เริ่มที่เรื่องแรก ค่าเงินบาท
เรื่องค่าเงินบาทดูจะฮอตฮิตขึ้นมาเป็นคำถามในงานสัมมนาที่ผมเข้าร่วมทุกครั้งเลย ผมว่าช่วงนี้ผมต้องหาแนวต้านมาให้ใช้ และยังไม่ลืมนะครับที่มันจะแข็งขึ้นในอนาคต ซึ่งภาพรวมทั้งปีมีโอกาสทีเราจะเห็นค่าเงินบาแข็งไป 28 -28.25 ครับ
จากในรูปเป็นแนวต้านตามแนวการฟอร์มตัวของมันในช่วงที่ผ่านมาครับ แนวหลักจะเป็น 30 บาทและ 30.2 ส่วนตัวผมมองว่าไม่น่าอ่อนลงไปกว่า 30.3 ครับ
เรื่องที่สองมาพูดถึงทรงราคาทองกันนิดนึงครับ
![]() |
| ทรงกราฟราคาทองตอนนี้ |
![]() |
| กราฟราคาทองตอนลงมา 1700 ครั้งแรกหลักขึ้นสูงสุดที่ 1797 |
ทรงราคาทองช่วงนี้พาลให้ผมนึกถึงทรงตอนที่ราคาทองอยู่ 1700 - 1705 ครั้งแรกหลังจากไปสูงสุดที่ 1797 การลงมาแตะแนวรับสำคัญอย่าง 1700 แล้วทองไม่เด้งตัวอย่างที่ควรจะเป็นเหมือนกับตอนนี้ที่ลงมาแตะแนวรับหลักอย่าง 1650 แล้วไม่เด้งตัวอย่างที่ควรทั้งที่มีสัญญาณบวกระยะสั้นเข้ามาครบ
คราวนั้นทองฝืนตัวขึ้นทดสอบ 1715 1720 แล้วก็ทิ้งตัวหลุด 1700 ในเวลาต่อมา คราวนี้ก็เช่นกันอาจเด้งตัวไปได้บ้างแล้วลงมาทำจุดต่ำใหม่ที่ต่ำกว่าเดิมหรือบริเวณ 1625 1635 หรือต่ำกว่านั้น
เรื่องที่สาม วันพุธนี้จะมีตัวเลขการจ้างงานและวาระการประชุมของเฟดที่เราจะต้องมาตามดูตามฟังว่าเค้าจะให้แนวทางดอกเบี้ยไว้อย่างไร เดิมทีเค้าว่าไว้คือตรึงดอกเบี้ยต่ำสุดนี้ไว้จนถึงปี 2014 แต่มีการมีโอกาสปรับดอกเบี้ยขึ้นอย่างเร็วเป็นปลายปีนี้ จะทำให้ทองปรับตัวลงจากจุดนี้ได้ เพราะเดิมทีปัจจัยเดียวที่เรายังหวังถึงการปรับตัวขึ้นของทองคืออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ กำลังจะถูกบั่นทอนลงอีกครั้ง
สำหรับตัวเลขการจ้างงานที่จะประกาศในวันพุธนี้กับศุกร์นี้ มาเร็วพอควรเนื่องจากศุกร์แรกของเดือนเป็นวันที่ 1 ทำให้ยังไม่ทันหมดเดือนมกราคมก็ต้องมาสรุปตัวเลขประจำเดือนกันเลย จำได้ไหมครับ ตัวเลขการจ้างงานเป็นตัวบอกทิศทางในเดือนนั้นทั้งเดือน อาจมีบ้างในปีก่อนที่ไม่มีความสำคัญแต่กับเวลานี้สำคัญที่สุดแล้วครับ เพราะมาตรการทางการเงินของเฟดผูกไว้กับตัวเลขการจ้างงานชัดเจน ถ้าออกมาดี ทองมีสิทธิ์ที่จะลงไปเล่นกรอบล่างซึ่งเป็นแนวเดิมก่อนที่จะมีเรื่องคิวอีเข้ามาเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่ในทางกลับกันถ้าออกมาไม่ดีต่อเนื่อง ก็มีสิทธิที่ทองจะฟื้นตัวได้บ้างครับ
