แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทวิเคราะห์ทอง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทวิเคราะห์ทอง แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2556

Wealthstation Guide 22.4.56


ทิศทางราคาทองคำเช้านี้เปิดบวกขึ้นมาใกล้จุดสูงสุดของวันก่อนที่บริเวณแนวต้านหลัก หางของแท่งเทียนในสัปดาห์ที่แล้วยาวเป้นร้อยเหรียญ แม้จะไม่ยาวพอให้แท่งเทียนเป็นแฮมเมอร์ก็ตาม
หางที่ยาวแสดงให้เห็นถึงแรงซื้อที่มีครับ ทำให้โดยภาพรวมดูดีขึ้นมา
ระยะสั้นทองยังมีแนวต้านหลักที่ต้องรอการทดสอบ คือ 1425 1435 1455 1485 
ส่วนแนวหนุน 1400 1390 1378 
ถ้าวันนี้ขึ้นทดสอบบริเวณ 1427 - 1430 ก็น่าจะย่อตัวก่อนครับ การทำกำไรที่กรอบแนวต้านเป็นกลยุทธ์ในช่วงนี้ ย่อมากย่อน้อยว่ากันอีกทีครับ ซึ่งสำหรับตอนนี้ถ้าทดสอบ 1427 - 1430 แล้วย่อไม่ลึกหรือไม่หลุด 1400 - 1405 มีลุ้นไปถึง 1445 - 1455 ครับสำหรับภาพรวมทั้งสัปดาห์
อีกกรณีถ้าหลุด 1400 - 1405 ก็มาวัดใจกับแนว 1378 - 1390 ถ้าหลุดอีกก็ยาวๆไปครับ


วันพุธที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2556

Mainframe 18.4.56

สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นสัปดาห์ประวัติศาสตร์ของทองคำ ก่อนจะพูดถึงเรื่องนั้นผมต้องขอเกริ่นเกี่ยวกับ Mainframe ซึ่งเป็นบทความประจำสัปดาห์มาอัพเดทในช่วงกลางสัปดาห์ เหตุผลของ Mainframe เพื่อตัวผมเองในแง่ที่ว่าปกติแล้วในแต่ละวันผมจะมองภาพของวันนั้นๆ ไม่ใช่ภาพรวม เมื่อทำไปนานๆ จะลืมดูภาพใหญ่ ทำให้หลายๆครั้งพลาดในส่วนที่สำคัญไป เพราะฉะนั้น Mainframe จึงแปลเป็นไทยได้ความว่า "ภาพหลัก" สถานการณ์โดยรวม เป็นอย่างไร ซึ่งในหลายๆ ครั้งผมพยายามเพิ่มบทเรียนน้อยๆ มาด้วย ครับ และสำหรับท่านที่อ่านแล้วฉงนสงสัย ไม่เข้าใจสามารถเมล์มาถามได้ครับ เพื่อการปรับปรุงให้เนื้อหาดีขึ้น มีคำถามคลิก!

สำหรับสัปดาห์นี้มาดูภาพหลักๆ อย่างกราฟรายเดือนกันครับ มีเรื่องน่าสนใจอยู่นิดหน่อย


จากในรูปนี้เป็นกราฟรายเดือนครับ จะเห็นว่ามันเริ่มแสดงรูปตั้งแต่ปี 1995 หรือเกือบ 18 ปีนับแล้วราว 200 เดือน จะเห็นว่ามีช่วงผันผวนแรงๆ มาเนืองๆ โดยเฉพาะตรงที่ 680 แล้วทะลุ 1000 เหรียญ และมาผันผวนแรงตรงจุดยอด ถ้านับทั้งเดือน เดือนนี้ ตอนนี้จากจุดยอดลงมาต่ำสุด ห่างกันราว 300 เหรียญ น้อยกว่าครั้งก่อนที่ลงจาก 1920 มา 1520  ครั้งนี้ถ้านับทั้งเดือน ยังไม่ถือเป็นที่สุดแต่ถ้าเทียบต่อวันถือว่าครั้งนี้เป็นที่สุด คือสูงสุดต่ำสุดของวันห่างกัน 160 เหรียญต่อออนซ์ หรือราว 2,200 บาทต่อบาททองหรือราว 10 % ต่อวันซึ่งปกติแค่ 3 % ก็เยอะแล้ว 
สำหรับภาพของกราฟรายเดือนมีจุดสังเกตอีกอย่าง MACD รายเดือนตัดเส้น 0 ลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2002 RSI ก็ลงมาต่ำสุด ในรอบ 12 ปี สุดท้ายแล้วนอกจากกรอบราคาทองจะจบขาขึ้น  MACD ก็หมดรอบที่เป็นบวกกลับมาเป็นลบอีกครั้ง โดยสรุปแล้วภาพนี้บ่งชี้ให้เห็นถึงการจบรอบการขึ้นในรอบ 12 ปีที่ผ่านมาครับ ทำให้บอกได้ว่าท่านที่เคยฝังใจและหวังว่าทองจะขึ้นต่อเนื่องยาวเป็นทศวรรษคงต้องรอให้มีเหตุการณ์มาผลักดันรอบใหม่ อาจหลายปีอยู่



ลำดับต่อมาคือกราฟรายสัปดาห์คงต้องมาดูเป็นจุดๆ 
1. MACD รายสัปดาห์นั้นมันหลุดลงไปต่ำกว่าเดิมซึ่งเป็นฟอร์มที่อาจพาทองยังลงต่ออยู่
2. RSI ฟอร์มเป็นแนวลง พ้นแนวนี้ได้เมื่อไหร่คงมีลุ้นฟื้นตัวกันบ้างเล็กๆ
3. เส้นแนวเป็นแนวการฟอร์มตัว เป็นเส้นแนวในภาพหลักที่หาได้ในตอนนี้ ที่ 1262 1307 ลุ้นให้หยุดลงในแนวนี้ เพื่อเข้าสู่สเต็ปการรีบาวด์
4. ตรงจุด "หลังคาโลก" เป็นแนวต้านหลัก สำหรับท่านที่ยังหวังการกลับไป 1800 ในปีนี้ต้องผ่านด่านนี้ไปครับ  1470 1480 1500 1520 ครับ


มาอัพเดทช่วงสั้นๆ กับกราฟราย 4 ชม.กันครับ ยอมรับตามตรงว่าตอนนี้ตลาดยังไม่ปกติยากแก่การคาดเดา มาก แต่อาจเป็นโอกาสสำหรับท่านที่เดาทางถูกครับ เพราะขยับทีก็หลายสิบเหรียญ ตอนนี้เรามีเส้นแนวลงให้แหงนมองหลายเส้นเส้นใกล้สุดที่ 1365 1370 และแถว 1500 
แนวที่ 1433 1468 1503 เป็นแนวรีบาวด์ ไม่พ้นแนวพวกนี้ยังมองลงครับ และไม่รู้ว่าจะรีบาวด์มาถึงหรือเปล่าด้วย แต่ถ้ารายสัปดาห์หยุดลงในสัปดาห์นี้และฟื้นตัวในสัปดาห์ต่อ ๆ ไป ก็มีลุ้นจะเห็น 1433 1468 ครับ ส่วน 1503 นั้นยากหน่อยมีคนรอขายอยู่เยอะครับตรงนั้น
โดยสรุปแล้ว ทองยังอยู่ในช่วงหาจุดหยุดลงต่อไป(ช่วงนี้หาจุดนี้บ่อยไปไหม) มีแนวโน้มที่จะหยุดลงแถวนี้ได้ เพราะถือว่า 1300 เป็นแนวหลักแนวนึง ถ้าสัปดาห์ต่อไปไม่ลงต่ำกว่าเดิมก็จะมีการฟื้นตัวหรือรีบาวด์เข้ามาลุ้นที่แนวต้านที่ให้ไว้ครับ

วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2556

Mainframe 10.4.56

วิสัชนา ก็แค่เปลี่ยนจากคำว่า lower เป็น higher เท่านั้นแต่มีรายละเอียดอีกพอสมควรกับคำถามที่ว่าจะเปลี่ยนจากแนวโน้มลงเป็นแนวโน้มขึ้นได้อย่างไร
ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้นเรามาดูอาการของทองกันหน่อย
การที่ทองดีดตัวขึ้นมาได้ราว 50 เหรียญถือว่าเป็นการฟื้นตัวที่ดีที่สุดครั้งนึงของช่วงการลงยาวๆ ในรอบนี้
เป็นสิ่งที่มองหามานาน ถือเป็นสัญญาณบวกแรกๆ ที่นำมาประกอบสมมติฐานว่าทองจะกลับตัวขึ้นแล้ว
มาดูรูปแรกกันครับ


สำหรับรูปแรกนี้ผมให้สังเกตสัญญาณซื้ออันดับแรกจาก Modified Stochastic ตัดขึ้นมาแล้วเพียงแต่รอตามเมื่อเกิดสัญญาณซื้อในกราฟระยะสั้น ที่แนวหนุนหลักครับ ซึ่งจะมีอีกสัญญาณซื้อในภาพหลักตามมาคือ MACD เพืยงแต่ลูกต่อมาของ MACD ไม่ลงต่ำกว่าลูกล่าสุดเราก็คาดหวังถึงการกลับตัวหรือเปลี่ยนเทรนด์ได้ครับ


