วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2556

Mainframe 18.1.56

           

              มาว่ากันที่ค่าเงินก่อนเลยครับดูจะเป็นประเด็นมากมาย ในเบื้องต้นทราบไหมครับว่าค่าเงินบาทเปลี่ยนไป 10 สต.หรือ 0.1 บาทแล้วทองจะเปลี่ยนไปกี่บาท ลองเปรียบเทียบง่ายๆ เอา 1690 x 0.4753 x 31= 24900 กับ 1690 x 0.4753 x 30.9= 24820 ต่างกันประมาณ 80 บาท ตั้งแต่เปิดตลาดปีใหม่นี้มาบาทเราแข็งจาก 30.6 - 30.7 มาอยู่ต่ำสุดที่ราว 29.7 ตีง่ายๆว่า 1 บาท หรือแปลงมาเป็นราคาทองจะตกราว 800 บาททีเดียวครับ การที่ราคาทองดีดตัวขึ้นมาบ้างในหลัก 60 - 70 เหรียญ ทำให้ราคาทองแทบไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย เพราะ 60 เหรียญแปลงเป็นราคาทองไทยก็ตกราว 15 x 60 = 900 บาท ต้องบอกว่าปกติแล้วค่าเงินบาทก็สวนทางทำให้ทองขึ้นน้อยกว่าราคาทองโลกอยู่แล้วเนื่องจากทองนั้นมีทิศทางสวนทางกับดอลล่าร์ แปลว่าทองขึ้นดอลล่าร์อ่อน บาทแข็ง เมื่อบาทแข็งก็จะทำให้ทองขึ้นน้อยหน่อย ซึ่งปกติแล้วเราไม่ได้ให้ความสนใจเรื่องค่าเงินบาทเพราะไม่ได้มีผลกระทบมากมายอย่างมากก็ 20 % ของกำไรที่ควรจะได้ แต่ช่วงนี้บาทเราเหวี่ยงเกินทำให้เราต้องหันมาให้ความสำคัญมากขึ้น ถือว่า "ไม่ปกติ" ทั้งกับราคาทองและเมื่อเปรียบเทียบกับค่าเงินสกุลอื่นๆ ในภูมิภาค ดังรูปแรกที่มาให้ดู นอกจากหยวนของจีนและฮ่องกงที่ทรงตัว (เพราะก็ทำคิวอีด้วย)เงินเยน ญี่ปุ่น ที่ก็เทเงิน ทำให้อ่อนค่า นอกนั้นก็จะแข็งค่าขึ้นกันหมด เพียงแต่ไม่รุนแรงเท่าเงินบาท เฉพาะในกรอบค่าเงินเอเชียแปซิฟิกแล้ว ต้องถือว่าค่าเงินเราแข็งค่าเกินหน้า ถือว่าไม่ดีครับอาจกำลัง"โดนเล่น" อยู่ เมื่ออ่านข่าวจากทาง Bloomberg.com ก็ทราบว่าไม่ใช่ที่เราที่เดียว แต่เป็นกับตลาดที่ภาษาทางการเรียกว่า Emerging Market หรือตลาดเกิดใหม่ ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการอัดฉีดเม็ดเงินของทั้งอเมริกา ยุโรป จีน ญี่ปุ่น ที่เค้าว่าเงินมันท่วมโลกและจะไหลเข้าสู่ประเทศเหล่านี้ น่าจะต้องมีมาตรการออกมารับมือกันบ้าง เพราะเราล้ำเกินกว่าพวกเดียวกันไปแล้ว
         อย่างไรก็ตามต้องบอกว่าโดยแนวโน้มแล้ว ค่าเงินบาทเราจะแข็ง และดอลล่าร์จะอ่อน เมื่อปีที่แล้วดอลล่าร์มีทิศทางแข็งค่าเพราะเป็นปกติที่เมื่อเกิดการเลือกตั้งสหรัฐแล้วดอลล่าร์จะแข็ง แต่เมื่อผ่านพ้นดอลล่าร์ก็จะกลับมามีทิศทางอ่อนค่าอีกครั้ง ต้องบอกว่าเป็นความตั้งใจของทางเค้าที่ให้เงินดอลล่าร์อ่อน อย่างน้อยก็ไม่แข็งกว่าคู่ค้าสำคัญอย่างยุโรป จีน ญี่ปุ่น และเงินบาทเราจะแข็งด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่ในภูมิภาคของเราจะเติบโตโดดเด่น เมื่อเป็นเช่นนี้บางทีการคิดถึงการ Hedge  ความเสี่ยงเรื่องเงินบาทด้วย USD Futures ไว้บ้างครับ อาจไม่ทุกครั้งเอาแค่ตอนที่คาดว่าจะผันผวนก็พอครับ
    

