งเป็นหุ้นตัวหนึ่งซึ่งเคยเป็นหุ้นที่มีแนวโน้มที่ดี คือปรับตัวขึ้นไปราว 4 เท่าตัวในรอบระยะเวลาเพียง 2 ปีและเมื่อหลุดแนวๆ นึงลงก็จบรอบขาขึ้นกลายเป็นรอบขาลง


ทรงกราฟแนวโน้มขาลง


ทรงกราฟของแนวโน้มขาขึ้น

มาถึงช่วงดูอาการของทองในช่วงนี้กัน เป็นภาพของแท่งเทียนรายสัปดาห์สำหรับแท่งล่าสุดอัพเดทถึง บ่ายวันอังคารที่ 5 มีนาคม สิ่งที่ควรจะเกิดกับแท่งเทียนสัปดาห์นี้เพื่อส่งสัญญาณเป็นบวกควรจะเป็นแท่งเขียวที่ขึ้นได้อย่างน้อย  1590 และจะดีมาเมื่อปิดที่ระดับ 1620 โดยแท่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วไม่สวยเท่าไหร่ยังทำให้เกรงว่าจะลงไปได้อีกในระดับ 1520

กราฟแท่งเทียนรายสัปดาห์

 มาดูระดับอินดิเคเตอร์ของรายสัปดาห์กันครับสองตัวแรก MACD กับ MACD Os
กับอันบนเป็น MACD Os ที่เริ่่มคล้อยขึ้น แต่กับ MACD ที่ระยะระหว่างเส้น MACD กับ Signal ยังห่างกันพอควรแปลความหมายได้ว่าในระดับภาพใหญ่ยังต้องควานหาจุดหยุดลงหรือจุดที่แรงขายเริ่มน้อยลงกันต่อครับ ในเบื้องต้นสัปดาห์นี้ควรไม่ต่ำกว่าเดิม

กับอีกสองอินดิเคเตอร์ RSI อยู่ที่ระดับ ราว 35 เป็นจุดที่งอขึ้นได้เพียงแต่ยังต้องตามดูว่าจะงอขึ้นได้เมื่อไหร่ และเมื่อกลับมาเบรกเทรนด์ก็น่าจะเป็นสัญญาณที่ดี ส่วน Sto ก็ยังไม่ครอส

โดยรวมของกราฟรายสัปดาห์แล้วยังไม่ได้ให้สัญญาณซื้อออกมาเลยซักตัว ก็ดีที่มีแรงหนุนเข้ามาให้หยุดลงได้บ้างแต่ยังต้องระวังการเทขายลงไปอีกที่แนวรับต่างๆที่รออยู่ด้านล่าง

อินดิเคเตอร์ของกราฟรายสัปดาห์

อินดิเคเตอร์ของกราฟรายสัปดาห์

 มาถึงแนวรับแนวต้านกันบ้าง
เรามีแนวต้านตามแนวต่างๆ ดังนี้
1605 1619 1635สำหรับระยะการรีบาวด์ในช่วงสั้นและมี แนวต้านหลักๆ ในการกลับไป 1800 ที่ 1647 1675 1703

และแนวรับที่เป็นแนวการฟอร์มตัวในช่วงก่อนขึ้นไป 1900 เมื่อปี 2011
1532 1512 1478 1462 1447

สำหรับแนวรับแนวต้านที่ให้ไว้ถือว่าแนวต้านที่ 1620 1635 จะเป็นแนวที่อาจได้ใช้ในช่วงเดือนมีนาคมนี้แต่ถ้าไกลกว่านั้นยังต้องดูจากอะไรอีกหลายอย่างครับและบางทีอาจเป็นแนวรับด้านล่างที่ได้ใช้ก่อนครับ
แนวรับด้านล่างที่อาจเกิดในเดือนมีนาคมถูกมองไว้บริเวณ 1555 1545 1532 1512
ลึกกว่านั้นคงเป็นช่วงระยะต่อไปครับ