มาถึงรูปต่อมาครับเป็นอินดิเคเตอร์ในกราฟรายสัปดาห์ ดูแล้วอยากตะโกนดังๆว่าจะขึ้นแล้วคร้าบบบบ
เกิดสัญญาณไดเวอร์เจ้นท์ที่อินดิเคเตอร์ทั้งสามตัว ที่สำคัญเทรนด์กำลังจะเปลี่ยนด้วย SAR ที่มาจ่อใกล้ๆ อยู่บริเวณ 1608 การลงมาที่ 1540 ครั้งล่าสุดดูจะเป็นสัญญาณดีมากกว่าไม่ดีครับเท่าที่เห็น


สำหรับรูปนี้ให้แนวราคาที่ส่วนตัวผมคิดว่าจะได้ใช้แนวต้านกันครับ สำหรับช่วงต่อไป

ดังนี้ครับ 1589 1598 1616 1625 1645 1653 1672
และเผื่อ Fell ก็ให้แนวรับไว้ที่ 1576 1567 1555 1540 1531 1521 



เป็นเส้นแนวลงในภาพหลัก และภาพรอง ราคาทองขึ้นทดสอบ 1590 ที่แนวรองครับ แล้วย่อผ่านอันนี้ได้ก็จะหยุดลงในภาพย่อยๆ ไปทดสอบแนวที่แนวหลักซึ่งจะมีเส้นค่าเฉลี่ย ซ้อนเอาไว้ที่บริเวณ 1630 - 1650



ทำให้โดยสรุปแล้วทองมีสัญญาณบวกเข้ามา และรอเกิดแอ็กชั่นอยู่กับกราฟรายสัปดาห์ซึ่งถ้าแอ็กชั่นที่กราฟรายสัปดาห์ ก็จะเห็นทองวิ่งขึ้นสองสัปดาห์เป็นอย่างน้อยส่วนจะเพราะอะไรนั้นก็รออ่านกันละกันครับเพราะสัญญาณเกิดก่อนข่าวมาทีหลัง
ปิดท้ายที่ถามไว้ซึ่งมีรูปประกอบ ด้านล่างครับ การที่ราคาทองลงมาเรื่อยๆ มันฟอร์มตัวเป็น "รูปแบบ" คือลงทำจุดต่ำใหม่ และรีบาวด์ไม่พ้นแนวรีบาวด์ ทำให้ทองไหลลงมาเรื่อยๆ เมื่อสังเกตจากอินดิเคเตอร์ macd ตัดขึ้นเหนือ 0 ได้ไม่กี่วันก็ตัดลง โดยแต่ละลูกของ macd ที่ตัดลงมาใหญ่ขึ้นๆ จุดเปลี่ยนตรงนี้คือถ้าลูกนี้ลงแล้วเล็กลง แล้วตัดขึ้นเหนือ 0 ทำให้ลูกคลื่น ของ macd ใหญ่ขึ้น ก็ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนซึ่งจะพาให้ RSI ผ่าน ระดับ 57 - 60 ที่เป็นยอดของลูกก่อนหน้าขึ้นไปได้ด้วย สิ่งที่เราต้องลุ้นให้เกิดกับ RSI ของกราฟรายวันคือ อย่ากลับมา 30 อีกหลังทดสอบแนวของมันที่ 57 - 60 แปลว่าถ้าRSI ย่อไม่ลึกแล้วเบรก 60 ขึ้นไปแตะ 70 ได้จะเป็นตัวบอกว่าสถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว ซึ่งนั่นจะทำให้เกิด Higher High และ Higher Low โดยมีอินดิเคเตอร์รายสัปดาห์สนับสนุนครับ

วันพุธที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2556

Mainframe4.4.56

มาอัพเดทสถานการณ์เพิ่มเติมครับ หลังจากที่ทองทำอะไรเดิมๆ
เป็นการอัพเดทก่อนประกาศอัตราการว่างงาน ซึ่งถูกคาดว่าจะทรงตัวจนถึงว่างงานน้อยลง เป็นปัจจัยกดดันราคาทองให้อ่อนตัวลง ซึ่ง Consensus หรือความเห็นโดยรวมที่ Bloomberg.com ไปสำรวจมาว่างั้นตามรูปข้างล่าง




มาถึงทรงกราฟรายวันอินดิเคเตอร์ต่างๆ ยังคงลงอยู่ไม่มีสัญญาณให้ซื้อเลย อย่างเร็วที่กราฟจะเกิดต้องสองสามวันจากนี้ เรากำลังลุ้นว่าจะหยุดลงตรงไหน ถ้าหยุดลงใกล้ๆ นี้ กราฟจะส่งสัญญาณกลับตัว ให้ลุ้นไปไกลได้ไม่น้อย อย่างไรก็ตามต้องรอให้หยุดลงและจะซื้อเพื่อลุ้นกลับตัวได้เร็วสุดเมื่อ Stochastic ตัดขึ้น กับอินดี้ตัวเร็วสุด 


เป็นภาพกราฟรายสัปดาห์ที่บอกได้ว่า เสียวไส้ดีเหลือเกินสมมติว่ากราฟต้องการแรงซื้อระดับบิ๊ก อาจต้องทนเห็น RSI ลงแตะ 30 แล้วตัดขึ้น ซึ่งจะแปลว่าเราจะเห็นทองลงไปใกล้ 1500 มากๆ ซึ่งทั้งหมดนั้นมีสัญญาณดีๆ ที่รอเราอยู่แค่ไม่รู้ว่าจะลงแค่ไหน หลังจากลงชุดนี้สุดแล้ว มีแรงซื้อเข้าหนุนกราฟรายสัปดาห์ได้จะขึ้นยาวเป็น 100 เหรียญ และนี่อาจเป็นรอบการขึ้นครั้งเดียวหรือหนึ่งในสองครั้งของปีนี้



มาถึงค่าเงินบาท ผมว่าเราจะไม่ต้องห่วงค่าเงินอีกในช่วงระยะนึงครับ คงไม่ผันผวน ที่อยู่ดีๆ ก็แข็งหรืออ่อนลงหลายๆ สิบสตางค์ เพราะตลาดหุ้นเริ่มทรงตัว ดอกเบี้ยก็กว่าจะประชุมอีกก็อีกนาน มองแต่ราคาทองเป็นหลักไปครับสำหรับเดือนเมษานี้



เป็นกรอบราคาทองที่เกิดในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ 1797 เส้นเหลืองๆ เป็นแนวการลงรอบล่าสุดชันกว่าแนวหลัก ในช่วงต่อจากนี้ต้องให้เบรกเส้นนี้ขึ้นมาให้ได้ถ้าไม่อยากเห็น 1500 ครับหรือกลับไป1650 - 1680 



เป็นภาพของแนวราคา ซึ่งตรงเส้นแนวหนุนคือเส้นราคาที่อาจได้ใช้
1500 1520 1540 1555 1576 1589 1598 1609 1625 1635


โดยสรุปแล้วทองมีโอกาสลงต่อ และจะต่ำกว่าเดิม(จริงๆ ตอนที่เขียนนี้ต่ำกว่าแล้ว) ยังต้องดูว่าหยุดลงเมื่อไหร่ ซึ่งในภาพหลักๆ นั้นมีโอกาสได้เห็นการกลับตัวหลังจากลงสุดรอบนี้ 
จุดที่อาจรับอยู่ อาจมีแรงหนุนให้สามารถคาดหวังถึงขั้นกลับตัวหรือรีบาวด์ดีๆ ได้คือบริเวณ 1520 - 1535 
ซึ่งต้องตามสังเกตแต่ละแนวว่าแรงดีพอหรือยัง ต้องเช็คกันเป็นตอนต่อตอนเลยไม่สามารถบอกได้ว่าจะรับอยู่แน่นอนตรงไหน เมื่อหยุดลงสิ่งที่เราคาดหวังคือการเด้งตัวที่มากกว่า "รีบาวด์" ที่ผ่านมาทองไม่เคยไปไกลกว่ารีบาวด์เลย ถ้าทำได้เราถึงจะมีความหวังที่จะเห็น 1700 บริเวณนั้นหรือเทียบกับราคาทองไทยที่ 23,300 - 23,700 บาท ซึ่งต่อไปนี้ค่าเงินบาทจะไม่มีอิทธิพลต่อราคามากกว่าทิศทางราคาทองอีกระยะนึง
สิ่งที่เป็นวิธีที่จะนำมาประกอบหลักในการคาดเดาตอนนี้คือทรงกราฟหรือ Chart Pattern เพื่อบอกว่าจะเป็น Countinue Pattern หรือ Reversal Pattern 
พรุ่งนี้ผมจะนำตัวอย่างที่ใกล้เคียงมาประกอบเพื่อสร้างเป็นสถานการณ์จำลองให้ครับ

วันพุธที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2556

Mainframe 28.3.56

กลับมาเช็คอาการพร้อมกับข้อสังเกตบางประการเพื่่อเดาว่าทองจะไป 1650 - 1670 หรือจะลงมา 1520 - 1550 ตบท้ายด้วยเรื่องของวินัย
ทิศทางราคาทองย่อตัวลงจากจุดสูงสุดบริเวณ 1617 ลงมาต่ำสุดบริเวณ 1590 โดยภาพที่นำมาให้ดูครั้งนี้อัพเดทถึงเย็นวันพุธที่ 27 เท่านั้นอาจแตกต่างกันเล็กน้อยกับปัจจุบัน
เริ่มต้นกับระดับอินดิเคเตอร์ของทองก่อนเลยครับ


