วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

GOLD Demand&Supply and Price estimate for 2013-2014(Source:The Economist)


 พอดีได้อ่านบทวิเคราะห์ของทางThe Economist ซึ่งมีตัวเลขเกี่ยวกับทองด้วยก็เลยนำมาให้อ่านเพลินๆ ชีวิตมีขึ้นมีลง ทองก็เช่นกัน ในช่วงปี 2012 เป็นช่วงปีที่ทองไซด์เวย์ในภาพหลัก และบวกเพิ่มจากปีก่อนน้อยสุดในรอบหลายปี ซึ่งจะมีผลพวงตามมาหลายอย่างทั้งการลดพอร์ต และลดประมาณการด้วยเหตุผลทางเทคนิค ซึ่งก็เป็นปกติที่เมื่อราคามันไม่ขึ้นต่อเนื่องก็ถูกปรับประมาณการลง ไม่ค่อยเกี่ยวกับดีมานด์ซัพพลายจริงเท่าไหร่แต่จะกระเทือนทางด้านอารมณ์
จากตารางแรก เราจะเห็นตัวเลขดีมานด์หรือความต้องการใช้ทองในรูปแบบต่างๆ และของประเทศต่าง ๆ 
ในเชิงการใช้งาน การอุตสาหกรรมและทันตกรรมค่อนข้างทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลงแต่ในด้านจิวเวอรี่น้อยลงเป็นลำดับตั้งแต่ปี 2010 ผมเข้าใจเอาเองว่าเป็นผลมาจากระดับราคาที่สูงขึ้นในช่วงปีนั้นๆ ราคาขึ้นคนก็บริโภคน้อยลง แต่โดยประมาณการแล้วตลาดเครื่องประดับจะกลับมาดีขึ้น 
เมื่อจำแนกตามประเทศจีนกับอินเดียคือสองประเทศที่บริโภคทองสูงสุดโดยมีสหรัฐตามมาห่างๆ
อินเดียวมีการบริโภคน้อยลงเป็นลำดับแต่จีนทรงตัวน้อยลงไม่มาก โดยจากทั้งสองประเทศนี้ถูกประมาณการไว้ในปีนี้และปีหน้าว่าจะบริโภคเพิ่มขึ้น ที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนคืออเมริกาที่ลดลงอย่างมากแต่ทรงตัวในช่วงปี 2013 - 2014 โดยรวมแล้วความต้องการทองในช่วงปี 2010 เพิ่มขึ้น 12.5 % แต่พอ 2011 กลับมีความต้องการเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยที่ 1.4% และเมื่อถึงปี 2012 ความต้องการใช้ทองกลับลดลงโดยติดลบไป 7.4% กล่าวคือคนทั้งโลกต้องการทองน้อยลง ส่วนปี 2013 กับ 2014 ถูกคาดหมายว่าจะเพิ่มขึ้นนิดหน่อย 3.3 % และ 4% ตามลำดับ

มามองในด้านการผลิตกันบ้างค่อนข้างสอดคล้องกับ ความต้องการที่ ผลิดเพิ่มขึ้น 7.8 % ในปี 2010 และลดลงในปี 2011 ทรงตัวในปี 2012 และถูกคาดหมายว่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปี 2013 2014


เมื่อเปรียบเทียบโดยภาพรวมแล้ว มีการผลิตรองรับการบริโภคไว้เหลือเฟือ จะมีปัญหาการขาดแคลนทองก็ปี 2011 ถ้าจำไม่ผิดช่วงนั้นเห็นบรรดาร้านทองบ่นๆ ว่าทองไม่พอๆ 

มาถึงตารางสุดท้าย การเปลี่ยนแปลงของราคาทอง เพิ่มขึ้นค่อนข้างมากในปี 2011 และลดลงในปีที่ผ่านมาและถูกคาดหมายว่าในปี 2013 จะยังบวกเล็กน้อยที่ 4.7% ตามตารางราคาเฉลี่ยที่ถูกคาดหมายไว้คือช่วงราว 1700 - 1750 และเป็นลบในปี 2014 เป็นลบที่ 5.9% ราคาเฉลี่ยเป็น 1600 - 1650 (แน่ใจว่าใส่ตัวเลขไม่ผิดปีใช่ไหม2013 เป็น 2014 หรือเปล่า) ด้วยเหตุผลว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะเป็นตัวไปผลักดันให้ดอกเบี้ยทยอยปรับขึ้น ซึ่งนั่นเป็นปัจจัยลบต่อทอง 
สรุปแล้วจากเนื้อหาทั้งหมดมีมากกว่านี้ผมนำเพียงภาพและคำอธิบายประกอบมานิดหน่อย ท่านที่อยากทราบรายละเอียดทั้งหมดต้องอ่านจากเว็บนี้ครับ Click ต้องบอกว่าโดยรวมแล้ว ไม่ค่อยมีข่าวดีๆ มาสนับสนุนเท่าไหร่เลยในช่วงนี้ครับ และถ้ามองจากรอบระดับรายปีแล้วการที่ทองจะกลับไป 1900 อาจจะยังต้องรออีกนานกันเลยทีเดียว แต่บทวิจัยนี้มีช่องโหว่บางอย่าง  ช่องโหว่ที่ว่ามันขาดดีมานด์ซัพพลายในส่วนของธนาคารกลางไปครับซึ่งก็ถูกในบางแง่ที่ไม่นำมารวม เพราะเค้าพยายามกันตัวเลขจากฝั่งธนาคารออกจากตลาดซื้อขายทั่วไปเพราะมันกระเทือนตลาดมากซื้อขายกันทีละ 10 ตัน 100 ตัน แต่จะปฏิเสธถึงความมีผลกระทบต่อตลาดไม่ได้เพราะถ้าเค้าต้องการทองเข้าไปไว้ในมือจริงๆ มันก็ไม่พ้นต้องมาเอาจากส่วนใดส่วนหนึ่งของภาคการผลิตอยู่แล้ว ถือว่าความต้องการซื้อและขายจากธนาคารกลางแต่ละประเทศนั้นเมื่อเทียบเป็นอัตราส่วนแล้วก็มากอยู่ 

Wealthstation 15.2.56


ทองทรุดตัวหลุดแนว 1638 - 1640 ลงมาทำจุดต่ำใหม่ใกล้โลว์ก่อนหน้าที่ 1626 แบบ ซึมๆ ไม่มีดีด มีเด้งในระดับที่น่าพอใจ
ระยะเป้าหมายที่จะลงไปถึงอยู่โซนระหว่าง 1618 -1625 เป็นจุดหนึ่งที่เราจะดูอาการว่ามีแรงเข้าหนุนที่ดีพอหรือไม่ครับ
แนวต้าน 1639 1645 1652
แนวหนุน 1630 1625 1618 1612
เที่ยงนี้มีตัวเลขเกี่ยวกับทองๆ จากบทวิจัยของทาง "The Economist" มาให้อ่านครับผม


วันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Mainframe 14.2.56

มาเช็คอาการในภาพหลักกันครับ หลังจากที่ราคาทองลงมาแหย่แนวรับ ลองดูว่าจะสร้างเป็นฐานได้เมื่อไหร่เพื่อกลับขึ้นไป เท่าที่เป็นมันกลับทางกันคือมันพยายามสร้างฐานเพื่อให้ลงต่อไปเรื่อยๆ ฟังดูแย่ครับ แต่ในเรื่องแย่ๆ อาจมีเรื่องดีๆ รออยู่ครับ มีขึ้นก็มีลง ขึ้นแรงก็ลงแรง มันเป็นเรื่องจริง



เป็นภาพของแนวต้านหลักที่มี 1,667 1,692 1,705 1,735 1,754 ให้ไว้เผื่อใช้



เป็นภาพของแนวหนุนซึ่งช่วงนี้คงต้องมาตามดูแนวพวกนี้เพื่อสังเกตแรงซื้อที่เข้ามาหนุน นับตั้งแต่ทองหลุด 1700 ลงมาแล้วยังกลับไปไม่ได้ราคาทองยังไม่เจอแรงซื้อที่แนวรับดีพอจะทำให้กลับตัวเลย ยกเว้นที่แนว 1625 ที่เป็นจุดต่ำสุดเดิม ถ้าลงมาแตะแนว 1625 แล้วแรงดีเราคงคาดหวังว่ามันจะไม่หลุด 1650 ได้อีกซักระยะนึงครับ โดยรวมๆ แล้ว ราคาทองมีแนวรับที่ 1629 1608 1590 ซึ่งการลงมาแต่ละระดับจะเป็นเรื่องราวที่แตกต่างกันไปครับ ซึ่งยังต้องดูอีกทีว่าลงมายังไง เด้งแบบไหน ที่จุดไหน แล้วจะบอกได้ว่ากลับตัวหรือจะรีบาวด์กลับมาที่ตรงไหนได้บ้าง


เป็นภาพของอินดิเคเตอร์สองตัวแรกก่อนครับ ด้านบนเป็น MACD Oscillator ซึ่งยังอยู่แดนลบจะให้สัญญาณซื้อเมื่อแท่งเหลืองตัดเส้นน้ำเงินขึ้นไปได้ครับ ซึ่งตอนนี้ยัง  
อีกตัว MACD  มีสัญญาณดีๆ อยู่บ้างแม้จะเทียบกับลูกใกล้เคียงแล้วจะลูกใหญ่กว่าแต่ถ้าเทียบกับลูกก่อนหน้าที่เป็นจุดต่ำบริเวณ 1625 1635 แล้วไม่ลึกนัก ทำให้มองว่าถ้ามีสัญญาณจาก MACD Os พอจะตามไปได้ครับ มีลุ้นฟื้นตัวได้ครับ 


ลำดับต่อมาที่ Sto กับ RSI สำหรับ Sto ยังลงไม่สุด อยากให้ลงสุดครับ ลงสุดแล้วตัดขึ้นน่าจะเป็นสัญญาณซื้อที่น่าสนใจโดยเฉพาะเมื่อเกิดกับแนวรับที่ให้ไว้
สำหรับ RSI ตอนนี้อยู่บริเวณ 35 - 40 ซึ่งเป็นแนวนึงที่รับอยู่แล้วเด้งกลับไปได้หลายครั้งตั้งแต่ลงมาจาก 1797 
โดยรวมแล้วระดับอินดิเคเตอร์นั้นทรงตัวอยู่ในระดับที่ดีกว่าครั้งที่ลงมา 1635 1625 ครั้งก่อนครับ ทำให้ช่วงนี้ผมระวังพอควร ระวังว่าจะดีดขึ้นนะครับ ถ้าเริ่มมีแรงและทรงดี คงตามขึ้นไปขายตรงแนวต้านครับ




เป็นภาพของค่าเงินบาทซึ่งในช่วงนี้เริ่มทรงตัวไม่ส่งผลต่อราคามากๆ อย่าในช่วงต้นเดือนมกราคมกรอบเงินบาทคือ 29.7 29.73 29.8 29.83 29.87 29.9 โดยระยะยาวแล้ว เงินบาทไม่น่าเกินกว่า 30.5 - 30.7 และจะค่อยๆ แข็งค่าขึ้นในอนาคต ช่วงนี้คงทรงตัวหลังเริ่มไกล่เกลี่ยและพูดคุยมากขึ้นเกี่ยวกับ Currency War 


 เมื่อพูดถึง Currency War แล้ว ก็เลยเอาทิศทางค่าเงินสกุลหลักๆ มาให้ดูว่าที่ผ่านมาในช่วงไม่นานนี้เป็นกันอย่างไรบ้าง 
เนื่องจากช่วงนี้เวลาอ่านบทวิเคราะห์ผมจะเก็บทิศทางค่าเงินสกุลเหล่านี้มาด้วยครับ ค่าเงินปอนด์ของอังกฤษหรือ Great Britain ที่อ่อนค่าลงต่อเนื่อง แบบเงียบๆ ไม่กระโตกกระตากเหมือนเงินเยนญี่ปุ่นที่ ธนาคารประเทศต่างพุ่งเป้าไปที่นโยบายที่ประกาศหลังรู้ผลเลือกตั้งนายกญี่ปุ่น ซึ่งล่าสุดทางอเมริกาก็ออกมาหนุนว่าเห็นด้วยและช่วยให้เงินเยนอ่อนเพื่อให้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นกลับฟื้นเสียทีหลังจากตบสลบเหมือด ซึมมากว่า 10 ปี ทางเบอร์นันเก้เองก็บอกไว้ว่าการที่ญี่ปุ่นซึมยาวนานทั้งที่นโยบายการเงินของญี่ปุ่นเองคือตรึงดอกเบี้ยไว้ต่ำมากๆ ยาวนาน ว่าไม่เต็มทีจนถึงที่สุด สะท้อนให้เห็นว่าในความคิดของเบอร์นันเก้เองนั้นมีความตั้งใจทำคิวอีและคงดอกเบี้ยของสหรัฐจนกว่าระดับการว่างงานจะลงมาต่ำกว่าระดับที่ต้องการหรือต่ำกว่า 6.5 % แต่ติดที่ข้อจำกัดที่มี
ส่วนทิศทางค่าเงินดอลล่าร์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาแข็งค่าขึ้นมามาก 


มาถึงเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจ อาจทำให้หลายๆ ท่านที่คาใจ ว่ามีคิวอีแล้วทำไมทองลง 
ในรูปเป็นกราฟอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ซึ่งผมตามดูมาซักระยะ เพื่อทำความเข้าใจอะไรบางอย่าง ปกติแล้ว นโยบายการเงินที่ออกมาใช้ เป็นอีกเรื่องหนึ่งกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับตลาดจริงๆ หมายถึง ถ้าเฟดประกาศจะซื้อพันธบัตรเพื่อกดให้ดอกเบี้ยต่ำลง เพื่อให้เกิดการกู้ยืมไปลงทุน ผลักดันให้เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจอย่างที่ตั้งใจ ซึ่งถ้าอัตราผลตอบแทนลดลงก็แปลว่าตลาดตอบรับ แต่ถ้าในทางตรงกันข้ามแล้ว คือดอกเบี้ยบอนด์กลับสูงขึ้นก็คือตลาดตอบรับไปอีกทางหนึ่ง ซึ่งหลังจากต้นเดือนมกราคม อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐรุ่นอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ถ้าจำไม่ผิดคือเป็นช่วงที่มีประธานเฟดสาขาหนึ่งออกมาบอกถึงข้อจำกัดที่อาจทำให้ทำคิวอีไม่ได้นานอย่างที่มองไว้ หรือทำคิวอีได้สั้นกว่าที่คาด เงินน้อยลง ทองก็ลง ประมาณนั้น หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีจอร์จ โซรอสก็ออกมาสำทับว่าเฟดจะปรับดอกเบี้ย Fed Fund Rate ขึ้นจากระดับต่ำสุด 0.25 % ภายในสิ้นปีนี้ซึ่งเร็วกว่าที่เบอร์นันเก้บอกไว้กว่าปีหรือบอกไว้ว่าจะปรับขึ้นราว 2015 เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ขอบอกไว้ 2 ประเด็น 1. คือ ต้องไม่ลืมนะครับว่าคิวอีที่พิมพ์เงินเข้ามาในตลาดด้วยการซื้อบอนด์ มาตลอดสามสี่ปี จะมีวันที่เค้าขายบอนด์และเอาเงินกลับคืนหรือที่เรียกว่า Exit Strategy เป็นเรื่องที่รับรู้กันไว้แต่แรกทำคิวอี 1 แล้วนะครับ มีเข้าก็มีออก ยิ่งเวลาผ่านไปเท่าไหร่ก็ยิ่งคืบเข้าใกล้วันนั้นไปทุกทีครับ 2. สิ่งที่เราต้องเข้าใจว่า เฟด ปรับดอกเบี้ยตามการเคลื่อนไหวของตลาดเงิน ไม่ใช่ตลาดเงินปรับตามที่ประกาศอย่างเดียว อย่างแรกคือปกติแล้ว เค้าจะ ส่งสัญญาณก่อนปรับจริง เพื่อให้ตลาดปรับตัวก่อนจะได้ไม่ผันผวนเกินไปในตลาดการลงทุน ซึ่งในหลายๆ ครั้ง  Yield  ในตลาดจะปรับตัวก่อนที่เฟดจะประกาศอย่างเป็นทางการ เมื่อตลาดปรับขึ้นมาในระดับนี้แล้วและถ้ายังขึ้นเรื่อยๆ ภายในปีนี้ก็ให้ระวังเฟดปรับประมาณการไว้ครับ แม้ในการให้สัมภาษณ์ล่าสุดจะยังยืนยันว่าจะคงไว้ต่อไปแม้จะเอาเงินออกจากระบบแล้วก็ตาม(Exit Strategy) เริ่มพูดเป็นนัยๆแฮะเสียว
ประเด็นหลักต่อมาผมได้คำตอบเรื่อง Yield มาจากหนังสือ Money&Wealth เล่มล่าสุดซึ่งเค้าพูดมากกว่านั้นเรื่องของปริมาณเงินในระบบของสหรัฐเอง เค้าบอกว่า M1 และ M2 อัตราการหมุนเวียนมันลดลงครับ
M1 และ M2 นี้เป็นเม็ดเงินที่ถูกแบ่งประเภทออกมาเพื่อให้สามารถออกนโยบายมาจัดการเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาให้เงินไม่เฟ้อไป ไม่ฝืดไป ซึกปกติแล้ว เงินในระบบเริ่มแรกจะมีไม่มากแต่เมื่อเข้าสู่ระบบแล้วมันจะเพิ่มขึ้นหลายเท่า ผ่านระบบธนาคาร เช่นเงิน 100 บาท เราเอาเงิน 100 บาทไปฝากธนาคารไว้ ธนาคารก็จะนำเงินเรานั้นไปออกดอกผลเช่นให้กู้ยืมบ้างอะไรบ้างสมมติว่าให้กู้ไปทั้ง 100 บาทคนที่กู้เงินนั้นก็นำไปจ่ายค่าสินค้า ค่าแรงเมื่อคนที่ได้รับเงินนั้นก็นำไปฝากธนาคารอีกที หมุนเวียนไปเรื่อยๆ อย่างนี้ เงินในระบบจึงมีมากขึ้น แปลว่าถ้าเงินมีอัตราหมุนเวียนที่สูง เงินก็อาจจะเฟ้อขึ้นแต่ถ้ามีอัตราการหมุนเวียนที่ต่ำลงเงินจะเฟ้อน้อยลงหรือที่เราเรียกว่าเงินฝืด 
ทองคำจะมีทิศทางเป็นบวกถ้าเงินเฟ้อและเฟ้อเพิ่มขึ้นในทางตรงกันข้ามถ้าเงินเฟ้อน้อยลงราคาทองก็ปรับลง 
แปลว่าการออกคิวอีในรอบหลังๆ แม่้จะตั้งเป้าว่า Unlimite แต่กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ประสิทธิภาพของคิวอีกลับลดลง ไม่เป็นอย่างที่คิดไว้แต่แรก และนี่คือข้อจำกัดอีกอย่างของเฟดที่อาจทำให้ต้องล้มเลิกคิวอีกก่อนเวลาที่คาดไว้ ซึ่งส่วนตัวผมเดาเอาว่าเป็นเหตุผลมาจากสองประการ1. Fiscal ที่สุดท้ายก็ปรับขึ้นภาษีอยู่ดี และยังค้างมติไว้ในบางเรื่องมาตัดสินใจในภายหลัง 2. เพดานหนี้สหรัฐที่ตอนนี้ติดเพดานแล้วที่ระดับกว่า 16 ล้านล้านเหรียญ ภาครัฐมีปัญหาเรื่องการเบิกจ่าย ซึ่งเป็นเม็ดเงินหลักทางหนึ่งที่จะหยุดชะงักไป
โดยสรุปแล้ว เหตุผลที่ทำไมทองลง ทั้งๆที่มีคิวอีที่่รออัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ตลาดเดือนละ 85,000 ล้านเหรียญ ไปอีกราว 10 - 12 เดือนหรือเกือบ 1 ล้านล้าน นั้นเกิดขึ้นพร้อมกับข้อจำกัดหลายทางซึ่งรวมไปถึงทางการเมืองด้วย และผลตอบรับจากตลาดไม่เป็นอย่างที่เคย เมื่อเข้าใจมากขึ้นแล้วจะได้ช่วยลดอคติลงได้บ้างครับ เช่นคิวอีทองขึ้น ตรุษจีนทองขึ้นอะไรประมาณนั้น 
แต่ไม่ได้หมายถึงผมมองลงหนักๆ นะครับสำหรับช่วงต่อไปนี้ ผมให้เรื่องพวกนี้เป็นรอง ทิศทางราคาเป็นหลัก อาจนำปัจจัยพื้นฐานมากำหนดกรอบใหญ่ แต่ในช่วงการปรับตัวคงยังมองที่เทคนิคเป็นหลัก ซึ่งในช่วงนี้ผมเองตามสังเกตแรงซื้อตามจุดแนวรับต่างๆ ที่อาจเป็นจุดกลับตัวขึ้น หรือรีบาวด์ขึ้นซักชุดอยู่ครับ 
สังเกตตามแนวนี้ครับ 1625 1630 1638 และเมื่อเด้งตัวได้ดี ค่อยมาหาจุดขายอีกทีครับ จะแค่ 1665 หรือ1695 ก็มาดูกัน สัปดาห์นี้มีของแถมครับ แต่ต้องยกยอดไปพรุ่งนี้เกี่ยวการคาดการณ์ Demand และ Supply ของทองคำในปีนี้ จากเว็บ CME Group ครับผม