ระดับแนวรับ

ระดับของแนวรับแนวต้าน


มาดูในกราฟรายวันเสียหน่อยถึงแม้กราฟรายสัปดาห์จะยังไม่เห็นสัญญาณบวกแต่ถ้ารายวันฟื้นตัวได้ก็จะส่งผลไปถึงกราฟรายสัปดาห์ครับ
อินดี้ทั้ง 4 ตัว มีแนวโน้มอาจฟื้นตัวได้ในช่วงสัปดาห์หน้า ต่อให้ตัวเลขการจ้างงานที่ประกาศในสัปดาห์นี้ออกมาแล้วทำให้ทองไม่ดี แต่ถ้าแรงขายหมด หรือเหลือน้อยอาจส่งให้ทองฟื้นตัวในช่วงสั้นๆ ได้ครับ


อินดิเคเตอร์ของกราฟรายวัน

อินดิเคเตอร์ของกราฟรายวัน


ที่ดูแล้วอาจให้เป็นห่วงบ้างคือค่าเงินบาท มันทรงตัวในกรอบซึ่งเป็นปกติวิสัยของมัน ถ้ามีปัจจัยทำให้เงินไหลเข้าไทยอีกระลอกอาจทำให้เงินบาทหลุดแนวหนุนเดิมลงไปที่ 29.5 หรือต่ำกว่าได้ครับ ยังไม่ลืมนะครับ ว่าแนวโน้มทั้งปีคือเงินบาทจะแข็งมาที่ระดับ 28 - 29 สมมติว่าทองเกิดสัญญาณ Bullish Divergence แล้วเรากลัวค่าเงินบาทจะแข็งมากๆ อย่างต้นปีแนะนำให้ Short ดอลล่าร์ฟิวเจอร์กันไว้ อย่างน้อยบางส่วน

ทรงกราฟค่าเงินบาท

มาถึงส่วนสุดท้ายคือการถือครองของ SPDR อาจทราบกันไปบ้างแล้วแต่เอามาแถมท้าย
การถือครองของกองทุนทองยักษ์ใหญ่ลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี และลดลงหนักๆ ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ทำให้เมื่อนับจากต้นปีลดลงราว 100 ตันเห็นจะได้ครับ (ช่างตรงกันข้ามกับเมื่อก่อนจริงๆ)


ปริมาณการถือครองทองคำของกองทุนSPDR























วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

มามั่ง/ไม่มามั่ง by นักขายหมูขอรับ(18.2.56)

ไม่อยากจะอคติ แต่มันก็เห็น ๆ กันอยู่ว่าเมื่อคืนวันศุกร์มันเหมือนวันแห่งความบังเอิญ ที่หลากหลายข่าวร้ายสำหรับทองคำจะปะดังเข้ามาอย่างต่อเนื่องทุกครั้งที่ราคาพักตัว เรียกว่าข่าวแรกมาทำทองร่วง พอพักได้แป๊บเดียว ข่าวสองก็มาฉุดลงอีกครั้ง แล้วก็หลอกให้พักเหนื่อยอีกนิด ข่าวสามก็กระหน่ำต่อ เป็นงี้ตลอดคืนจนตลาดปิด ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ออกตรงตามเวลาเป๊ะ แต่ประกาศออกมาไม่เป๊ะอย่างเวลา เพราะไหงมันดีเกินหน้าเกินตาจนทุบทองตายคาที่ แล้วยังมีทั่นประธาน ECB ออกมาย้ำอีกว่ายุโรปดีขึ้นแล้ว ฟากประธาน Fed ไม่อยากน้อยหน้า เลยออกมาสัมภาษณ์บ้างว่า เมกาฟื้นแย้ววว.... นอกจากนี้ยังมีข่าวเซอร์ไพรซ์ยิ่งกว่า คือ โซรอสเททองในพอร์ตที่ลงทุนผ่าน SPDR ออกไป 55% ของที่มีอยู่เดิม   - -" เอ่อ.. อันนี้ขายเท่าทุนหรืออาจจะขาดทุนด้วยนะเนี่ย ทีนี้พอข่าวออกมาก ๆ ผสมโรงกับข้อมูลก่อนหน้าที่ World Gold Council ประเมินว่าปีนี้ทองจะอ่อนเพราะแรงซื้ือลดลง ทำเอาบรรดาโบรคนอกฝ่ายมองทองแง่ลบทั้งหลายตีปีกออกมากันใหญ่ว่าเป้าเฉลี่ยปีนี้ เอาแค่ 1500-1600 ก็พอแล้ว เห้อ......