 Stochastic กับ RSI ตัดลง น่าจะเป็นเหตุให้ทองย่อตัวลงมาหน่อย ประเด็นหลักอยู่ที่ RSI ระดับแนวต้านก่อนหน้าอยู่บริเวณ 60 การชนแนวนี้แล้วทองย่อก็ไม่แปลกอะไร คราวนี้ขอยาวนิดนึง เพื่อให้สอดคล้องกับทรงกราฟที่เป็นเนื้อหาช่วงท้าย การที่ RSI ชนแนว 60 แล้วย่อไม่แปลก นี่เป็นการขึ้นทดสอบครั้งแรกหลังจากพุ่งขึ้นจากระดับ 20 แต่การฟอร์มตัวของRSI หลังจากนี้อาจจะมีความหมาย เป็นปกติที่แนวต้านหรือแนวรับซักแนวเมื่อถูกทดสอบบ่อยๆ ก็จะไม่สามารถเอาอยู่ได้ในอนาคต แปลว่าถ้าทองสามารถทรงตัวที่แนวแถวนี้ได้ RSI อาจค่อยๆ ฟอร์มตัวเบรกผ่าน 60 ไปได้ ขาเอสต้องระวังและเปลี่ยนแผนให้ทันเมื่อ RSI รายวันเบรกด่านนี้ขึ้นไปได้ ส่วนจะขึ้นด้วยปัจจัยอะไรเดี๋ยวฝรั่งเค้าจะหามาให้เองแหละครับ ผมไม่รู้เหมือนกัน


ต่อมาเป็น MACD จะเห็นว่า MACD คล้อยลง กำลังจะครอสเส้น 0 ลงซึ่่งนั้นจะเป็นสัญญาณบอกลง สิ่งที่รออยู่หลังจากตรงนี้คือการคล้อยขึ้น ถ้าทองจะกลับไป 1650 - 1670 การคล้อยลงต้องไม่ลึก เพื่อมาให้ลุ้นเบรกในช่วงข้างหน้า 
สำหรับอีกแง่ที่จะเกิดคือ สัญญาณซื้อที่จะออกมาตอนที่ MACD OS ตัดขึ้น นั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของรอบการขึ้นก็ได้ คงต้องตามดูตัวนี้เป็นสัญญาณตัวแรกที่จะบอกครับ


อันนี้เป็นเส้นค่าเฉลี่ย ซึ่งปัจจุบันเป็นแนวต้านหลักสำหรับเส้นค่าเฉลี่ย 100 กับ 200 วัน
พ้องกับแนวต้านที่เราดูๆ ไว้ด้วยครับที่ 1640 1657 การกลับตัวเป็นขาขึ้น เส้น 200 วันเป็นเส้นหลักที่ทองต้องมาตัดขึ้นไปให้ได้ครับ


เป็นรูปเทรนด์ หรือแนวโน้ม จุดบอกว่าทองตัดเป็นขาขึ้นได้อยู่บริเวณ 1640 - 1650 สำหรับสัปดาห์นี้และสัปดาห์หน้าตรงจุดที่เป็นเครื่องหมาย ถูกนั้นเป็นจุดที่คาดเดาว่าจะเบรกหลุด 1570 ก็หลุดลงไป 1520 - 1550 ส่วนถ้าทรงตัวได้อาจไปเบรกขึ้นเอาตอนช่วง 1620 - 1630 ได้ครับยังไงก็ตามถ้ามาจ่อแนว Down Trend Line ก็มีลุ้นผ่านกันเมื่อไหร่เมื่อนั้น


เป็นเส้นแนวราคา ของการฟอร์มตัวในช่วงที่ผ่านมาซึ่งจะเป็นแนวต้านแนวรับให้เราครับ
ดังนี้ครับ 1560 1576 1584 1600 1609 1616 1625 1653
ส่วนจะเป็นแนวรับหรือแนวต้านขึ้นอยู่กับราคาตอนนั้นครับ แต่บอกได้ว่าทองจะมีปฏิกริยาที่แนวที่ให้มาแน่นอนครับ
ซึ่งแนวต้านหลักอยู่บริเวณ 1625 - 1635 และแนวหนุนหลักที่ 1575 - 1585


เป็นแนว Fibo ครับ เพื่อแสดงให้เห็นว่าทองเรายังไม่พ้นแนวรีบาวด์ ยังอยู่ในขั้นที่ต้องระวังหดไป 1520 - 1550 อยู่การจะไปพ้นจากระยะนี้ต้องผ่าน 1640 รู้สึกจะมีแนวมาต้านเยอะเหมือนกันนะครับ ตั้งแต่แนวราคา Fibo และเส้นค่าเฉลี่ย ในการอ่านระดับของ Fibonacci นั้นถ้าไม่พ้น แนว 1619 แล้วมาหลุด 1580 ซ้ำอีกจะบอกว่าเราน่าจะได้เห็น 1550 - 1560 หรือลึกกว่าซึ่งถ้าลงจริงๆ มีประเด็นตามมาไว้ถึงเวลานั้นค่อยว่ากัน


เป็นภาพของกราฟราย 4 ชม. ซึ่งอัพเดทแค่ตอนเย็นเท่านั้นหลังจากนั้นมันดีดขึ้นมาแล้วครับ ราคาทองลงมาย้ำฐานบริเวณ 1585 - 1590 ที่เป็นแนวฟอร์มตัวในช่วงก่อนแล้วเด้งมาถึง 1608 ได้ถือว่าฟอร์มดีมีลุ้นเบรก 1617 อยู่เหมือนกันครับถ้ามาจ่อๆ ท่านที่เอสไว้ระวังไว้นิดนะครับ จะขึ้นทดสอบ 1640 ที่เป็นโซนแนวต้านหลักครับ ยืน 1605 - 1607 และมาจ่อ 1615 - 1617 จะขึ้นไป 1640 นะครับ


มาถึงเรื่องที่น่าสนใจ(สำหรับผม) การฟอร์มตัวของทองคล้ายกับช่วงก่อนที่จะทิ้งลงมา 1555 นี้ใช้ได้เลย อดหวั่นไม่ได้ว่าจะซ้ำรอย ซึ่งกฏเบื้องต้นของการวิเคราะห์ทางเทคนิคก็คือเรื่องการเกิดซ้ำรอยนี่แหละ
ทีนี้ถ้าเอาเกณฑ์นี้เป็นบรรทัดฐานก็จะลงไปถึง 1520 เพราะช่วงการฟอร์มตัวคือ 60 เหรียญ ผมเลยลองไปหาฟอร์มที่คล้ายๆ กันว่ามีไหมที่ฟอร์มลงแต่กลับเปลี่ยนเป็นฟอร์มขึ้น


ปรากฏว่าผมพบเรื่องที่น่าดีใจกับเรื่องที่ไม่น่าดีใจ ที่ไม่น่าดีใจคือก่อนหน้ารูปที่ผมยกมาให้คือปีที่แล้ว 
ไม่มีเลยครับที่เจอการทิ้งลงรุนแรงอย่างปีที่แล้วกับปีนี้ แต่ที่น่าดีใจคือมันไม่จำเป็นครับที่ลูกคลื่นก่อนหน้าเบรกลงแล้วลูกคลื่นที่คล้ายกันต่อมาต้องลงด้วย 
การฟอร์มตัวอาจคล้ายกันแต่แตกต่างกันได้ เป็นเรื่องของการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่เรียกว่า Pattern Graph คือการมองลักษณะการฟอร์มตัวแล้วบอกว่าน่าจะขึ้นหรือลง คล้ายกับทรง Head&Shoulder 
Pattern นั้นแบ่งออกเป็น Continue Pattern กับ Reversal Pattern เป็นการวิเคราะห์ที่ผมใช้ แต่ไม่เคยสอนใครมาก่อน 
ทีนี้สำหรับการสังเกตว่าทองจะกลับไป 1650 - 1670 กับ ลงมา 1520 - 1550 คือการดูว่ามีลักษณะคล้ายกับรูปสุดท้ายนี้ไหม ถ้าการฟอร์มตัวตอน 1660 - 1690 มันเลือกจะลงก็แปลว่าตอนนั้นคือ Continue Pattern โจทย์ตอนนี้คือทรงจะเป็น Continue Pattern ถ้าใช่จะลงไป 1520 - 1550 แต่ถ้ากลับกันก็จะได้เห็น 1650 - 1670 ซึ่งเมื่อเราพิจารณาร่วมกับอินดิเคเตอร์แล้วจะช่วยให้เราจับทางได้เนิ่นๆ ครับ ส่วนเรื่องค่าเงินก็ไม่ต้องห่วงอะไรมากครับ เวลาอ่อนคงไม่อ่อนเร็วนัก ส่วนแข็งเร็วๆ ปีนึงมีไม่กี่หนหรอก