Wealthstation Guide 14.2.56


การกลับยืนเหนือ 1645 ได้ในวันนี้จะทำให้มีลุ้นรีบาวด์ได้รอบนึงครับ ถ้าผ่าน 1645 น่าจะขึ้นทดสอบแนว 1648 1652 1656
แต่ถ้าไม่ได้คงต้องย่อมาบริเวณ 1632 1635ก่อนครับ 
เที่ยงนี้พบกับ Mainframe เช็คอาการในภาพหลัก ค่าเงินบาท ทิศทางค่าเงินสกุลหลัก และคำอธิบายคิวอีว่าทำไมคิวอีแล้วทองลงครับ


วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Wealthstation Guide 13.2.56


ทิศทางราคาทองฟื้นตัวมาทดสอบแนวต้าน 1652 แล้วย่อตัวมาเล็กน้อย
มีแรงหนุนในระดับพอได้ โดยการกลับตัวยังต้องอาศัยแรงที่มากกว่านี้ สำหรับวันนี้คงลุ้นว่า
1. บ่ายนี้จะหลุดต่ำกว่า 1646 - 1648 ลงมาไหม ถ้าหลุดอาจได้เห็น 1632 - 1635 
2. ถ้าไม่หลุด 1646 - 1648 จะขึ้นสุดแค่ไหน 1653 1656 1660
จุดหลักในการเข้าซื้อคือจุดที่ดูมีแรงหนุนที่ดี ยังต้องดูตามแนวรับหลักๆ ที่ 1620 1630 1640 ครับ
ผมได้โทรคอนเฟิร์มเรื่องคลาสวันเสาร์นี้ไปแล้วนะครับสำหรับท่านที่ไม่ได้รับการคอนเฟิร์ม แต่ส่งชื่อมาแล้วแปลว่าตกหล่นรบกวนส่งเมล์มาแจ้งอีกทีครับ


วันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Wealthstation Guide 12.2.56


ทิศทางราคาทองมีสัญญาณฟื้นตัวได้เล็กน้อยหลังแนวหนุนบริเวณแนวหนุน 1640 - 1643 ทำงานแบบ "พอได้" 
มองระยะไม่ไกลนักครับ ราว 1652 1656 ไม่เกิน 1665 
 ประเด็นหลักคือเบรกกรอบสามเหลี่ยมแล้วเลือกทางลง แล้วเกิด Lower Low หรือหลุดแนว 1650 ลงมา จึงมองว่ามีโอกาสเด้ง รีบาวด์ได้บ้าง แต่ถ้าทรงไม่ดีอาจลงต่ออีกครับ
จะแก้ทรงให้กลับดูดีได้ต้องให้สามวันจากนี้ยืนเหนือ 1650 - 1652 ได้ครับ แต่ถ้ารีบาวด์แล้วกลับมาจ่อ 1640 - 1645 อีกครั้งก็เตรียมลงไปแนว 1625 1635 หรือต่ำกว่าครับ


มามั่ง/ไม่มามั่ง by นักขายหมูขอรับ(11.2.56)

หมดตรุษจีนไปแบบไม่ได้ลุ้นอะไรเลย บอกตามตรงว่าสัปดาห์นี้ ..ข้าน้อยมึนขอรับ.. เดาทางทองไม่ถูก รู้แต่ใกล้จะวิ่งแล้วล่ะ แต่จะไปทางไหนไม่รู้ เพราะตามสถิติที่ผ่านมา หลังตรุษจีนมัน 50/50 อาจมีแรงซื้อดันหรือขายทิ้งก็ได้ บางปีซื้อหลอกล่อไปทุบเดือนหน้าก็มี เพราะฉะนั้น อาทิตย์นี้ผมว่ารอไปก่อนดีกว่า อย่าเพิ่งทำอะไรเลย ให้มันแกว่งเบา ๆ ก่อน จะได้เห็นแนวโน้ม แล้วค่อยจ้วงตามจังหวะที่เกิด ส่วนดัชนีหุ้นไทยที่เคยบอกให้เก็งกำไรพร้อมกับทองไปตอนกลางเดือนที่แล้ว ตอนนี้ก็แบ่งขายออกมาบ้างนะขอรับ 
มาดูเมฆกันใกล้ ๆ ให้ต้านสั้น 1674 ต้านหลักของรอบนี้ 1680-1685 แนวรับสำคัญ 1625-1630 สัปดาห์นี้น่าจะแกว่งอ่อน ๆ แต่พร้อมจะออกตัวแรงได้ทุกเมื่อ ฉะนั้น ถึงไม่มีโอกาสให้เทรด แต่ต้องระวังเสียงนกหวีดเสมอ





วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Wealthstation Guide 11.2.56


ซินเจี่ยอยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้
สะสมบุญ สั่งสมความดี 
โชคลาภ วาสนา เกื้อหนุน
ทิศทางราคาทองลงมาจ่อที่แนวหนุนหรือแนวรับสำคัญ 
มองย้อนกลับไปข่าวเชิงลบต่อทองมีมาเรื่อยๆ และที่เราเข้าใจว่าข่าวดีก็อาจไม่ใช่ข่าวดีอย่างที่เราคิด
วันนี้ทรงตัวเหนือ 1670 - 1672 ได้จะดูดีขึ้นเล็กน้อย และถ้าหลุด 1660 - 1665 ก็จะดูไม่ดีมีสิทธิไปลึกถึง 1615 1625 กันเลยครับ


วันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Wealthstation Guide 8.2.56

ช่วงที่ผ่านมาราว 1 สัปดาห์ ทิศทางราคาทองเป็นรูปแบบนึงที่ใครจะชอบก็ชอบ ไม่ชอบก็ไม่ชอบ คือมันวิ่งในกรอบราว 15 - 20 เหรียญเพื่อรอระเบิดไปซักทาง
มีมากกว่านั้นคือช่วงนี้มีทรงกราฟแบบนึงที่เรียกว่า V-shape เกิด 4 ครั้งในช่วงเวลาไม่นาน 
ราคาทองโดนเทลงจาก 1678 ในหัวค่ำบ้านเรามาแตะระดับ 1662 ด้วยเหตุผลว่ามุมมองเศรษฐกิจของ ECB ไม่ดีและไม่มีการอัดฉีดเงินแค่ตรึงดอกเบี้ยเท่านั้น
การลงมาแตะ 1662 ทำให้กราฟเสียทรงคือ เกิด lower low ขึ้น 
โดยเช้านี้ทองก็กลับมาอยู่บริเวณ 1670 หลังดีดแรงกลับไป 1682 ในคืนที่ผ่านมา ถ้าเช้านี้ บ่ายนี้ทองลงต่ำกว่า 1667 อีก ก็จะดูไม่ดีและอาจเป็นการเบรกลงก็ได้ครับ 



วันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Wealthstation Guide 7.2.56


ทองคำทรงตัวได้ดีในช่วงวันก่อน "วันจ่าย" 
สัปดาห์หน้าต้นสัปดาห์ตลาดหลักของเอเชียจะหยุดทำการหลายตลาดเนื่องในวันตรุษจีนครับ 
ก็ดูดีน่าซื้อติดมือไว้ครับ เป้าใกล้ๆ นี้คือ 1695 - 1703 ส่วนเป้าหลัก คือ 1728 - 1735 และ 1748 - 1752 โดยเฉพาะถ้าผ่าน 1695 - 1703 แล้วยืนได้ครับ 
และถ้าหลุด 1660 ก็ระวังลงลึก
แนวหนุน 1660 1665 1674
แนวต้าน 1682 1685 1695


วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Wealthstation Guide 6.2.56


ทิศทางราคาทองหดตัวลงหลังเบรกแนวย่อยทำให้ยังคงต้องรอการระเบิดเปิดทางต่อไป
แนวต้าน 1677 1683 
แนวหนุน 1660 1665 1670


วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Wealthstation Guide 5.2.56


ทิศทางราคาทองดีดตัวได้แรงในคืนที่ผ่านมา ทรงตัวเหนือแนวหนุนที่สำคัญ ทำให้แนวโน้มโดยรวมดูดีขึ้น คาดหวังได้มากขึ้นครับ
แนวต้าน 1675 1682 1686
แนวหนุน 1660 1667 1670 
กราฟเริ่มทรงตัวได้ดี หาจังหวะสะสมกันได้หากมีสัญญาณซื้อเข้ามาครับ


วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Wealthstation Guide 4.2.56


ทิศทางราคาทองคำลดระดับมาอยู่ใกล้แนวหนุนหลังจากดีดรับข่าวอัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้นในเดือนมกราคม โดยรวมตัวเลขดีขึ้นหลายตัว ส่งผลให้ทองย่อตัวลงมา
นอกจากนั้นแรงขายบริเวณ 1685 - 1700 ยังคงทำงานได้ดี ทรงกราฟจะเป็นตัวช่วยในการคาดเดาทิศทางในกรอบนี้ได้ครับ
แนวต้าน 1672 1682 1687
แนวหนุน 1665 1662 1658


วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2556

Wealthstation Guide 1.2.56


ทิศทางราคาทองย่อตัวมาอยู่แนวย่อยที่ 1658 - 1660 
การย่อตัวหลุด 1668 และ 1665 ลงมาดูไม่ดีนัก ยังต้องลุ้นในวันนี้ทั้งวันครับ 
1. ลุ้นว่าเช้านี้จะหลุด 1658 ไหมถ้าหลุด ต้องไปกางมุ้งรอที่ 1652 1643 1635 
2. ถ้าเช้านี้มีรีบาวด์ได้เป้ารีบาวด์ที่ 1665 1668 1672 รีบาวด์แล้วยืนได้เหนือ 1665 หรือเปล่า
อาจมีรีบาวด์ได้บ้างในเช้านี้แต่สำคัญที่ยืนเหนือแนวหนุนที่ควรจะเป็นได้ไหม พร้อมทั้งตัวเลขการจ้างงานที่เป็นประเด็นหลักต่อราคาทองในคืนนี้ครับ 


วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2556

มามั่ง/ไม่มามั่ง by นักขายหมูขอรับ(31.1.56)

กลุ่มเมฆในรายวันและเส้นในเมฆรายสัปดาห์เตือนว่า 1690-1695 เป็นจุดสำคัญ สอดคล้องกับระดับ neckline ของ triple bottom หรือจะมองว่าเป็น inverted head & shoulder ก็ตามแต่

ทำให้อ่านได้ 2 ลักษณะ
1. ผ่าน 1695 ได้ ก็ระเบิดขึ้นสู่เป้าหมาย 1750-1765
2. อ่อนตัวโดยไม่ขึ้นทดสอบ 1695 ก็จะแกว่งทำฐานกันอีกพักหนึ่ง โดยรอลุ้นขาขึ้นขาลงกันใหม่

แต่ผมก็ยังคง bias ต่อตรุษจีนเอฟเฟคท์ เพราะไม่รู้ว่าต้นปีจะมีเทศกาลหาเรื่องให้ทองขึ้นได้อีกตอนไหน ฉะนั้น ใครที่กัดฟันเก็บแถว 1650-1660 มาได้ ก็น่าลุ้นถือไปเรื่ีอย ๆ รอทำรอบตอนขึ้นทดสอบ 1690-1695 แล้วค่อยตัดสินใจก็ได้





Wealthstation Guide 31.1.56


The Federal Reserve, saying economic growth had "paused" in recent months, announced Wednesday it will continue its $85 billion monthly bond buying and hold interest rates near zero until unemployment falls to at least 6.5 percent.
เป็นสรุปข่าวเฟดเมื่อคืนครับ ว่าอัตราดอกเบี้ยและการเข้าซื้อพันธบัตรจะขึ้นกับตัวเลขการจ้างงาน โดยเลี่ยงที่จะกรอบเวลาให้ชัดเจน ว่าปลายปีนี้หรือกลางปีหน้า ทำให้ในแต่ละเดือนยังต้องตามลุ้นตัวเลขการจ้างงานต่อไป โดยคืนที่มาการจ้างงานภาคเอกชน + 192,000 ตำแหน่ง ยังต้องตามตัวเลขสำคัญในวันศุกร์อีกวันเพราะอาจขัดแย้งกันเหมือนเดือนก่อนได้ครับ 
โดยเทคนิคแล้ว ราคาทองควรจะยืนเหนือ 1665 - 1668 ในวันนี้เพื่อทำทรงขึ้นต่อครับ ถ้าหลุดแนวนี้ก็ให้ระวังหลุดยาวอยู่ครับ แต่โดยรวมถ้าสามารถปิดสัปดาห์ที่ระดับราวๆ นี้ได้ จะสวยและอาจเป็นจุดเริ่มต้นการขึ้นในช่วงเดือนข้างหน้าได้ครับ
แนวต้าน 1684 1686 1692
แนวหนุน 1665 1668 1673



วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2556

Wealthstation Guide 30.1.56


ทิศทางราคาทองฟื้นตัวมาอยู่เหนือระดับ 1660 ได้ในวันที่ผ่านมาคืนนี้สำหรับผมถือว่าสำคัญที่สุดในสัปดาห์นี้ ช่วงเวลาราวตี 2 ของคืนนี้เฟดจะออกมให้ความเห็นต่างๆ ซึ่งจะส่งผลต่อทองมากกว่าสินทรัพย์อย่างอื่น ถ้ามีการเปลี่ยนแปลง
ประเด็นที่สร้างความกังวลคือระยะเวลาที่จะยังคงทำคิวอี จะบอกชัดเจนหรือฝากไว้กับตัวเลขการจ้างงานเหมือนเดิม ประเด็นเรื่องอัตราดอกเบี้ย จะยังคงตามนโยบายเดิมที่จะคงไว้จนถึงต้นปีหน้าเป็นอย่างน้อยหรือเปล่า
ความไม่แน่นอนของเงื่อนเวลาในการที่จะเปลี่ยนแปลงนโยบายพวกนี้น่าจะเป็นประเด็นที่ต้องตามไปจนถึงสิ้นปีกันเลยครับ เพราะเราอยู่บนช่วงเวลาที่ "งวด" เข้าทุกทีแล้ว ถ้านับตั้งแต่ 2008 - 2009 นี่ก็จวนจะ 5 ปีแล้วครับที่อัตรา Fed Fund Rate อยู่ระดับต่ำสุดนี้  แน่นอนครับว่าไม่ต่ำสุดตลอดไปต้องถึงเวลาปรับขึ้นซักวัน 
แนวต้าน1665 1672 1675 
แนวหนุน 1658 1655 1652 1645
หลุด 1655 ไปเจอแนวใหม่ลึกกว่าเดิมที่ 1645 
ยืน 1665 ได้ขึ้นทดสอบ 1675และถ้าไม่หลุด 1665 หลังเฟดประกาศมีีลุ้นไปถึง 1685 1690


วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2556

Mainframe 29.1.56

สัปดาห์นี้มาเจอกันเร็วกว่าทุกครั้งเนื่องจากผมติดค้าง การตอบคำถามลูกค้าท่านนึงที่ถามเข้ามาและกลางสัปดาห์นี้มีประเด็นหลักรวมไปถึงปลายสัปดาห์ที่จะมีตัวเลขที่จะชี้ทิศทางของทั้งเดือนเข้ามาครับ



เริ่มที่เรื่องแรก ค่าเงินบาท 
         เรื่องค่าเงินบาทดูจะฮอตฮิตขึ้นมาเป็นคำถามในงานสัมมนาที่ผมเข้าร่วมทุกครั้งเลย ผมว่าช่วงนี้ผมต้องหาแนวต้านมาให้ใช้ และยังไม่ลืมนะครับที่มันจะแข็งขึ้นในอนาคต ซึ่งภาพรวมทั้งปีมีโอกาสทีเราจะเห็นค่าเงินบาแข็งไป 28 -28.25 ครับ
จากในรูปเป็นแนวต้านตามแนวการฟอร์มตัวของมันในช่วงที่ผ่านมาครับ แนวหลักจะเป็น 30 บาทและ 30.2 ส่วนตัวผมมองว่าไม่น่าอ่อนลงไปกว่า 30.3 ครับ
เรื่องที่สองมาพูดถึงทรงราคาทองกันนิดนึงครับ

ทรงกราฟราคาทองตอนนี้

กราฟราคาทองตอนลงมา 1700 ครั้งแรกหลักขึ้นสูงสุดที่ 1797 


         ทรงราคาทองช่วงนี้พาลให้ผมนึกถึงทรงตอนที่ราคาทองอยู่ 1700 - 1705 ครั้งแรกหลังจากไปสูงสุดที่ 1797 การลงมาแตะแนวรับสำคัญอย่าง 1700 แล้วทองไม่เด้งตัวอย่างที่ควรจะเป็นเหมือนกับตอนนี้ที่ลงมาแตะแนวรับหลักอย่าง 1650 แล้วไม่เด้งตัวอย่างที่ควรทั้งที่มีสัญญาณบวกระยะสั้นเข้ามาครบ 
คราวนั้นทองฝืนตัวขึ้นทดสอบ 1715 1720 แล้วก็ทิ้งตัวหลุด 1700 ในเวลาต่อมา คราวนี้ก็เช่นกันอาจเด้งตัวไปได้บ้างแล้วลงมาทำจุดต่ำใหม่ที่ต่ำกว่าเดิมหรือบริเวณ 1625 1635 หรือต่ำกว่านั้น 
เรื่องที่สาม วันพุธนี้จะมีตัวเลขการจ้างงานและวาระการประชุมของเฟดที่เราจะต้องมาตามดูตามฟังว่าเค้าจะให้แนวทางดอกเบี้ยไว้อย่างไร เดิมทีเค้าว่าไว้คือตรึงดอกเบี้ยต่ำสุดนี้ไว้จนถึงปี 2014 แต่มีการมีโอกาสปรับดอกเบี้ยขึ้นอย่างเร็วเป็นปลายปีนี้ จะทำให้ทองปรับตัวลงจากจุดนี้ได้ เพราะเดิมทีปัจจัยเดียวที่เรายังหวังถึงการปรับตัวขึ้นของทองคืออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ กำลังจะถูกบั่นทอนลงอีกครั้ง 
          สำหรับตัวเลขการจ้างงานที่จะประกาศในวันพุธนี้กับศุกร์นี้ มาเร็วพอควรเนื่องจากศุกร์แรกของเดือนเป็นวันที่ 1 ทำให้ยังไม่ทันหมดเดือนมกราคมก็ต้องมาสรุปตัวเลขประจำเดือนกันเลย จำได้ไหมครับ ตัวเลขการจ้างงานเป็นตัวบอกทิศทางในเดือนนั้นทั้งเดือน อาจมีบ้างในปีก่อนที่ไม่มีความสำคัญแต่กับเวลานี้สำคัญที่สุดแล้วครับ เพราะมาตรการทางการเงินของเฟดผูกไว้กับตัวเลขการจ้างงานชัดเจน ถ้าออกมาดี ทองมีสิทธิ์ที่จะลงไปเล่นกรอบล่างซึ่งเป็นแนวเดิมก่อนที่จะมีเรื่องคิวอีเข้ามาเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่ในทางกลับกันถ้าออกมาไม่ดีต่อเนื่อง ก็มีสิทธิที่ทองจะฟื้นตัวได้บ้างครับ 
เรื่องที่สี่ เที่ยวนี้ผมขอเสริวิธีการดู RSI เนื่องจากมีลูกค้าถามเข้ามา และสามารถอธิบายได้ไม่กี่บรรทัดจบครับ
 RSI ชื่อเต็ม Relative Strength Index
เป็นการหาค่าความสัมพันธ์อย่างหนึ่ง ด้วยข้อสังเกตที่ว่า "เมื่อราคาปรับตัวขึ้นมาซักระยะมันจะมีการพักตัวเนื่องจากมีการซื้อติดต่อกันมาซักระยะนึงแล้ว"  เป็นการแปลงค่าทางอารมณ์ออกมาเป็นค่าทางตัวเลขโดยเอาส่วนต่างทีเป็นบวก เป็นตัวตั้งและส่วนต่างที่เป็นลบเป็นตัวหาร เมื่อบวกมากกว่าลบค่า RSI ก็ขยับขึ้น 
ค่าของ RSI ที่เราดูนั้นเป็นไปได้ในกรอบ 0 - 100 แต่ปกติเราจะเห็นมันเคลื่อนไหวในช่วง 30 - 70 
เราจึงตั้งกฎว่าเมื่อ RSI อยู่ระดับ 30 นั้นคือต่ำ อยู่ 70 นั้นคือสูง เมื่อระดับค่าทางสถิติตัวนี้มาถึงระดับ 30 เค้าจึงบอกว่ามันเป็นระดับที่น่าซื้อ กลับกันเมื่ออยู่ 70 ก็น่าขาย โดยใช้ศัพท์เทคนิคว่า over bought และ over sold เมื่ออยู่ 30 เรียก over sold หรือขายมากเกินไป อยู่ 70 เรียกว่า over bought หรือซื้อมากเกินไป 
นี่เป็นหลักเบื้องต้น แต่หลักการในระดับถัดมา การดู RSI นั้นสำคัญในทุกระดับตั้งแต่ 10, 20, 30 จนถึง 90 
ทุกจุดสามารถเป็นจุดกลับตัวได้หมด เช่น RSI ตัดลงจาก 70 มาถึงระดับ 60 ก็ต้องหาเครื่องมือมาคอยจับว่าจะเด้งกลับมา 70 - 80 หรือเปล่า หรือถ้าเด้งตัวจาก 30 มาชน 50 ก็มีสิทธิ์ที่จะกลับไป 30 ใหม่ได้ไม่จำเป็นที่จะต้องไปให้ถึง 70 เป็นต้น 
หลักในการใช้ระดับ 30 - 70 ที่ใช้กันตอนนี้คือ "ตัด" เมื่อดัชนีมาแตะระดับ 30 เมื่อนั้นยังไม่เกิดการกระทำอะไรขึ้นคือเรายังไม่ซื้อทันที คือเราอาจจะซื้อเลยก็ได้ หรือรอดูว่าตลาดเวลานั้นให้ความสำคัญกับระดับที่ว่านี้หรืเปล่า บางทีตลาดก็ไม่สนลากลงไปต่ำกว่า 30 ได้ เมื่อลงไปเราจะจับตาดูระดับ 20 - 25 ว่าเอาอยู่ไหมและจะมั่นใจมากขึ้นเมื่อมันตัด 30 ขึ้นมา เราถึงจะซื้อ หรือตอนจะเอสลงมาเราก็รอตัด 70 ลงก่อนถึงเอส 
หลักต่อมาคือการบอกว่า ระยะที่ RSI จะไปได้มักมีระยะเท่าเดิม กล่าวคือ ปกติ RSI จะวิ่งจาก 30 ไป 70 หรือ 40 จุด ถ้าในคราวนั้น RSI วิ่งจาก 20 ขึ้นไป ก็น่าจะไปถึงแค่ 60 เท่านั้นหรือถ้า RSI ขึ้นจาก 40 ก็มีสิทธิที่ RSI จะทะลุ 70 ไปถึงระดับ 80 85 ได้
หลักสุดท้ายคือเรื่องของการฟอร์มตัว ในหลายๆ ครั้งที่ RSI ไม่มีทิศทาง แต่ทรงตัวในกรอบ เช่น ทรงตัวในกรอบ 50 - 70 ซึ่งเป็นกรอบ Bullish เมื่อทะลุหลุดกรอบ 50 ลงมาก็เปลียนทิศทางเป็นต้น
หลักการเบื้องต้นสำหรับการใช้ RSI นั้นต้องเข้าใจว่าสินทรัพย์แต่ละชนิดแต่ละเวลาให้น้ำหนักกับแนวต้านด้วย RSI แตกต่างกัน ไม่ตายตัว ต้องดูประวัติ และปรับใช้ให้เหมาะสมครับ เพราะ RSI เป็นเพียงค่าทางสถิติชนิดนึงที่นำมาจับเท่านั้น
เรื่องสุดท้ายทิศทางราคาทองในภาพหลักตอนนี้ 
ภาพแรกมาดูแนวราคาตอนนี้ดูเหมือนจะยืนบนเส้นเทรนด์ที่เบรกขึ้นมาได้ก่อนหน้านี้ส่วนแนวที่แนวต้านแข็งๆ คือ บริเวณ 1680 1690 1700 ส่วนแนวหนุนที่หนุนไว้และหวังว่าคราวนี้จะหนุนอยู่เช่นกันคือแนวบริเวณ 1635 - 1650 ที่ต่อให้ลงไปแตะแต่สุดท้ายปิดวันหรือปิดสัปดาห์ต้องกลับมาปิดเหนือให้ได้ ไม่งั้นมีสิทธิ์ที่จะไป 1580 - 1600 ได้ครับ 