มองโลกในแง่ดี(นิดหน่อย) มันก็ยังดีกว่าตอนเน่าสนิท -100$ ในคืนเดียว เพราะตอนนั้นมันนึกจะร่วงก็ร่วง ไม่มีอะไรประกอบเท่าไหร่เลย แต่คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เค้ายังพอจะมีเหตุอยู่บ้าง ถึงจะดูบังเอิ๊ญ..บังเอิญไป(เยอะ)หน่อยก็เถอะ

มองเมฆในกราฟรายวัน :  ราคาดีดกลับได้แบบมีแรงหนุนเยอะอยู่ แต่เส้นสีม่วงเข้มเป็นแนวต้านที่ 1625 จุดนี้คนเล่นเก็งกำไรรอบสั้นรอลุ้นจะขายอยู่ ทำให้ราคาอาจผ่านขึ้นต่อไม่ได้ง่าย ๆ หรือ อาจขึ้นไม่ถึงด้วยซ้ำ เพราะคนจะขายออกมาก่อน
มองเมฆในกราฟรายสัปดาห์ :  ราคาหลุดกระจุกเมฆลงมาพร้อมกับเส้นสีดำกำลังจะทิ่มลง ทำให้เสี่ยงจะกลายเป็นลงหนักกว่านี้อีก สัปดาห์นี้มีแต่แนวต้าน 1625/1645/1665 แนวรับไม่มี แต่แนะนำให้ซื้อในกรณีที่มันร่วงลงมา(จะหลุดหรือไม่หลุด1600ก็ได้) แต่ให้กลับมายืน 1600 ได้ก่อน




วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Wealthstation Guide 11.2.56


ซินเจี่ยอยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้
สะสมบุญ สั่งสมความดี 
โชคลาภ วาสนา เกื้อหนุน
ทิศทางราคาทองลงมาจ่อที่แนวหนุนหรือแนวรับสำคัญ 
มองย้อนกลับไปข่าวเชิงลบต่อทองมีมาเรื่อยๆ และที่เราเข้าใจว่าข่าวดีก็อาจไม่ใช่ข่าวดีอย่างที่เราคิด
วันนี้ทรงตัวเหนือ 1670 - 1672 ได้จะดูดีขึ้นเล็กน้อย และถ้าหลุด 1660 - 1665 ก็จะดูไม่ดีมีสิทธิไปลึกถึง 1615 1625 กันเลยครับ


วันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Wealthstation Guide 8.2.56

ช่วงที่ผ่านมาราว 1 สัปดาห์ ทิศทางราคาทองเป็นรูปแบบนึงที่ใครจะชอบก็ชอบ ไม่ชอบก็ไม่ชอบ คือมันวิ่งในกรอบราว 15 - 20 เหรียญเพื่อรอระเบิดไปซักทาง
มีมากกว่านั้นคือช่วงนี้มีทรงกราฟแบบนึงที่เรียกว่า V-shape เกิด 4 ครั้งในช่วงเวลาไม่นาน 
ราคาทองโดนเทลงจาก 1678 ในหัวค่ำบ้านเรามาแตะระดับ 1662 ด้วยเหตุผลว่ามุมมองเศรษฐกิจของ ECB ไม่ดีและไม่มีการอัดฉีดเงินแค่ตรึงดอกเบี้ยเท่านั้น
การลงมาแตะ 1662 ทำให้กราฟเสียทรงคือ เกิด lower low ขึ้น 
โดยเช้านี้ทองก็กลับมาอยู่บริเวณ 1670 หลังดีดแรงกลับไป 1682 ในคืนที่ผ่านมา ถ้าเช้านี้ บ่ายนี้ทองลงต่ำกว่า 1667 อีก ก็จะดูไม่ดีและอาจเป็นการเบรกลงก็ได้ครับ 



วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Wealthstation Guide 6.2.56


ทิศทางราคาทองหดตัวลงหลังเบรกแนวย่อยทำให้ยังคงต้องรอการระเบิดเปิดทางต่อไป
แนวต้าน 1677 1683 
แนวหนุน 1660 1665 1670


วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Wealthstation Guide 4.2.56


ทิศทางราคาทองคำลดระดับมาอยู่ใกล้แนวหนุนหลังจากดีดรับข่าวอัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้นในเดือนมกราคม โดยรวมตัวเลขดีขึ้นหลายตัว ส่งผลให้ทองย่อตัวลงมา
นอกจากนั้นแรงขายบริเวณ 1685 - 1700 ยังคงทำงานได้ดี ทรงกราฟจะเป็นตัวช่วยในการคาดเดาทิศทางในกรอบนี้ได้ครับ
แนวต้าน 1672 1682 1687
แนวหนุน 1665 1662 1658


วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2556

Wealthstation Guide 30.1.56


ทิศทางราคาทองฟื้นตัวมาอยู่เหนือระดับ 1660 ได้ในวันที่ผ่านมาคืนนี้สำหรับผมถือว่าสำคัญที่สุดในสัปดาห์นี้ ช่วงเวลาราวตี 2 ของคืนนี้เฟดจะออกมให้ความเห็นต่างๆ ซึ่งจะส่งผลต่อทองมากกว่าสินทรัพย์อย่างอื่น ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง
ประเด็นที่สร้างความกังวลคือระยะเวลาที่จะยังคงทำคิวอี จะบอกชัดเจนหรือฝากไว้กับตัวเลขการจ้างงานเหมือนเดิม ประเด็นเรื่องอัตราดอกเบี้ย จะยังคงตามนโยบายเดิมที่จะคงไว้จนถึงต้นปีหน้าเป็นอย่างน้อยหรือเปล่า
ความไม่แน่นอนของเงื่อนเวลาในการที่จะเปลี่ยนแปลงนโยบายพวกนี้น่าจะเป็นประเด็นที่ต้องตามไปจนถึงสิ้นปีกันเลยครับ เพราะเราอยู่บนช่วงเวลาที่ "งวด" เข้าทุกทีแล้ว ถ้านับตั้งแต่ 2008 - 2009 นี่ก็จวนจะ 5 ปีแล้วครับที่อัตรา Fed Fund Rate อยู่ระดับต่ำสุดนี้  แน่นอนครับว่าไม่ต่ำสุดตลอดไปต้องถึงเวลาปรับขึ้นซักวัน 
แนวต้าน1665 1672 1675 
แนวหนุน 1658 1655 1652 1645
หลุด 1655 ไปเจอแนวใหม่ลึกกว่าเดิมที่ 1645 
ยืน 1665 ได้ขึ้นทดสอบ 1675และถ้าไม่หลุด 1665 หลังเฟดประกาศมีีลุ้นไปถึง 1685 1690


วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2556

Mainframe 29.1.56

สัปดาห์นี้มาเจอกันเร็วกว่าทุกครั้งเนื่องจากผมติดค้าง การตอบคำถามลูกค้าท่านนึงที่ถามเข้ามาและกลางสัปดาห์นี้มีประเด็นหลักรวมไปถึงปลายสัปดาห์ที่จะมีตัวเลขที่จะชี้ทิศทางของทั้งเดือนเข้ามาครับ