โดยสรุปแล้ว ราคาทองอยู่ในช่วงคาดเดายากอาจแกว่งตัวตามกรอบแคบก่อนเลือกทาง ซึ่งในเบื้องต้นถ้า RSI รายวันหลุด 40 ลงมาก็คงลงลึกกันครับในช่วงสั้นถ้าทรงเหนือ 1605 - 1608 ได้มีลุ้นไปถึงแนวหลัก 1625 1635 แต่ถ้าไม่ได้ยังต้องฟอร์มตัวและจับสังเกตอาการต่อไป
มาถึงเรื่องสุดท้าย
ไม่ทราบว่ามีท่านใดกลับไปคิดหรือเปล่าว่าเกณฑ์ในการเทรดของท่านต้องทำอะไรบ้าง 
ผมย้ำอีกทีว่ามันสำคัญ และสำคัญมากๆ ที่เมื่อเทรดไปแล้วต้องไม่ละเลยความตั้งใจแรกเริ่มนี้เพราะผมเชื่อว่ากฏแรกๆที่เราตั้งไว้ตอนเริ่มเทรดนั้น ค่อนข้างรัดกุมพอตัวอยู่แล้ว
ผมขอยกตัวอย่างกฏง่ายๆ 
เป็นกฏที่รุ่นพี่ตอนผมอยู่ที่เก่าให้ไว้ ทุกวันนี้พี่แกดำรงตำแหน่ง ผ.อ.การลงทุนต่างประเทศอยู่ฟินันเซียไซรัส ต้องยอมรับว่าผมไม่เข้าใจนักในวันนั้นแต่ตอนนี้ผมว่ามันเป็นอะไรที่น่าจะดีทีเดียว 
กฏ 12/8 กฏว่าด้วยการกำไรและขาดทุน เวลากำไร 12 ช่อง ขาดทุน 8 ช่อง หรือกล่าวคือ เวลากำไรขอสัก 12 ช่องหรือ 1200 บาทสำหรับมินิจีเอฟ แต่เวลาขาดทุนต้องไม่เกิน 8 ช่องหรือ 800 บาทสำหรับ มินิจีเอฟ 
คำถามไม่ใช่ว่าทำไม คำถามคือ 800 บาทนี่คือะไร
ด้วยกฏนี้ถ้าท่านเทรดจีเอฟมินิ ถ้าเทรดถูกผิดอย่างละครั้ง จะเกือบเท่าทุนขาดทุนค่าคอมเล็กน้อยไม่กี่สิบบาท ส่วนความหมายของ 800 บาท ผมขอยกตัวอย่างในคืนวันพุธเป็นตัวอย่าง ถ้าเราเอสไปที่ 1594 แล้วทองดีด เราต้องคัตตอนที่ขาดทุนไป 8 ช่องส่วนจะคัตแล้ว มันจะลงมาให้เสียดายก็ต้องยอม เพราะเราไม่สามารถบอกได้ว่าจะเป็นอย่างไร แต่นี่เป็นกฏที่เราตั้งขึ้น คัตแล้วหาจังหวะกันใหม่ ไปพัฒนาการหาจุดเข้าให้ดีขึ้น 
ผมพูดเสมอ ว่าการเทรดแบบเทรดดิ้งนั้น เป็นการเล่นกับตัวเลข ผมอาจจะชอบแบบ 60/40 กับ 40/20  แต่นี่เป็นตัวเลขที่ยากจะบอกว่ามันจะเกิดจริง มันอาจจะเป็น 0/60 ก็ได้ แต่ตัวเลขกำไรขาดทุนเราสามารถล็อกเป้าได้เอง 
ผมถึงบอกว่านี่่เป็นวิธีหนึ่งที่น่าสนใจ ทั้งง่ายและมีประสิทธิภาพ ส่วนการจะนโยบายการเทรดให้ลึกขึ้นจำเป็นต้องมีความรู้และประสบการณ์พอตัวครับ 
ถ้าท่านใดมีคำถามในการตั้งนโยบายหรือกฏในการเทรดจีเอฟหรือฟิวเจอร์ตัวอื่นๆ ลองเมล์มาคุยๆ กันได้ครับ UBWEALTH@GMAIL.COM

วันพุธที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2556

Mainframe 21.3.56

มาอัพเดทรายสัปดาห์กับ Mainframe หลังจากที่ทองฟอร์มตัวจนผ่าน 1600 ขึ้นมาได้ ทำให้ดูมีความหวังเรืองรองรออยู่ข้างหน้าพิกล เหตุผลที่ถูกนำมาประกอบก็ช่างเหลือเชื่อ อยู่ๆ ก็มีไซปรัสมาช่วยหนุนให้ทองรีบาวด์สวยๆ มาได้ แต่ก็ยังมีปัญหากับค่าเงินบาท คราวนี้ตบท้ายด้วย Key Success จากปากผู้ผ่านร้อนหนาวในตลาดเทรดดิ้งว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่จะพาเราไปสู่จุดหมายที่ตั้งใจหรือสามารถทำกำไรได้จริงๆ ว่าแล้วมาดูกันทีละเรื่องเลยครับ



เริ่มต้นที่อินดิเคเตอร์รายวันกันก่อนครับ ต้องบอกกันตรงๆว่ามันเข้าสู่กรอบบนแล้ว ต้องเริ่มระวังมีปฏิกริยาหรือมันตัดลงต้องระวัง Sto ยังไม่ถึงระดับ 80 ดีนัก แต่ก็ใกล้เคียง ส่วน RSI จ่อระดับที่ช่วงที่ผ่านมาเป็นแนวต้านหรือขึ้นมาได้สุดแค่นี้ หลังๆ RSI รายวันของทองไม่ค่อยไปถึง 70 เท่าไหร่ โดยเฉพาะขานี้ที่ขึ้นมาจาก 20 ตามตำราว่าไว้ขึ้นจาก 20 มักจบแค่ 60 ต้องดูว่าช่วงนี้ราคาทองเริ่มไปตึงๆ ที่ไหนก็อาจจะเริ่มลงจากตรงนั้นครับ 
อินดี้ชุดต่อมาคือ MACD กับ MACD Os 
MACD รายวันกลับมาอยู่แดนบวกได้แล้ว แต่สองลูกก่อนหน้านี้ขึ้นมาได้ 4 - 5 วันก็ตัดลงยาว ทำให้ก็อยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเริ่มระวังที่จะย่อกันแล้ว


เป็นรูปของแนว Fibo ซึ่งเส้น 2 กับเส้น 3 ของแนวFibo ย่อยอยู่ที่ 1619.9 และ 1635 ในภาพย่อยๆ นี้ถ้ายังไม่ผ่าน 1619 1635 ยังไม่พ้นแนวรีบาวด์ของการกลับสู่ช่วง 1680 - 1700 
และมีแนวหลักที่ 1646 1675 1703 เป็นแนวกันในการกลับสู่ 1797 ซึ่งสำหรับแนวหลักแล้วยังเป็นเรื่องไกลตัวครับ ตอนนี้เอาแค่ 1619 1635 ก่อน


รูปนี้ตีมาให้ดูเส้นเทรนด์ เราอยู่ในช่วงการฟอร์มตัวที่เป็นขาลงแบบนี้ครับนอกมีเส้นเทรนด์ขาขึ้นกั้นที่ 1680 และเส้นแนวขาลงที่ 1640- 1645 


ส่วนภาพนี้เป็นเส้นแนวต้านจากแนวฟอร์มตัวต่างๆ ซึ่งถ้าจุดไหนพ้องกับเส้นFibo ด้านบนนั้นก็ืถือว่าแข็งผ่านยาก ซึ่งก็พ้องกันหลายจุด ทั้ง 1620 1635 1685


เป็นรูปแนวหนุนต่างๆ ที่อาจได้ใช้ถ้าไม่พ้นแนวรีบาวด์แล้วหลุด 1580 - 1585 ลงมาและรับที่ 1550 ไม่อยู่ จุดแนวรับที่แข็งดูแล้วน่าจะเป็นจุด 1512 - 1520 สำหรับในช่วงใกล้ๆ นี้และถ้ากลับมาใหม่ต้องมองยาวๆไปถึงระดับ 1430 1480 กันครับ 
โดยสรุปแล้ว ในภาพสั้นๆ นี้เราจะลุ้นว่าไปได้สุดแค่ไหน 1615 1620 1635 1650 เป็นแนวต้านที่อาจได้ใช้ 
ระดับอินดิเคเตอร์อาจทำให้มีแรงขายหนักๆ ออกมาตามแนวต้านที่ให้ไว้ การย่อตัวหลังทดสอบแนวต้านสำคัญเป็นปกติวิสัยแต่การฟอร์มตัวหลังจากนี้จะเป็นตัวบอกทางที่ราคาทองจะไป ถ้าฟอร์มตัวแล้วยกตัวขึ้นเหมือนก่อนเบรก 1585 ก็มีลุ้นกลับไป 1650 1670 แต่ถ้าเป็นอีหรอบเดิมๆ คือไม่พ้นแนวรีบาวด์ 1635 แล้วลงหลุด 1580 ก็จะไปเทสต์แนว 1550 1520 ซึ่งอาจมีการฟอร์มแบบเข้ากรอบสามเหลี่ยมมาให้เห็นในอีกเดือนข้างหน้านี้