                มาถึงทิศทางราคา เป็นรูปกราฟราคาทองรายสัปดาห์การที่ดูดีขึ้นมากๆ ตั้งแต่เริ่มทรงตัวหยุดลงได้ในช่วงสัปดาห์ที่แล้วและฟื้นตัวในสัปดาห์นี้ เพียงแต่ภาพหลักยังเป็นแนวโน้มขาลงอยู่แต่มีสัญญาณบวกจาก Modified Stochastic แล้ว ถ้าสามารถปิดเหนือ ระดับ 1680 ได้ในสัปดาห์นี้ก็จะตัดขึ้นครับ และจะรออินดิเคเตอร์ตัวอื่นมาสนับสนุน อีกทีและจะแรงพอทำให้ทองทะลุผ่านเส้นแนวต้านบริเวณ 1710 - 1720 ได้ด้วยครับ แปลว่าในช่วงปลายเดือนนี้และต้นเดือนกุมภาพันธ์น่าจะเป็นช่วงที่ทองวิ่งขึ้นซักชุดสองชุดหล่ะครับ(บังเอิญตรงกับตรุษจีน)



จากภาพจากกราฟรายวันเราจะเห็นแนวต่างๆ บริเวณ 1690 - 1700 อยู่สองสามเส้น เรี่ยวแรงในการปรับตัวขึ้นจากสัญญาณกลับตัวเมื่อตอน 1640 - 1655 นั้นสามารถคาดหวังระดับการฟื้นตัวมาที่ 1690 ได้แต่มากกว่านั้นไม่แน่ และที่สำคัญถ้ายังไม่พ้น 1690 1705 ทองก็ยังไม่พ้นแนวรีบาวด์เพียงแต่ครั้งนี้ดูดีกว่าครั้งก่อนที่ขึ้นมาทดสอบ โดยในช่วงนี้การขึ้นทดสอบแนวต้านหลัก 1690 - 1700 แล้วย่อตัวไม่หลุดแนวหนุนก็จะมีลุ้นฟอร์มตัวเพื่อผ่านไป 1720 ได้ครับ คงต้องคอยเช็คว่าหลุดแนวหนุนหรือเปล่าครับหลังจากนี้ ซึ่งอาจต้องมาตั้งหลักกลยุทธ์ที่ Let Runกันครับ



ลักษณะอินดิเคเตอร์ระดับรายวัน ที่ Stochastic นั้น อยู่ในระดับใกล้กรอบบนแล้ว ถ้าขึ้นแตะและครอสลงมาก็ต้องระวังครับ เพราะสัญญาณตัวนี้กับกราฟรายวันแม่นยำใช้ได้และใช้เป็นสัญญาณเตือนได้ครับ
แต่กับ อีกสองอินดิเคเตอร์นั้นดูดี และเมื่อมาถึงวันนี้แล้วน่าจะตัดขึ้นแล้ว ถ้าแท่ง MACD ยังคงสูงขึ้นได้เรื่อยๆ ก็ยังถือได้อยู่แต่ถ้าเริ่มหดลงก็เริ่มที่จะต้องระวังหลุดแนวหนุนครับ ส่วน RSI นั้นขอใช้เส้นสีชมพูนั้นเป็นแนวนึงที่ไว้สนับสนุนขาขึ้น หลุดเส้นเมื่อไหร่ก็ต้องระวังกลับลงครับ 

โดยภาพรวมแล้วทองคำจะเข้าช่วงฟื้นระยะนึงหลังจากนี้ จากการสนับสนุนของกราฟหลัก และค่าเงินบาทในช่วงนี้ก็คงทรงตัวได้ระยะนึง แต่ระยะยาวจะแข็งค่าขึ้นครับ ซึ่งถ้ายังไม่ลืมจะมีเม็ดเงินคิวอีเข้ามาปลายเดือนนี้ด้วย ที่เป็นประเด็นในปีนี้คือการเลือกตั้งทางฝั่งยุโรป โดยเฉพาะเยอรมันตามติดข่าวส่วนนี้เสียหน่อยครับ ปัจจัยบวกปีนี้คือเรื่องของเม็ดเงินที่เข้าสู่ระบบด้วยจำนวนมหาศาล แต่จะเจอกับการประมาณการของทางฝรั่งเค้า ลดการคาดการณ์ทางบวกต่อทองลง ด้วยสาเหตุจากวิธีการคำนวนประมาณการของเค้า เวลาทองขึ้นมากก็ประมาณการเพิ่มขึ้นมาก เวลาทองลงมากก็ลดประมาณการเป็นธรรมดา และการระวังการถอนมาตรการเมื่อตัวเลขการจ้างงานมาสู่ระดับที่เป็นเป้าหมายครับ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น