เริ่มที่เรื่องแรก ค่าเงินบาท 
         เรื่องค่าเงินบาทดูจะฮอตฮิตขึ้นมาเป็นคำถามในงานสัมมนาที่ผมเข้าร่วมทุกครั้งเลย ผมว่าช่วงนี้ผมต้องหาแนวต้านมาให้ใช้ และยังไม่ลืมนะครับที่มันจะแข็งขึ้นในอนาคต ซึ่งภาพรวมทั้งปีมีโอกาสทีเราจะเห็นค่าเงินบาแข็งไป 28 -28.25 ครับ
จากในรูปเป็นแนวต้านตามแนวการฟอร์มตัวของมันในช่วงที่ผ่านมาครับ แนวหลักจะเป็น 30 บาทและ 30.2 ส่วนตัวผมมองว่าไม่น่าอ่อนลงไปกว่า 30.3 ครับ
เรื่องที่สองมาพูดถึงทรงราคาทองกันนิดนึงครับ

ทรงกราฟราคาทองตอนนี้

กราฟราคาทองตอนลงมา 1700 ครั้งแรกหลักขึ้นสูงสุดที่ 1797 


         ทรงราคาทองช่วงนี้พาลให้ผมนึกถึงทรงตอนที่ราคาทองอยู่ 1700 - 1705 ครั้งแรกหลังจากไปสูงสุดที่ 1797 การลงมาแตะแนวรับสำคัญอย่าง 1700 แล้วทองไม่เด้งตัวอย่างที่ควรจะเป็นเหมือนกับตอนนี้ที่ลงมาแตะแนวรับหลักอย่าง 1650 แล้วไม่เด้งตัวอย่างที่ควรทั้งที่มีสัญญาณบวกระยะสั้นเข้ามาครบ 
คราวนั้นทองฝืนตัวขึ้นทดสอบ 1715 1720 แล้วก็ทิ้งตัวหลุด 1700 ในเวลาต่อมา คราวนี้ก็เช่นกันอาจเด้งตัวไปได้บ้างแล้วลงมาทำจุดต่ำใหม่ที่ต่ำกว่าเดิมหรือบริเวณ 1625 1635 หรือต่ำกว่านั้น 
เรื่องที่สาม วันพุธนี้จะมีตัวเลขการจ้างงานและวาระการประชุมของเฟดที่เราจะต้องมาตามดูตามฟังว่าเค้าจะให้แนวทางดอกเบี้ยไว้อย่างไร เดิมทีเค้าว่าไว้คือตรึงดอกเบี้ยต่ำสุดนี้ไว้จนถึงปี 2014 แต่มีการมีโอกาสปรับดอกเบี้ยขึ้นอย่างเร็วเป็นปลายปีนี้ จะทำให้ทองปรับตัวลงจากจุดนี้ได้ เพราะเดิมทีปัจจัยเดียวที่เรายังหวังถึงการปรับตัวขึ้นของทองคืออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ กำลังจะถูกบั่นทอนลงอีกครั้ง 
          สำหรับตัวเลขการจ้างงานที่จะประกาศในวันพุธนี้กับศุกร์นี้ มาเร็วพอควรเนื่องจากศุกร์แรกของเดือนเป็นวันที่ 1 ทำให้ยังไม่ทันหมดเดือนมกราคมก็ต้องมาสรุปตัวเลขประจำเดือนกันเลย จำได้ไหมครับ ตัวเลขการจ้างงานเป็นตัวบอกทิศทางในเดือนนั้นทั้งเดือน อาจมีบ้างในปีก่อนที่ไม่มีความสำคัญแต่กับเวลานี้สำคัญที่สุดแล้วครับ เพราะมาตรการทางการเงินของเฟดผูกไว้กับตัวเลขการจ้างงานชัดเจน ถ้าออกมาดี ทองมีสิทธิ์ที่จะลงไปเล่นกรอบล่างซึ่งเป็นแนวเดิมก่อนที่จะมีเรื่องคิวอีเข้ามาเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่ในทางกลับกันถ้าออกมาไม่ดีต่อเนื่อง ก็มีสิทธิที่ทองจะฟื้นตัวได้บ้างครับ 
เรื่องที่สี่ เที่ยวนี้ผมขอเสริวิธีการดู RSI เนื่องจากมีลูกค้าถามเข้ามา และสามารถอธิบายได้ไม่กี่บรรทัดจบครับ
 RSI ชื่อเต็ม Relative Strength Index
เป็นการหาค่าความสัมพันธ์อย่างหนึ่ง ด้วยข้อสังเกตที่ว่า "เมื่อราคาปรับตัวขึ้นมาซักระยะมันจะมีการพักตัวเนื่องจากมีการซื้อติดต่อกันมาซักระยะนึงแล้ว"  เป็นการแปลงค่าทางอารมณ์ออกมาเป็นค่าทางตัวเลขโดยเอาส่วนต่างทีเป็นบวก เป็นตัวตั้งและส่วนต่างที่เป็นลบเป็นตัวหาร เมื่อบวกมากกว่าลบค่า RSI ก็ขยับขึ้น 