สุดท้ายสำหรับเรื่องราคาทอง ช่วงนี้ราคาทองคำในประเทศเราเหมือนเจอไม้หน้าสามตีแสกหน้าด้วค่าเงินบาท บอกตามตรงนะครับผมว่ามันแข็งขึ้นเร็วไป ราว 5 % ในสามเดือน ยังเหลือเวลาอีก 9 เดือนสำหรับปีนี้ที่จะให้มันแข็ง เกรงว่า 28.5 อาจจะเป็นเพียงทางผ่าน ในภาพรวมเวลานี้คงต้องปรับประมาณการค่าเงินแข็งขึ้นไปอีกเล็กน้อย แต่ในช่วงสั้นต้องระวังการอ่อนค่าสวนขึ้นมาด้วยปัจจัยทางเทคนิค การย่อพักฐานของตลาดหุ้น และอาจมีมาตรการสกัดเงินแข็งเข้ามาครับ






มาถึงเนื้อหาพิเศษที่อยากพูดถึงเสียหน่อย อันที่จริงตอนที่ผมพิมพ์อยู่นี้ตลาดหุ้นบ้านเราก็ทิ้งแรงมาสองวันติดกันแล้วราว 60 - 70 จุด ขึ้นติดต่อกันมาตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว เกือบ 4 เดือน ทิ้งแรงคราวนี้มีคนเจ็บปวดรวดร้าวไปไม่น้อย ส่วนตัวผมไม่คิดว่าผิดพลาดอะไร การขาดทุนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนที่เข้ามาแสวงหากำไร เป็นเรื่องธรรมดา เรามักได้ยินคนบ่นขาดทุน ขาดทุนเท่านั้นเท่านี้ ซึ่งเราเองก็ไม่ได้ถามลึกลงไปว่าอะไรอย่างไร ที่น่าสนใจคืออะไรดลใจให้เค้าเปิดโอกาสให้ขาดทุนได้ขนาดนั้น 
แรกสุดที่เราเข้าตลาด เรามักจะวางแผนในใจเป็นอย่างน้อยว่าจะไม่ทำอย่างนั้น จะทำอย่างนี้เพื่อความปลอดภัยถึงจะมีสกิลในการลงทุนไม่มากแต่ก็จะทำอะไรอย่างระมัดระวัง พอทำอย่างระวัง กำไรก็เริ่มบังเกิด หลังจากนั้นถ้ายังกำไรเรื่อยๆ การ์ดเริ่มตก ความระมัดระวังเริ่มหาย อาจเริ่มเทรดด้วยหุ้นพื้นฐานดี แต่เห็นหุ้นตัวอื่นวิ่งดี ก็เข้าใส่โดยไม่ได้ดูพื้นฐานที่แท้จริง ด้วยหวังกำไรที่มากและเร็ว 
พูดถึงการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์สำคัญอย่างนึงคือรักษากำไรที่หามาไว้ได้ การที่รักษากำไรไว้ได้นั้นคือ "ต้องมีวินัย" 
จากการพูดคุยกับเพื่อนผมคนนึงซึ่งมีประสบการณ์ผ่านร้อนหนาวมามาก ซึ่งมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ในช่วงที่หุ้นขึ้นมาในรอบนี้สามารถทำกำไรได้ เกือบเท่าตัวของเงินลงทุนโดยไม่ได้ใช้ฟิวเจอร์เพื่อเพิ่มอัตราทดในการกำไร 
เพื่อนผมคนนี้บอกกับผมเสมอเวลาที่ผมถาม คือต้องมีวินัยและต้องมี Money Management หรือการบริหารเงินที่ดี
ย้อนไปปีสองปีที่ผ่านมาผมมักจะย้ำเสมอว่าการเทรดดิ้งหรือการเก็งกำไรในหลักทรัพย์ มันประกอบด้วยทักษะสามประการ 

  1. ทักษะในการคาดเดาซึ่่งในมุมของเทรดเดอร์จะใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นหลัก ในการจับจังหวะ
  2. เรื่องของอารมณ์การตัดสินใจ ใช้อารมณ์ให้น้อยที่สุด และต้องนิ่ง
  3. การบริหารเงินเพื่อรองรับความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นแน่ๆ 
ทั้งสามทักษะที่ว่ามาล้วนแล้วแต่มีความสำคัญในตัวมันเองไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันเท่าใดนัก ที่อาจจะดูมีความสำคัญและเป็นเรื่องยากที่สุดคือข้อ 2. คืออารมณ์และการตัดสินใจ ซึ่งมันหมายรวมไปถึงการรักษาวินัยที่ตัวเราเองตั้งเป้าที่อยากจะทำให้ได้ ที่ผ่านมาผมเคยลองละเลยวินัยที่ตัวเองตั้งไว้และก็จะโดนลงโทษในทุกครั้ง ต้องไม่ลืมนะครับในการเข้าเทรดแต่ละครั้งถ้ากำไรคือ + 2 และขาดทุนคือ - 2 คือเรามีเงินมากกว่าคนที่ขาดทุนอยู่สองหน่วย เวลาที่กำไร 
การตัดสินใจเป็นอะไรที่ผันแปรได้ง่าย สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถส่งผลให้การตัดสินใจเปลี่ยนไปได้ และสามารถฝึกฝนให้ดีขึ้นได้ด้วย
ลองนึกดูนะครับว่าวินัยที่เราควรจะทำเพื่อรักษาเงินในพอร์ตนั้นจะมีอะไรกันบ้างเดี๋ยวสัปดาห์หน้าผมมาแชร์ไอเดีย

วันอังคารที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2556

Mainframe 5.3.56

กลับมาเช็คอาการในภาพหลักหลังจากหยุดไปนานและทองลงลึกซึ่งมารายละเอียดและเนื้อหาหลายๆ ด้านมานำเสนอ
มาถึงรูปแรกที่เป็นภาพของราคาทองในภาพใหญ่ย้อนไปถึงกลางปี 2011 ที่ทองดีดตัวทำจุดสูงสุดที่แนว 1900 - 1920 ซึ่งหลังจากนั้นทองก็ทรงตัวไซด์เวย์ในกรอบใหญ่ที่ 1520 - 1800 นอกจากนั้นยัง ณ ระดับราคาล่าสุดเราอยู่ในช่วงเทรนด์ขาลงโดยมีเส้นเทรนด์ขาลงครอบไว้ถึง 4 เส้น
การจะกลับไป 1900 เราจะต้องผ่าน 4 เส้นนี้ไปให้ได้เสียก่อน แต่ในเบื้องต้นเรากำลังลุ้นกับเส้นที่ 4 ที่กั้นเราไว้ที่ราคาราว 1590



 เนื่องจากช่วงนี้ผมเข้าใจว่าคงจะมีคำถามเข้ามามากว่า "จะกลับไป 1800 1900 ต้องอีกนานแค่ไหน"
ก่อนที่จะตอบว่าอีกนานแค่ไหนผมอยากให้ดูเรื่องราวก่อนที่่จะลง 1555 รอบล่าสุดเสียก่อน
เรื่องราวมันเกิดตั้งแต่ทองลงมาจาก 1797 หลังจากรับข่าวว่าเฟดจะอัดฉีดเงินรอบใหม่หรือที่เรียกว่าคิวอี 3 ในช่วงเดือน กันยายนปี 2012 ราคาทองปรับตัวลงโดยถูกมองว่าปรับตัวพักฐานในเวลานั้นลงต่ำสุดที่ 1672 ทำให้รอบการลงในคราวนั้นเท่ากับ 1797 - 1672 = 125 เหรียญ ลงสุดแล้วสามารถรีบาวด์กลับมาถึงเส้นที่สามของฟิโบนาชี่ได้ซึ่งมองว่าแรงดี มีลุ้นพักตัวแล้วกลับไป 1770 - 1790 แต่ในความเป็นจริงกลับตรงกันข้ามคือลงมาลึกและลึกกว่าเดิม




ทำให้รอบการปรับตัวลงรอบใหม่นั้นลงจาก 1755ลงมาลึกสุดราว 1625 1635 หรือราว 130 เหรียญ ซึ่งระยะการลงพอๆ กับระยะการลงของรอบก่อน แต่ที่ส่งสัญญาณไม่ดีนักคือการฟื้นตัวทำได้เพียงเส้นที่สองของฟิโบนาชี่ซึ่งถือว่าแรงน้อยลงจากรอบที่แล้ว โดยหลังจากพยายามอยู่แรมเดือนทำยอดสามยอดและเข้ากรอบสามเหลี่ยมเพื่อเลือกทางก็โดนเทขายลงมาทำขาลงรอบใหม่


