วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2556

Mainframe 24.1.56








กำลังจะผ่านพ้นไปกับเดือนแรกของปี 2556 นี้นะครับ ได้เริ่มต้นทำอะไรอย่างที่ตั้งใจไว้ยังครับ ส่วนตัวผม ยัง ดูเหมือนมีเรื่องอยากทำเยอะมาก แค่ลำดับว่าจะทำอะไรก็หมดเดือนเสียแล้ว
สัปดาห์นี้มีเรื่องหนึ่งที่อยากมาแชร์ครับไปฟังทางหลักทรัพย์ภัทรเค้า Outlook ประจำครึ่งปีแรกมาก่อนหน้านี้ผมเป็นลูกค้าเทรดหุ้นที่นี่ก่อนจะมาสังกัดโบรกหุ้นครับ ได้รับข้อมูลสำคัญๆ จากงานนี้ประจำ
ดูเหมือนครั้งนี้จะไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ตามสถานการณ์ และโดยเปรียบเทียบหมายถึงเปรียบเทียบกับปีที่แล้วที่มีเรื่องราวน่าตื่นเต้นในมุมการลงทุนเข้ามาทั้งเรื่อง AEC และนโยบายรถคันแรกที่เป็น Theme ของการลงทุนในปีที่ผ่านมาจนผลักดันให้หุ้นบ้านเราดีดตัวจาก 1,050 จุดไป  1,400 จุด พุ่งขึ้นถึง 35 % เมื่อผ่านปีแรงๆ มาปีต่อมามักไม่แรงเท่านะครับ ปีนี้ทางหลักทรัพย์ต่างๆ จึงคาดการณ์กันไม่สูงมากและภัทรก็มองเป้าแค่ 1,500 จุดเท่านั้นจากปัจจุบันที่ 1,450 จุด โดยทางดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อให้ประเด็นสำคัญในประเทศไทยที่เรื่องของเศรษฐกิจเราคือการประคับประคองและฟื้นตัวของภาคการส่งออกและจัดการเรื่องการลงทุนให้เกิดขึ้นอย่าล่าช้า ความสำคัญคือ การส่งออกของประเทศเรานั้นมีสัดส่วนสูงมากในจีดีพีของเรา การทรุดตัวและทรงตัวจากตลาดยุโรปและอเมริกาส่งผลให้การส่งออกของไทยไม่ดีอย่าที่ตั้งใจ รวมไปถึงค่าเงินที่แข็งขึ้น ย่อมส่งผลโดยตรงกับการค้าขายกับชาวต่างชาติ นอกเรื่องนิดนึงครับตอนนั้นผมเดินทางไปหาลูกค้าที่ตลาดโบ๊เบ๊ ทำธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก ก็บอกถึงปัญหานี้ ว่าสมัยที่ค่าเงินบาทอยู่กว่า 35 บาทต่อเหรียญสหรัฐนั้น ขายดีมาก ขายกันจนไม่มีเวลากินข้าว แทบไม่ได้เงยหน้าจากบิลที่ต้องเขียนเลย แต่พอเงินบาทอยู่ระดับนี้ก็มีคนมาซื้อน้อยลง คนหนีไปจีนหมด 
กลับมาอีกเรื่อง เรื่องของการลงทุน อย่างที่เราทราบเรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC นั้นส่งเสริมให้เกิดการลงทุนมากมายโดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนในประเทศไทยนั้นเรามีโครงการรถไฟฟ้า สายต่างๆ โครงการเส้นทางน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม ที่เป็นเรื่องใหม่ที่ผมเพิ่งรู้ก็คือเส้นทางรถไฟความเร็วสูงไปจีนที่เข้ามาทางหนองคาย ผ่าน สปป.ลาวไป คุนหมิงของจีนและสายอื่นๆ เช่นกรุงเทพเชียงใหม่ ซึ่งให้เหตุผลว่าจีนอยากหาทางลงมาทางเอเชียอาคเนย์ซึ่งเราเป็นทางเลือกหลัก 
ซึ่งล้วนไปกระตุ้นให้หุ้นกลุ่มก่อสร้าง และวัสดุก่อสร้างอย่างปูนมีแนวโน้มที่ดีในสองสามปีข้างหน้าเป็นอย่างน้อย ซึ่งแปลกอยู่อย่างที่เค้าไม่ห่วงเรื่องการเมืองอย่างที่สองสามปีที่ผ่านมามักจะมองเรื่องนี้เป็นปัจจัยสำคัญ เวลาเศรษฐกิจดี เราต้องรู้ตัวครับ ปรับตัวให้ทัน ของแบบนี้ชีวิตนึงไม่เจอหลายหนหรอกครับ ร้านทองบ้านผมยังขายดีชนิดที่รู้สึกได้เลยครับ