ค่าของ RSI ที่เราดูนั้นเป็นไปได้ในกรอบ 0 - 100 แต่ปกติเราจะเห็นมันเคลื่อนไหวในช่วง 30 - 70 
เราจึงตั้งกฎว่าเมื่อ RSI อยู่ระดับ 30 นั้นคือต่ำ อยู่ 70 นั้นคือสูง เมื่อระดับค่าทางสถิติตัวนี้มาถึงระดับ 30 เค้าจึงบอกว่ามันเป็นระดับที่น่าซื้อ กลับกันเมื่ออยู่ 70 ก็น่าขาย โดยใช้ศัพท์เทคนิคว่า over bought และ over sold เมื่ออยู่ 30 เรียก over sold หรือขายมากเกินไป อยู่ 70 เรียกว่า over bought หรือซื้อมากเกินไป 
นี่เป็นหลักเบื้องต้น แต่หลักการในระดับถัดมา การดู RSI นั้นสำคัญในทุกระดับตั้งแต่ 10, 20, 30 จนถึง 90 
ทุกจุดสามารถเป็นจุดกลับตัวได้หมด เช่น RSI ตัดลงจาก 70 มาถึงระดับ 60 ก็ต้องหาเครื่องมือมาคอยจับว่าจะเด้งกลับมา 70 - 80 หรือเปล่า หรือถ้าเด้งตัวจาก 30 มาชน 50 ก็มีสิทธิ์ที่จะกลับไป 30 ใหม่ได้ไม่จำเป็นที่จะต้องไปให้ถึง 70 เป็นต้น 
หลักในการใช้ระดับ 30 - 70 ที่ใช้กันตอนนี้คือ "ตัด" เมื่อดัชนีมาแตะระดับ 30 เมื่อนั้นยังไม่เกิดการกระทำอะไรขึ้นคือเรายังไม่ซื้อทันที คือเราอาจจะซื้อเลยก็ได้ หรือรอดูว่าตลาดเวลานั้นให้ความสำคัญกับระดับที่ว่านี้หรืเปล่า บางทีตลาดก็ไม่สนลากลงไปต่ำกว่า 30 ได้ เมื่อลงไปเราจะจับตาดูระดับ 20 - 25 ว่าเอาอยู่ไหมและจะมั่นใจมากขึ้นเมื่อมันตัด 30 ขึ้นมา เราถึงจะซื้อ หรือตอนจะเอสลงมาเราก็รอตัด 70 ลงก่อนถึงเอส 
หลักต่อมาคือการบอกว่า ระยะที่ RSI จะไปได้มักมีระยะเท่าเดิม กล่าวคือ ปกติ RSI จะวิ่งจาก 30 ไป 70 หรือ 40 จุด ถ้าในคราวนั้น RSI วิ่งจาก 20 ขึ้นไป ก็น่าจะไปถึงแค่ 60 เท่านั้นหรือถ้า RSI ขึ้นจาก 40 ก็มีสิทธิที่ RSI จะทะลุ 70 ไปถึงระดับ 80 85 ได้
หลักสุดท้ายคือเรื่องของการฟอร์มตัว ในหลายๆ ครั้งที่ RSI ไม่มีทิศทาง แต่ทรงตัวในกรอบ เช่น ทรงตัวในกรอบ 50 - 70 ซึ่งเป็นกรอบ Bullish เมื่อทะลุหลุดกรอบ 50 ลงมาก็เปลียนทิศทางเป็นต้น
หลักการเบื้องต้นสำหรับการใช้ RSI นั้นต้องเข้าใจว่าสินทรัพย์แต่ละชนิดแต่ละเวลาให้น้ำหนักกับแนวต้านด้วย RSI แตกต่างกัน ไม่ตายตัว ต้องดูประวัติ และปรับใช้ให้เหมาะสมครับ เพราะ RSI เป็นเพียงค่าทางสถิติชนิดนึงที่นำมาจับเท่านั้น
เรื่องสุดท้ายทิศทางราคาทองในภาพหลักตอนนี้ 
ภาพแรกมาดูแนวราคาตอนนี้ดูเหมือนจะยืนบนเส้นเทรนด์ที่เบรกขึ้นมาได้ก่อนหน้านี้ส่วนแนวที่แนวต้านแข็งๆ คือ บริเวณ 1680 1690 1700 ส่วนแนวหนุนที่หนุนไว้และหวังว่าคราวนี้จะหนุนอยู่เช่นกันคือแนวบริเวณ 1635 - 1650 ที่ต่อให้ลงไปแตะแต่สุดท้ายปิดวันหรือปิดสัปดาห์ต้องกลับมาปิดเหนือให้ได้ ไม่งั้นมีสิทธิ์ที่จะไป 1580 - 1600 ได้ครับ 