โดยรอบขาลงรอบล่าสุดนี้ยังไม่อาจบอกได้แน่นอนนักเพราะไม่รู้ว่าลงสุดแล้วยังเพราะยังไม่มีรีบาวด์เต็มมาเลยแต่ในเบื้องต้นระยะการลงรอบล่าสุดยาวกว่ารอบก่อนหน้านิดหน่อยคือจาก 1690 มา 1555 เท่ากับระยะ 135 เหรียญซึ่งถือว่าใกล้เคียงกันไม่ต่างกันอย่างมีนัยยะสำคัญ
ถึงตรงนี้ถ้าเอาฐานการวิเคราะห์แบบของผมลองเติมคำในช่องว่างหน่อยดีไหมครับว่าทองจะกลับขึ้นได้ไหมถ้าจะกลับขึ้นต้องทำได้ดีกว่ารอบก่อนหน้าตรงไหนครับ
1..........................
2........................
3.......................
ตอบคือระดับการฟื้นตัวควรจะดีกว่าระดับก่อนหน้าหรือเส้นที่สองของฟิโบนาชี่ครับ ซึ่งระยะที่ว่านั้นอยู่ที่ 1625 - 1642 ซึ่งเป็นจุดโลว์เดิมของช่วงก่อนหน้าพอดี
ถ้าเอาระดับราคาที่ว่านี้มาเป็นเกณฑ์ท่านที่หวังให้ทองกลับไป 1700 1800 1900 คงต้องให้การฟื้นตัวดีกว่าหรือเท่ากับ 1640 เป็นอย่างน้อยครับเพราะถ้ายังฟอร์มตัวแบบเดิมๆ มาสูงสุดได้แค่ 1625 เราจะมีเป้าหมายการลงรอบใหม่อีก 120 - 130 เหรียญหรือราว 1490 - 1500 ครับ
เป็นภาพใหญ่ที่ผมจะบอกให้เข้าใจเนื่องจากมันฟอร์มตัวมาสามครั้งทำให้เกิดเป็นรูปแบบมาเปรียบเทียบให้เข้าใจ


















หัวเรื่องต่อมาที่ผมต้องบอกไว้เผื่อให้เข้าใจเพิ่มเติมเนื่องจากคลาดเนวิเกเตอร์รอบล่าสุดได้มีการพูดถึงเอาไว้และคราวนี้ถือว่ามีเค้าลางพอควรเพราะเราทดสอบ 1800 มาสามครั้งแล้วไม่ผ่าน ต่อไปคงถึงทางเลือกแล้วแหละครับเพราะปกติก็ทดสอบสามครั้ง ผ่านไม่ผ่านก็หลังจากนี้แต่ที่แย่คือเราอยู่ใกล้แนวรับมากกว่าแนวต้านจึงให้กังวลว่าจะผ่านลงมากกว่าในเวลานี้
หมายถึงว่าเราฟอร์มตัวในกรอบ 1520 - 1800 มาระยะนึงอาจถึงเวลาที่จะไปจากกรอบนี้เพียงแต่ไปทางไหนขึ้นหรือลง ซึ่งถ้าลงมันจะหมายถึง "การสิ้นสุดรอบขาขึ้นของทองคำที่ยาวนานกว่า 6 ปี" โดยให้แนวสุดท้ายที่ 1480 ไว้ครับ

ผมเลยมีตัวอย่างของการจบรอบขาขึ้นมาให้ดูซึ่งเป็นหุ้นตัวหนึ่งซึ่งเคยเป็นหุ้นที่มีแนวโน้มที่ดี คือปรับตัวขึ้นไปราว 4 เท่าตัวในรอบระยะเวลาเพียง 2 ปีและเมื่อหลุดแนวๆ นึงลงก็จบรอบขาขึ้นกลายเป็นรอบขาลง


ทรงกราฟแนวโน้มขาลง


ทรงกราฟของแนวโน้มขาขึ้น

มาถึงช่วงดูอาการของทองในช่วงนี้กัน เป็นภาพของแท่งเทียนรายสัปดาห์สำหรับแท่งล่าสุดอัพเดทถึง บ่ายวันอังคารที่ 5 มีนาคม สิ่งที่ควรจะเกิดกับแท่งเทียนสัปดาห์นี้เพื่อส่งสัญญาณเป็นบวกควรจะเป็นแท่งเขียวที่ขึ้นได้อย่างน้อย  1590 และจะดีมาเมื่อปิดที่ระดับ 1620 โดยแท่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วไม่สวยเท่าไหร่ยังทำให้เกรงว่าจะลงไปได้อีกในระดับ 1520

กราฟแท่งเทียนรายสัปดาห์

 มาดูระดับอินดิเคเตอร์ของรายสัปดาห์กันครับสองตัวแรก MACD กับ MACD Os
กับอันบนเป็น MACD Os ที่เริ่่มคล้อยขึ้น แต่กับ MACD ที่ระยะระหว่างเส้น MACD กับ Signal ยังห่างกันพอควรแปลความหมายได้ว่าในระดับภาพใหญ่ยังต้องควานหาจุดหยุดลงหรือจุดที่แรงขายเริ่มน้อยลงกันต่อครับ ในเบื้องต้นสัปดาห์นี้ควรไม่ต่ำกว่าเดิม

กับอีกสองอินดิเคเตอร์ RSI อยู่ที่ระดับ ราว 35 เป็นจุดที่งอขึ้นได้เพียงแต่ยังต้องตามดูว่าจะงอขึ้นได้เมื่อไหร่ และเมื่อกลับมาเบรกเทรนด์ก็น่าจะเป็นสัญญาณที่ดี ส่วน Sto ก็ยังไม่ครอส

โดยรวมของกราฟรายสัปดาห์แล้วยังไม่ได้ให้สัญญาณซื้อออกมาเลยซักตัว ก็ดีที่มีแรงหนุนเข้ามาให้หยุดลงได้บ้างแต่ยังต้องระวังการเทขายลงไปอีกที่แนวรับต่างๆที่รออยู่ด้านล่าง

อินดิเคเตอร์ของกราฟรายสัปดาห์

อินดิเคเตอร์ของกราฟรายสัปดาห์

 มาถึงแนวรับแนวต้านกันบ้าง
เรามีแนวต้านตามแนวต่างๆ ดังนี้
1605 1619 1635สำหรับระยะการรีบาวด์ในช่วงสั้นและมี แนวต้านหลักๆ ในการกลับไป 1800 ที่ 1647 1675 1703

และแนวรับที่เป็นแนวการฟอร์มตัวในช่วงก่อนขึ้นไป 1900 เมื่อปี 2011
1532 1512 1478 1462 1447

สำหรับแนวรับแนวต้านที่ให้ไว้ถือว่าแนวต้านที่ 1620 1635 จะเป็นแนวที่อาจได้ใช้ในช่วงเดือนมีนาคมนี้แต่ถ้าไกลกว่านั้นยังต้องดูจากอะไรอีกหลายอย่างครับและบางทีอาจเป็นแนวรับด้านล่างที่ได้ใช้ก่อนครับ
แนวรับด้านล่างที่อาจเกิดในเดือนมีนาคมถูกมองไว้บริเวณ 1555 1545 1532 1512
ลึกกว่านั้นคงเป็นช่วงระยะต่อไปครับ

ระดับแนวรับ

ระดับของแนวรับแนวต้าน


มาดูในกราฟรายวันเสียหน่อยถึงแม้กราฟรายสัปดาห์จะยังไม่เห็นสัญญาณบวกแต่ถ้ารายวันฟื้นตัวได้ก็จะส่งผลไปถึงกราฟรายสัปดาห์ครับ
อินดี้ทั้ง 4 ตัว มีแนวโน้มอาจฟื้นตัวได้ในช่วงสัปดาห์หน้า ต่อให้ตัวเลขการจ้างงานที่ประกาศในสัปดาห์นี้ออกมาแล้วทำให้ทองไม่ดี แต่ถ้าแรงขายหมด หรือเหลือน้อยอาจส่งให้ทองฟื้นตัวในช่วงสั้นๆ ได้ครับ


อินดิเคเตอร์ของกราฟรายวัน

อินดิเคเตอร์ของกราฟรายวัน


ที่ดูแล้วอาจให้เป็นห่วงบ้างคือค่าเงินบาท มันทรงตัวในกรอบซึ่งเป็นปกติวิสัยของมัน ถ้ามีปัจจัยทำให้เงินไหลเข้าไทยอีกระลอกอาจทำให้เงินบาทหลุดแนวหนุนเดิมลงไปที่ 29.5 หรือต่ำกว่าได้ครับ ยังไม่ลืมนะครับ ว่าแนวโน้มทั้งปีคือเงินบาทจะแข็งมาที่ระดับ 28 - 29 สมมติว่าทองเกิดสัญญาณ Bullish Divergence แล้วเรากลัวค่าเงินบาทจะแข็งมากๆ อย่างต้นปีแนะนำให้ Short ดอลล่าร์ฟิวเจอร์กันไว้ อย่างน้อยบางส่วน

ทรงกราฟค่าเงินบาท

มาถึงส่วนสุดท้ายคือการถือครองของ SPDR อาจทราบกันไปบ้างแล้วแต่เอามาแถมท้าย
การถือครองของกองทุนทองยักษ์ใหญ่ลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี และลดลงหนักๆ ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ทำให้เมื่อนับจากต้นปีลดลงราว 100 ตันเห็นจะได้ครับ (ช่างตรงกันข้ามกับเมื่อก่อนจริงๆ)


ปริมาณการถือครองทองคำของกองทุนSPDR























วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

มามั่ง/ไม่มามั่ง by นักขายหมูขอรับ(18.2.56)