เรื่องที่สี่ เที่ยวนี้ผมขอเสริมวิธีการดู RSI เนื่องจากมีลูกค้าถามเข้ามา และสามารถอธิบายได้ไม่กี่บรรทัดจบครับ
RSI ชื่อเต็ม Relative Strength Index
เป็นการหาค่าความสัมพันธ์อย่างหนึ่ง ด้วยข้อสังเกตที่ว่า "เมื่อราคาปรับตัวขึ้นมาซักระยะมันจะมีการพักตัวเนื่องจากมีการซื้อติดต่อกันมาซักระยะนึงแล้ว" เป็นการแปลงค่าทางอารมณ์ออกมาเป็นค่าทางตัวเลขโดยเอาส่วนต่างทีเป็นบวก เป็นตัวตั้งและส่วนต่างที่เป็นลบเป็นตัวหาร เมื่อบวกมากกว่าลบค่า RSI ก็ขยับขึ้น
ค่าของ RSI ที่เราดูนั้นเป็นไปได้ในกรอบ 0 - 100 แต่ปกติเราจะเห็นมันเคลื่อนไหวในช่วง 30 - 70
เราจึงตั้งกฎว่าเมื่อ RSI อยู่ระดับ 30 นั้นคือต่ำ อยู่ 70 นั้นคือสูง เมื่อระดับค่าทางสถิติตัวนี้มาถึงระดับ 30 เค้าจึงบอกว่ามันเป็นระดับที่น่าซื้อ กลับกันเมื่ออยู่ 70 ก็น่าขาย โดยใช้ศัพท์เทคนิคว่า over bought และ over sold เมื่ออยู่ 30 เรียก over sold หรือขายมากเกินไป อยู่ 70 เรียกว่า over bought หรือซื้อมากเกินไป
นี่เป็นหลักเบื้องต้น แต่หลักการในระดับถัดมา การดู RSI นั้นสำคัญในทุกระดับตั้งแต่ 10, 20, 30 จนถึง 90
ทุกจุดสามารถเป็นจุดกลับตัวได้หมด เช่น RSI ตัดลงจาก 70 มาถึงระดับ 60 ก็ต้องหาเครื่องมือมาคอยจับว่าจะเด้งกลับมา 70 - 80 หรือเปล่า หรือถ้าเด้งตัวจาก 30 มาชน 50 ก็มีสิทธิ์ที่จะกลับไป 30 ใหม่ได้ไม่จำเป็นที่จะต้องไปให้ถึง 70 เป็นต้น
หลักในการใช้ระดับ 30 - 70 ที่ใช้กันตอนนี้คือ "ตัด" เมื่อดัชนีมาแตะระดับ 30 เมื่อนั้นยังไม่เกิดการกระทำอะไรขึ้นคือเรายังไม่ซื้อทันที คือเราอาจจะซื้อเลยก็ได้ หรือรอดูว่าตลาดเวลานั้นให้ความสำคัญกับระดับที่ว่านี้หรืเปล่า บางทีตลาดก็ไม่สนลากลงไปต่ำกว่า 30 ได้ เมื่อลงไปเราจะจับตาดูระดับ 20 - 25 ว่าเอาอยู่ไหมและจะมั่นใจมากขึ้นเมื่อมันตัด 30 ขึ้นมา เราถึงจะซื้อ หรือตอนจะเอสลงมาเราก็รอตัด 70 ลงก่อนถึงเอส