ภาพต่อมาเป็น MACD สองพี่น้อง จะเห็นว่า MACD ตัวพี่จะเพิ่งตัดลง 0 มาเท่านั้นยังต้องอาศัยเวลาเพื่อม้วนกลับไป ในเบื้องต้นต้องภาวนาให้แท่งต่อมาของ MACD ไม่ต่ำกว่าแท่งก่อนหน้าเสียก่อน
ซึ่งต้ว MACD ต้วน้อง( สีเหลือง) ก็เพิ่งตัดตามกันมาเช่นกัน 
ภาพต่อมาเป็น RSI และ Stochastic ก็ให้สัญญาณไปในทางเดียวกัน อย่างเร็วทีสุดที่ทองจะกลับมาเป็นเป็นขาขึ้นย่อยๆ ได้คงต้องเห็น Stochastic ตัดขึ้นให้ได้เสียก่อนครับ 
เมื่อพิจารณาโดยรวมแล้ว ต้องใช้ระยะเวลาราว 2 - 3 วันเป็นอย่างน้อยที่จะกลับขึ้น สำหรับสัญญาณตัวแรกสุดอย่าง Sto และมากกว่านั้นสำหรับ อินดิเคเตอร์ตัวอื่นๆ ช่วงนี้มีดีดได้บ้างจากสัญญาณกราฟระยะสั้นเป้าไม่เกิน 1680 ถ้าอยู่ๆ ลมกรรโชกพากลับไปเกิน 1685 ได้ก็อาจเป็นการกลับขึ้นเลยก็ได้ ซึ่งต้องมีข่าวดีมาสนับสนุนครับ ถ้าไม่มีอะไรยังระวังหลุด 1650 อยู่ ถ้าหลุดจะมีแนวหนุนย่อย ๆ ที่ 1625 1635 1645ครับ สามแนวนี้จุดไหนเด้งได้ดี ค่อยเล่นสั้นหรือใช้จุดกลับตัวได้ครับ