ไม่อยากจะอคติ แต่มันก็เห็น ๆ กันอยู่ว่าเมื่อคืนวันศุกร์มันเหมือนวันแห่งความบังเอิญ ที่หลากหลายข่าวร้ายสำหรับทองคำจะปะดังเข้ามาอย่างต่อเนื่องทุกครั้งที่ราคาพักตัว เรียกว่าข่าวแรกมาทำทองร่วง พอพักได้แป๊บเดียว ข่าวสองก็มาฉุดลงอีกครั้ง แล้วก็หลอกให้พักเหนื่อยอีกนิด ข่าวสามก็กระหน่ำต่อ เป็นงี้ตลอดคืนจนตลาดปิด ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ออกตรงตามเวลาเป๊ะ แต่ประกาศออกมาไม่เป๊ะอย่างเวลา เพราะไหงมันดีเกินหน้าเกินตาจนทุบทองตายคาที่ แล้วยังมีทั่นประธาน ECB ออกมาย้ำอีกว่ายุโรปดีขึ้นแล้ว ฟากประธาน Fed ไม่อยากน้อยหน้า เลยออกมาสัมภาษณ์บ้างว่า เมกาฟื้นแย้ววว.... นอกจากนี้ยังมีข่าวเซอร์ไพรซ์ยิ่งกว่า คือ โซรอสเททองในพอร์ตที่ลงทุนผ่าน SPDR ออกไป 55% ของที่มีอยู่เดิม   - -" เอ่อ.. อันนี้ขายเท่าทุนหรืออาจจะขาดทุนด้วยนะเนี่ย ทีนี้พอข่าวออกมาก ๆ ผสมโรงกับข้อมูลก่อนหน้าที่ World Gold Council ประเมินว่าปีนี้ทองจะอ่อนเพราะแรงซื้ือลดลง ทำเอาบรรดาโบรคนอกฝ่ายมองทองแง่ลบทั้งหลายตีปีกออกมากันใหญ่ว่าเป้าเฉลี่ยปีนี้ เอาแค่ 1500-1600 ก็พอแล้ว เห้อ......

มองโลกในแง่ดี(นิดหน่อย) มันก็ยังดีกว่าตอนเน่าสนิท -100$ ในคืนเดียว เพราะตอนนั้นมันนึกจะร่วงก็ร่วง ไม่มีอะไรประกอบเท่าไหร่เลย แต่คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เค้ายังพอจะมีเหตุอยู่บ้าง ถึงจะดูบังเอิ๊ญ..บังเอิญไป(เยอะ)หน่อยก็เถอะ

มองเมฆในกราฟรายวัน :  ราคาดีดกลับได้แบบมีแรงหนุนเยอะอยู่ แต่เส้นสีม่วงเข้มเป็นแนวต้านที่ 1625 จุดนี้คนเล่นเก็งกำไรรอบสั้นรอลุ้นจะขายอยู่ ทำให้ราคาอาจผ่านขึ้นต่อไม่ได้ง่าย ๆ หรือ อาจขึ้นไม่ถึงด้วยซ้ำ เพราะคนจะขายออกมาก่อน
มองเมฆในกราฟรายสัปดาห์ :  ราคาหลุดกระจุกเมฆลงมาพร้อมกับเส้นสีดำกำลังจะทิ่มลง ทำให้เสี่ยงจะกลายเป็นลงหนักกว่านี้อีก สัปดาห์นี้มีแต่แนวต้าน 1625/1645/1665 แนวรับไม่มี แต่แนะนำให้ซื้อในกรณีที่มันร่วงลงมา(จะหลุดหรือไม่หลุด1600ก็ได้) แต่ให้กลับมายืน 1600 ได้ก่อน




วันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Mainframe 14.2.56

มาเช็คอาการในภาพหลักกันครับ หลังจากที่ราคาทองลงมาแหย่แนวรับ ลองดูว่าจะสร้างเป็นฐานได้เมื่อไหร่เพื่อกลับขึ้นไป เท่าที่เป็นมันกลับทางกันคือมันพยายามสร้างฐานเพื่อให้ลงต่อไปเรื่อยๆ ฟังดูแย่ครับ แต่ในเรื่องแย่ๆ อาจมีเรื่องดีๆ รออยู่ครับ มีขึ้นก็มีลง ขึ้นแรงก็ลงแรง มันเป็นเรื่องจริง



เป็นภาพของแนวต้านหลักที่มี 1,667 1,692 1,705 1,735 1,754 ให้ไว้เผื่อใช้



เป็นภาพของแนวหนุนซึ่งช่วงนี้คงต้องมาตามดูแนวพวกนี้เพื่อสังเกตแรงซื้อที่เข้ามาหนุน นับตั้งแต่ทองหลุด 1700 ลงมาแล้วยังกลับไปไม่ได้ราคาทองยังไม่เจอแรงซื้อที่แนวรับดีพอจะทำให้กลับตัวเลย ยกเว้นที่แนว 1625 ที่เป็นจุดต่ำสุดเดิม ถ้าลงมาแตะแนว 1625 แล้วแรงดีเราคงคาดหวังว่ามันจะไม่หลุด 1650 ได้อีกซักระยะนึงครับ โดยรวมๆ แล้ว ราคาทองมีแนวรับที่ 1629 1608 1590 ซึ่งการลงมาแต่ละระดับจะเป็นเรื่องราวที่แตกต่างกันไปครับ ซึ่งยังต้องดูอีกทีว่าลงมายังไง เด้งแบบไหน ที่จุดไหน แล้วจะบอกได้ว่ากลับตัวหรือจะรีบาวด์กลับมาที่ตรงไหนได้บ้าง


เป็นภาพของอินดิเคเตอร์สองตัวแรกก่อนครับ ด้านบนเป็น MACD Oscillator ซึ่งยังอยู่แดนลบจะให้สัญญาณซื้อเมื่อแท่งเหลืองตัดเส้นน้ำเงินขึ้นไปได้ครับ ซึ่งตอนนี้ยัง  
อีกตัว MACD  มีสัญญาณดีๆ อยู่บ้างแม้จะเทียบกับลูกใกล้เคียงแล้วจะลูกใหญ่กว่าแต่ถ้าเทียบกับลูกก่อนหน้าที่เป็นจุดต่ำบริเวณ 1625 1635 แล้วไม่ลึกนัก ทำให้มองว่าถ้ามีสัญญาณจาก MACD Os พอจะตามไปได้ครับ มีลุ้นฟื้นตัวได้ครับ 


ลำดับต่อมาที่ Sto กับ RSI สำหรับ Sto ยังลงไม่สุด อยากให้ลงสุดครับ ลงสุดแล้วตัดขึ้นน่าจะเป็นสัญญาณซื้อที่น่าสนใจโดยเฉพาะเมื่อเกิดกับแนวรับที่ให้ไว้
สำหรับ RSI ตอนนี้อยู่บริเวณ 35 - 40 ซึ่งเป็นแนวนึงที่รับอยู่แล้วเด้งกลับไปได้หลายครั้งตั้งแต่ลงมาจาก 1797 
โดยรวมแล้วระดับอินดิเคเตอร์นั้นทรงตัวอยู่ในระดับที่ดีกว่าครั้งที่ลงมา 1635 1625 ครั้งก่อนครับ ทำให้ช่วงนี้ผมระวังพอควร ระวังว่าจะดีดขึ้นนะครับ ถ้าเริ่มมีแรงและทรงดี คงตามขึ้นไปขายตรงแนวต้านครับ




เป็นภาพของค่าเงินบาทซึ่งในช่วงนี้เริ่มทรงตัวไม่ส่งผลต่อราคามากๆ อย่าในช่วงต้นเดือนมกราคมกรอบเงินบาทคือ 29.7 29.73 29.8 29.83 29.87 29.9 โดยระยะยาวแล้ว เงินบาทไม่น่าเกินกว่า 30.5 - 30.7 และจะค่อยๆ แข็งค่าขึ้นในอนาคต ช่วงนี้คงทรงตัวหลังเริ่มไกล่เกลี่ยและพูดคุยมากขึ้นเกี่ยวกับ Currency War 


 เมื่อพูดถึง Currency War แล้ว ก็เลยเอาทิศทางค่าเงินสกุลหลักๆ มาให้ดูว่าที่ผ่านมาในช่วงไม่นานนี้เป็นกันอย่างไรบ้าง 
เนื่องจากช่วงนี้เวลาอ่านบทวิเคราะห์ผมจะเก็บทิศทางค่าเงินสกุลเหล่านี้มาด้วยครับ ค่าเงินปอนด์ของอังกฤษหรือ Great Britain ที่อ่อนค่าลงต่อเนื่อง แบบเงียบๆ ไม่กระโตกกระตากเหมือนเงินเยนญี่ปุ่นที่ ธนาคารประเทศต่างพุ่งเป้าไปที่นโยบายที่ประกาศหลังรู้ผลเลือกตั้งนายกญี่ปุ่น ซึ่งล่าสุดทางอเมริกาก็ออกมาหนุนว่าเห็นด้วยและช่วยให้เงินเยนอ่อนเพื่อให้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นกลับฟื้นเสียทีหลังจากตบสลบเหมือด ซึมมากว่า 10 ปี ทางเบอร์นันเก้เองก็บอกไว้ว่าการที่ญี่ปุ่นซึมยาวนานทั้งที่นโยบายการเงินของญี่ปุ่นเองคือตรึงดอกเบี้ยไว้ต่ำมากๆ ยาวนาน ว่าไม่เต็มทีจนถึงที่สุด สะท้อนให้เห็นว่าในความคิดของเบอร์นันเก้เองนั้นมีความตั้งใจทำคิวอีและคงดอกเบี้ยของสหรัฐจนกว่าระดับการว่างงานจะลงมาต่ำกว่าระดับที่ต้องการหรือต่ำกว่า 6.5 % แต่ติดที่ข้อจำกัดที่มี
ส่วนทิศทางค่าเงินดอลล่าร์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาแข็งค่าขึ้นมามาก 


มาถึงเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ อาจทำให้หลายๆ ท่านที่คาใจ ว่ามีคิวอีแล้วทำไมทองลง 
ในรูปเป็นกราฟอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ซึ่งผมตามดูมาซักระยะ เพื่อทำความเข้าใจอะไรบางอย่าง ปกติแล้ว นโยบายการเงินที่ออกมาใช้ เป็นอีกเรื่องหนึ่งกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับตลาดจริงๆ หมายถึง ถ้าเฟดประกาศจะซื้อพันธบัตรเพื่อกดให้ดอกเบี้ยต่ำลง เพื่อให้เกิดการกู้ยืมไปลงทุน ผลักดันให้เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจอย่างที่ตั้งใจ ซึ่งถ้าอัตราผลตอบแทนลดลงก็แปลว่าตลาดตอบรับ แต่ถ้าในทางตรงกันข้ามแล้ว คือดอกเบี้ยบอนด์กลับสูงขึ้นก็คือตลาดตอบรับไปอีกทางหนึ่ง ซึ่งหลังจากต้นเดือนมกราคม อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐรุ่นอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ถ้าจำไม่ผิดคือเป็นช่วงที่มีประธานเฟดสาขาหนึ่งออกมาบอกถึงข้อจำกัดที่อาจทำให้ทำคิวอีไม่ได้นานอย่างที่มองไว้ หรือทำคิวอีได้สั้นกว่าที่คาด เงินน้อยลง ทองก็ลง ประมาณนั้น หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีจอร์จ โซรอสก็ออกมาสำทับว่าเฟดจะปรับดอกเบี้ย Fed Fund Rate ขึ้นจากระดับต่ำสุด 0.25 % ภายในสิ้นปีนี้ซึ่งเร็วกว่าที่เบอร์นันเก้บอกไว้กว่าปีหรือบอกไว้ว่าจะปรับขึ้นราว 2015 เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ขอบอกไว้ 2 ประเด็น 1. คือ ต้องไม่ลืมนะครับว่าคิวอีที่พิมพ์เงินเข้ามาในตลาดด้วยการซื้อบอนด์ มาตลอดสามสี่ปี จะมีวันที่เค้าขายบอนด์และเอาเงินกลับคืนหรือที่เรียกว่า Exit Strategy เป็นเรื่องที่รับรู้กันไว้แต่แรกทำคิวอี 1 แล้วนะครับ มีเข้าก็มีออก ยิ่งเวลาผ่านไปเท่าไหร่ก็ยิ่งคืบเข้าใกล้วันนั้นไปทุกทีครับ 2. สิ่งที่เราต้องเข้าใจว่า เฟด ปรับดอกเบี้ยตามการเคลื่อนไหวของตลาดเงิน ไม่ใช่ตลาดเงินปรับตามที่ประกาศอย่างเดียว อย่างแรกคือปกติแล้ว เค้าจะ ส่งสัญญาณก่อนปรับจริง เพื่อให้ตลาดปรับตัวก่อนจะได้ไม่ผันผวนเกินไปในตลาดการลงทุน ซึ่งในหลายๆ ครั้ง  Yield  ในตลาดจะปรับตัวก่อนที่เฟดจะประกาศอย่างเป็นทางการ เมื่อตลาดปรับขึ้นมาในระดับนี้แล้วและถ้ายังขึ้นเรื่อยๆ ภายในปีนี้ก็ให้ระวังเฟดปรับประมาณการไว้ครับ แม้ในการให้สัมภาษณ์ล่าสุดจะยังยืนยันว่าจะคงไว้ต่อไปแม้จะเอาเงินออกจากระบบแล้วก็ตาม(Exit Strategy) เริ่มพูดเป็นนัยๆแฮะเสียว
ประเด็นหลักต่อมาผมได้คำตอบเรื่อง Yield มาจากหนังสือ Money&Wealth เล่มล่าสุดซึ่งเค้าพูดมากกว่านั้นเรื่องของปริมาณเงินในระบบของสหรัฐเอง เค้าบอกว่า M1 และ M2 อัตราการหมุนเวียนมันลดลงครับ
M1 และ M2 นี้เป็นเม็ดเงินที่ถูกแบ่งประเภทออกมาเพื่อให้สามารถออกนโยบายมาจัดการเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาให้เงินไม่เฟ้อไป ไม่ฝืดไป ซึกปกติแล้ว เงินในระบบเริ่มแรกจะมีไม่มากแต่เมื่อเข้าสู่ระบบแล้วมันจะเพิ่มขึ้นหลายเท่า ผ่านระบบธนาคาร เช่นเงิน 100 บาท เราเอาเงิน 100 บาทไปฝากธนาคารไว้ ธนาคารก็จะนำเงินเรานั้นไปออกดอกผลเช่นให้กู้ยืมบ้างอะไรบ้างสมมติว่าให้กู้ไปทั้ง 100 บาทคนที่กู้เงินนั้นก็นำไปจ่ายค่าสินค้า ค่าแรงเมื่อคนที่ได้รับเงินนั้นก็นำไปฝากธนาคารอีกที หมุนเวียนไปเรื่อยๆ อย่างนี้ เงินในระบบจึงมีมากขึ้น แปลว่าถ้าเงินมีอัตราหมุนเวียนที่สูง เงินก็อาจจะเฟ้อขึ้นแต่ถ้ามีอัตราการหมุนเวียนที่ต่ำลงเงินจะเฟ้อน้อยลงหรือที่เราเรียกว่าเงินฝืด 
ทองคำจะมีทิศทางเป็นบวกถ้าเงินเฟ้อและเฟ้อเพิ่มขึ้นในทางตรงกันข้ามถ้าเงินเฟ้อน้อยลงราคาทองก็ปรับลง 
แปลว่าการออกคิวอีในรอบหลังๆ แม่้จะตั้งเป้าว่า Unlimite แต่กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ประสิทธิภาพของคิวอีกลับลดลง ไม่เป็นอย่างที่คิดไว้แต่แรก และนี่คือข้อจำกัดอีกอย่างของเฟดที่อาจทำให้ต้องล้มเลิกคิวอีกก่อนเวลาที่คาดไว้ ซึ่งส่วนตัวผมเดาเอาว่าเป็นเหตุผลมาจากสองประการ1. Fiscal ที่สุดท้ายก็ปรับขึ้นภาษีอยู่ดี และยังค้างมติไว้ในบางเรื่องมาตัดสินใจในภายหลัง 2. เพดานหนี้สหรัฐที่ตอนนี้ติดเพดานแล้วที่ระดับกว่า 16 ล้านล้านเหรียญ ภาครัฐมีปัญหาเรื่องการเบิกจ่าย ซึ่งเป็นเม็ดเงินหลักทางหนึ่งที่จะหยุดชะงักไป
โดยสรุปแล้ว เหตุผลที่ทำไมทองลง ทั้งๆที่มีคิวอีที่่รออัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ตลาดเดือนละ 85,000 ล้านเหรียญ ไปอีกราว 10 - 12 เดือนหรือเกือบ 1 ล้านล้าน นั้นเกิดขึ้นพร้อมกับข้อจำกัดหลายทางซึ่งรวมไปถึงทางการเมืองด้วย และผลตอบรับจากตลาดไม่เป็นอย่างที่เคย เมื่อเข้าใจมากขึ้นแล้วจะได้ช่วยลดอคติลงได้บ้างครับ เช่นคิวอีทองขึ้น ตรุษจีนทองขึ้นอะไรประมาณนั้น 
แต่ไม่ได้หมายถึงผมมองลงหนักๆ นะครับสำหรับช่วงต่อไปนี้ ผมให้เรื่องพวกนี้เป็นรอง ทิศทางราคาเป็นหลัก อาจนำปัจจัยพื้นฐานมากำหนดกรอบใหญ่ แต่ในช่วงการปรับตัวคงยังมองที่เทคนิคเป็นหลัก ซึ่งในช่วงนี้ผมเองตามสังเกตแรงซื้อตามจุดแนวรับต่างๆ ที่อาจเป็นจุดกลับตัวขึ้น หรือรีบาวด์ขึ้นซักชุดอยู่ครับ 
สังเกตตามแนวนี้ครับ 1625 1630 1638 และเมื่อเด้งตัวได้ดี ค่อยมาหาจุดขายอีกทีครับ จะแค่ 1665 หรือ1695 ก็มาดูกัน สัปดาห์นี้มีของแถมครับ แต่ต้องยกยอดไปพรุ่งนี้เกี่ยวการคาดการณ์ Demand และ Supply ของทองคำในปีนี้ จากเว็บ CME Group ครับผม