สำหรับตลาดไกลๆ อย่างอเมริกาที่จะส่งผลต่อทองกันบ้างสิ่งที่ยังมองกันใกล้ๆ นี้คือเรื่อง Fiscal Cliff ที่ยังต้องมีเรื่องให้สะสาง เพดานหนี้สหรัฐและ การเลือกตั้งในยุโรป ประเด็นสำคัญและน่าจะสำคัญกับโดยภาพรวมไม่เฉพาะทองก็คือเรื่องเพดานหนี้สหรัฐ ที่ต้องบอกว่าจริงๆ แล้วมันเลยเพดานหนี้ที่เคยขอไว้เมื่อปีก่อนไปแล้วนะครับ ตอนนี้อยู่ที่กว่า 16 ล้านล้านเหรียญ ซึ่งต้องมานั่งคิดว่าจะทำยังไง ต้องลดรายจ่ายภาครัฐลงไหม ที่ตอนนี้เริ่มมีประเด็นเข้ามาประปรายนะครับถ้าฟังกันดีๆ ได้ยินว่าเลื่อนๆ ผมเดาไว้ตอนนี้ว่าน่าจะเป็นประเด็นที่เราต้องมาสนใจกันในช่วงข้างหน้านี้ ซึ่งระดับหนี้สหรัฐนี้สามารถตามดูได้ที่หน้าบล็อก UBwealth นี้ครับตามรูปเลย ส่วนยูโรโซนที่เป็นประเด็นในกลางปีที่แล้วหลายๆฝ่ายมองว่าไม่น่ามีปัญหาอะไรแม้จะมีเรื่องการเลือกตั้งเยอรมันเข้ามาก็ตาม จะให้ดีเชียร์ให้ป้าแมร์เคิลกลับมาจะดีมากๆๆๆ
ในส่วนตัวผม ผมมองไปที่ตัวเลขการจ้างงานในวันศุกร์แรกของเดือนครับเป็นKey ของทองในช่วงครึ่งปีแรกนี้ ทิศทางของทองในแต่ละเดือนจะขึ้นกับตัวเลขการจ้างของเดือนนั้นๆ ครับ และตั้งแต่ปลายเดือนนี้เป็นต้นไปก็จะเริ่มมีเงินเข้าซื้อพ้นธบ้ตรมาเพิ่่มของเฟดตามที่ได้ว่าไว้นะครับ จับตาดูสองเรื่องนี้ครับสำหรับทองในช่วง 6 เดือนจากนี้ เพราะหลังจากนั้นจะเป็นเวลาที่เราเริ่มระวัง "จุดเปลี่ยน" กัน