หลักต่อมาคือการบอกว่า ระยะที่ RSI จะไปได้มักมีระยะเท่าเดิม กล่าวคือ ปกติ RSI จะวิ่งจาก 30 ไป 70 หรือ 40 จุด ถ้าในคราวนั้น RSI วิ่งจาก 20 ขึ้นไป ก็น่าจะไปถึงแค่ 60 เท่านั้นหรือถ้า RSI ขึ้นจาก 40 ก็มีสิทธิที่ RSI จะทะลุ 70 ไปถึงระดับ 80 85 ได้
หลักสุดท้ายคือเรื่องของการฟอร์มตัว ในหลายๆ ครั้งที่ RSI ไม่มีทิศทาง แต่ทรงตัวในกรอบ เช่น ทรงตัวในกรอบ 50 - 70 ซึ่งเป็นกรอบ Bullish เมื่อทะลุหลุดกรอบ 50 ลงมาก็เปลียนทิศทางเป็นต้น
หลักการเบื้องต้นสำหรับการใช้ RSI นั้นต้องเข้าใจว่าสินทรัพย์แต่ละชนิดแต่ละเวลาให้น้ำหนักกับแนวต้านด้วย RSI แตกต่างกัน ไม่ตายตัว ต้องดูประวัติ และปรับใช้ให้เหมาะสมครับ เพราะ RSI เป็นเพียงค่าทางสถิติชนิดนึงที่นำมาจับเท่านั้น
เรื่องสุดท้ายทิศทางราคาทองในภาพหลักตอนนี้
ภาพแรกมาดูแนวราคาตอนนี้ดูเหมือนจะยืนบนเส้นเทรนด์ที่เบรกขึ้นมาได้ก่อนหน้านี้ส่วนแนวที่แนวต้านแข็งๆ คือ บริเวณ 1680 1690 1700 ส่วนแนวหนุนที่หนุนไว้และหวังว่าคราวนี้จะหนุนอยู่เช่นกันคือแนวบริเวณ 1635 - 1650 ที่ต่อให้ลงไปแตะแต่สุดท้ายปิดวันหรือปิดสัปดาห์ต้องกลับมาปิดเหนือให้ได้ ไม่งั้นมีสิทธิ์ที่จะไป 1580 - 1600 ได้ครับ
ภาพต่อมาเป็น MACD สองพี่น้อง จะเห็นว่า MACD ตัวพี่จะเพิ่งตัดลง 0 มาเท่านั้นยังต้องอาศัยเวลาเพื่อม้วนกลับไป ในเบื้องต้นต้องภาวนาให้แท่งต่อมาของ MACD ไม่ต่ำกว่าแท่งก่อนหน้าเสียก่อน
ซึ่งต้ว MACD ต้วน้อง( สีเหลือง) ก็เพิ่งตัดตามกันมาเช่นกัน
ภาพต่อมาเป็น RSI และ Stochastic ก็ให้สัญญาณไปในทางเดียวกัน อย่างเร็วทีสุดที่ทองจะกลับมาเป็นเป็นขาขึ้นย่อยๆ ได้คงต้องเห็น Stochastic ตัดขึ้นให้ได้เสียก่อนครับ
เมื่อพิจารณาโดยรวมแล้ว ต้องใช้ระยะเวลาราว 2 - 3 วันเป็นอย่างน้อยที่จะกลับขึ้น สำหรับสัญญาณตัวแรกสุดอย่าง Sto และมากกว่านั้นสำหรับ อินดิเคเตอร์ตัวอื่นๆ ช่วงนี้มีดีดได้บ้างจากสัญญาณกราฟระยะสั้นเป้าไม่เกิน 1680 ถ้าอยู่ๆ ลมกรรโชกพากลับไปเกิน 1685 ได้ก็อาจเป็นการกลับขึ้นเลยก็ได้ ซึ่งต้องมีข่าวดีมาสนับสนุนครับ ถ้าไม่มีอะไรยังระวังหลุด 1650 อยู่ ถ้าหลุดจะมีแนวหนุนย่อย ๆ ที่ 1625 1635 1645ครับ สามแนวนี้จุดไหนเด้งได้ดี ค่อยเล่นสั้นหรือใช้จุดกลับตัวได้ครับ







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น