มาถึงในส่วนที่ส่งผลให้เรา "นอยด์" กันในช่วงที่ผ่านมาครับ คือค่าเงินบาท ต้องยอมรับว่าผมรู้สึกว่าคราวนี้ออกมาจัดการช้ากว่าทุกทีทั้งที่โดยเนื้องานแล้วฝ่ายกรมกองที่เฝ้าเรื่องนี้ไว้อยู่กลับไม่ได้ระวังไว้ก่อน แต่คงแรงมากจริงๆ นะครับ จากที่ฟังมาและประเมิณเองโดยคร่าวๆ แล้วเราจะมีโอกาสได้เห็น เงินบาทที่ 28 - 28.5 ในปีนี้แบบไม่ยากเย็น จากที่เป็นอยู่ในตอนนี้คือ 29.8 โดยทรงของค่าเงินบาทมีแนวโน้มที่จะทรงตัวถึงขั้นฟื้นตัวอ่อนลงได้บ้างครับน่าจะไม่เป็นอุปสรรคกวนใจเราเหมือนก่อนหน้านี้ครับ อย่างน้อยก็ซักระยะนึงครับ


มาดูทรงกราฟทองกันบ้าง ดูจะหลุดแนวที่ฟอร์มขึ้นมาหน่อยนึงแล้วจึงต้องมาลุ้นที่แนวหนุนที่ 1669 1663 1652 สามแนวนี้ถ้าเอาไม่อยู่ก็ลงไป 1625 1635 ใหม่ แนวราคาที่ 1695 - 1705 นั้นจะเห็นว่ามีหลายเส้นกันอยู่ การขึ้นมาทดสอบในครั้งนี้โอกาสผ่านน้อยต้องมาดูว่าฟอร์มตัวใหม่แล้วขึ้นมาได้จะมีโอกาสมากขึ้นครับ จุดสังเกตอีกอย่างคือการที่เส้นค่าเฉลี่ยหลักๆ สี่เส้นมาอยู่ในจุดราคาเดียวกัน อาจไซด์เวย์ จนเกิดทิศทางในภายหลัง ไปทางไหนก็ตามไปทางนั้นครับ



ในส่วนของอินดิเคเตอร์ของกราฟรายวัน ที่น่าเป็นห่วงและต้องระวังคือ Sto ที่จะครอสลง โดยเฉพาะถ้าวันนี้จนถึงพรุ่งนี้ปิดต่ำกว่า 1680 ซึ่งถ้าโมเมนตั้มมันหักหัวลงก็ต้องมาลุ้นกันที่แนวหนุนหลักๆ ที่ให้ไว้ครับ ประเด็นที่สำคัญกว่าการมองว่าขึ้นหรือลงในช่วงนี้ที่ต้องแยกให้ออกว่าช่วงนี้เป็นแนวโน้มหรือเปล่า หรือแค่ไซด์เวย์ ถ้ามีแนวโน้มแล้วแนวขึ้นหรือลง เพื่อจะได้เลือกเครื่องมือมาใช้ได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์
ปีนี้ภาคการลงทุนยังมีความน่าสนใจ แต่คงไม่เท่าปีที่แล้ว ส่วนทองเองระยะกลางมีโอกาสดีขึ้นกว่าตอนนี้ได้ ส่วนช่วงสัปดาห์ถึงสองสัปดาห์นี้คงต้องมาลุ้นกันที่แนวหนุนและการฟอร์มตัว เพื่อผ่านไปเล่นที่แนว 1720 - 1750 ซึ่งถ้าทรงตัวที่ 1660 ไม่ได้ก็อาจไปลุ้นที่โลว์เดิมอีกทีซึ่งทิศทางค่าเงินจะไม่ผันผวนมากอย่างช่วงก่อนครับ เมื่อมองในจุดนี้ก็ทำให้เข้าใจกับเรื่องเดิมที่ผมเคยบอกไว้ ความถูกต้องกับ ความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ไม่ใช่อันเดียวกันเสมอไป จำตอนเพดานหนี้สหรัฐมีปัญหาจนโดนดาวน์เกรดได้ไหมครับตอนนั้นทองบวกขึ้นไป 300 - 400 เหรียญ แต่คราวนี้เรื่องละม้ายคล้ายเดิมแต่กลับโดนกดไว้ ยังไม่รู้ว่าหลังจากเริ่มโครงการคิวอีไปแล้วจะมีอะไรเปลี่ยนไปไหม 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น