ภาพต่อมาเป็น MACD สองพี่น้อง จะเห็นว่า MACD ตัวพี่จะเพิ่งตัดลง 0 มาเท่านั้นยังต้องอาศัยเวลาเพื่อม้วนกลับไป ในเบื้องต้นต้องภาวนาให้แท่งต่อมาของ MACD ไม่ต่ำกว่าแท่งก่อนหน้าเสียก่อน
ซึ่งต้ว MACD ต้วน้อง( สีเหลือง) ก็เพิ่งตัดตามกันมาเช่นกัน 
ภาพต่อมาเป็น RSI และ Stochastic ก็ให้สัญญาณไปในทางเดียวกัน อย่างเร็วทีสุดที่ทองจะกลับมาเป็นเป็นขาขึ้นย่อยๆ ได้คงต้องเห็น Stochastic ตัดขึ้นให้ได้เสียก่อนครับ 
เมื่อพิจารณาโดยรวมแล้ว ต้องใช้ระยะเวลาราว 2 - 3 วันเป็นอย่างน้อยที่จะกลับขึ้น สำหรับสัญญาณตัวแรกสุดอย่าง Sto และมากกว่านั้นสำหรับ อินดิเคเตอร์ตัวอื่นๆ ช่วงนี้มีดีดได้บ้างจากสัญญาณกราฟระยะสั้นเป้าไม่เกิน 1680 ถ้าอยู่ๆ ลมกรรโชกพากลับไปเกิน 1685 ได้ก็อาจเป็นการกลับขึ้นเลยก็ได้ ซึ่งต้องมีข่าวดีมาสนับสนุนครับ ถ้าไม่มีอะไรยังระวังหลุด 1650 อยู่ ถ้าหลุดจะมีแนวหนุนย่อย ๆ ที่ 1625 1635 1645ครับ สามแนวนี้จุดไหนเด้งได้ดี ค่อยเล่นสั้นหรือใช้จุดกลับตัวได้ครับ

Wealthstation Guide 29.1.56


ทิศทางราคายังคงซึมลง ค่อย ๆ ลงไม่ร่วงรุนแรง 
ดูแล้วสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่สำคัญที่สุดสัปดาห์หนึ่งในรอบหลายๆ สัปดาห์เลยครับ มีทั้งมติเรื่องดอกเบี้ยและตัวเลขการจ้างงานในคืนพรุ่งนี้และวันศุกร์ 
และน่าจะเป็นทิศทางสำหรับเดือนกุมภาพันธ์ครับ 
ราคาทองอยู่ใกล้บริเวณแนวหนุน 1650 - 1652 ทรงตัวอยู่ได้แต่ไม่สามารถดีดตัวไปทดสอบแนวต้านด้านบนได้ อาการไม่ดีนักได้แค่ทรงกับทรุด
ในวันนี้ถ้าจะให้ดีอยากให้วิ่งขึ้นเกิน 1665 ให้ได้ก่อนครับ ทำได้จะถือว่าเป็นสัญญาณดีเล็กๆ ที่เข้ามาบ้างครับ 
แนวต้าน 1662.5 1665 1672 1675 
แนวหนุน 1652 1648 1645
เที่ยงนี้พบกับ Mainframe และการอ่านค่า RSI ได้ที่ 
www.UBwealth.blogspot.com


วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2556

มามั่ง/ไม่มามั่ง by นักขายหมูขอรับ(28.1.56)

เล่นเอาเซ็งไปตะหงิด ๆ เพราะเศรษฐกิจจีนดีขึ้นและส่งสัญญาณจะฟื้นตัวกลับในปีนี้ พร้อมกับเทศกาลตรุษจีนที่เป็นซีซั่นสำหรับทองคำโดยเฉพาะ ที่พอดีว่าช่วงนี้มีแต่คนอัดเงินใส่กันทำให้เงินร้อนไหลทั่วโลก ทองคำก็น่าจะได้อานิสงส์การเก็งกำไรไปด้วย แต่ดันทุบให้ทรุดฮวบด้วยการอ้างว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ก็เลยโดนขายทิ้งซะเลย กลายเป็นต้องกัดฟันซื้อแถวนี้ แล้วมานั่งลุ้นให้เกิดเทคนิคอลรีบาวน์
ระดับ 1690 ตามสัญญาณจากเมฆ กลายเป็นแนวต้านวัดทิศทางที่แข็งแกร่งไปซะอย่างนั้น เพราะพอยืนไม่อยู่ก็ร่วงระนาว แต่ยังดีที่ยังไม่หลุดสปริงบอร์ด 1650 ดังนั้น วางกรอบ 1650-1690 เล่นเป็นรอบ ๆ ไป และถ้าหลุดฝั่งไหนให้คัตลอสสถานะที่สวนทางอยู่ แล้วเปิดตามไปเลย เช่น ถ้าหลุด 1650 ก็ควรคัต long แล้วเปิด short




Wealthstation Guide 28.1.56


ช่วงสั้น ๆ นี้มีลุ้นรีบาวด์ด้วยเทคนิคเคิลรีบาวด์ มองไม่ไกลนักและยังต้องลุ้นแนวต้านใกลๆ นี้ด้วยครับ 
ผ่าน 1665 มีมองเป้า 1672 1675 ถ้าไม่สามารถยืน 1680 ได้ยังมองลงอยู่ การกลับมาระดับ 1655 อีกครั้งหลังรีบาวด์ต้องระวังหลุดไป 1640 1648 ครับ


วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2556

Wealthstation Guide 25.1.56


ทิศทางราคาทองร่วงลงราว 30 เหรียญจากจุดสูงสุดมีแรงเทขายกดให้ RSI รายครึ่งชม.และรายชม.จมเส้น 30 ทั้งวันที่ผ่านมาลักษณะการกระทำราวกับราคาทองที่ 1680 - 1700 นั้นแพงจนต้องแย่งกันกระหน่ำขายออกมา
ด้วยเหตุผลตัวเลขเศรษฐกิจทางเยอรมันและจีนภาคการผลิตออกมาดี กดให้ทองหลุด 1680 มาในวันก่อน
ยังมีโอกาสลงต่อ กราฟรายวันยังมีโอกาสไหลมาได้อีกหน่อย ต้องลุ้นที่แนวหนุน 1652 1660 ครับ สำหรับภาพรวมในวันนี้และวันจันทร์ 
ช่วงสั้นๆ ลุ้นไม่หลุด 1660 แล้วมีรีบาวด์สั้นๆ ออกมาบ้างครับ เป้าที่ 1675 1680 
ท่านที่ส่งเมล์มาแล้วรอตอบกลับนิดนึงนะครับ ช้าหน่อยขออภัยครับ ส่วนท่านที่สนใจก็ยังส่งเมล์มาได้ครับ UBwealth@gamil.com คลาสเทคนิคเคิลพื้นฐานสำหรับทองคำ


Mainframe 24.1.56








กำลังจะผ่านพ้นไปกับเดือนแรกของปี 2556 นี้นะครับ ได้เริ่มต้นทำอะไรอย่างที่ตั้งใจไว้ยังครับ ส่วนตัวผม ยัง ดูเหมือนมีเรื่องอยากทำเยอะมาก แค่ลำดับว่าจะทำอะไรก็หมดเดือนเสียแล้ว
สัปดาห์นี้มีเรื่องหนึ่งที่อยากมาแชร์ครับไปฟังทางหลักทรัพย์ภัทรเค้า Outlook ประจำครึ่งปีแรกมาก่อนหน้านี้ผมเป็นลูกค้าเทรดหุ้นที่นี่ก่อนจะมาสังกัดโบรกหุ้นครับ ได้รับข้อมูลสำคัญๆ จากงานนี้ประจำ
ดูเหมือนครั้งนี้จะไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ตามสถานการณ์ และโดยเปรียบเทียบหมายถึงเปรียบเทียบกับปีที่แล้วที่มีเรื่องราวน่าตื่นเต้นในมุมการลงทุนเข้ามาทั้งเรื่อง AEC และนโยบายรถคันแรกที่เป็น Theme ของการลงทุนในปีที่ผ่านมาจนผลักดันให้หุ้นบ้านเราดีดตัวจาก 1,050 จุดไป  1,400 จุด พุ่งขึ้นถึง 35 % เมื่อผ่านปีแรงๆ มาปีต่อมามักไม่แรงเท่านะครับ ปีนี้ทางหลักทรัพย์ต่างๆ จึงคาดการณ์กันไม่สูงมากและภัทรก็มองเป้าแค่ 1,500 จุดเท่านั้นจากปัจจุบันที่ 1,450 จุด โดยทางดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อให้ประเด็นสำคัญในประเทศไทยที่เรื่องของเศรษฐกิจเราคือการประคับประคองและฟื้นตัวของภาคการส่งออกและจัดการเรื่องการลงทุนให้เกิดขึ้นอย่าล่าช้า ความสำคัญคือ การส่งออกของประเทศเรานั้นมีสัดส่วนสูงมากในจีดีพีของเรา การทรุดตัวและทรงตัวจากตลาดยุโรปและอเมริกาส่งผลให้การส่งออกของไทยไม่ดีอย่าที่ตั้งใจ รวมไปถึงค่าเงินที่แข็งขึ้น ย่อมส่งผลโดยตรงกับการค้าขายกับชาวต่างชาติ นอกเรื่องนิดนึงครับตอนนั้นผมเดินทางไปหาลูกค้าที่ตลาดโบ๊เบ๊ ทำธุรกิจเสื้อผ้าเด็ก ก็บอกถึงปัญหานี้ ว่าสมัยที่ค่าเงินบาทอยู่กว่า 35 บาทต่อเหรียญสหรัฐนั้น ขายดีมาก ขายกันจนไม่มีเวลากินข้าว แทบไม่ได้เงยหน้าจากบิลที่ต้องเขียนเลย แต่พอเงินบาทอยู่ระดับนี้ก็มีคนมาซื้อน้อยลง คนหนีไปจีนหมด 
กลับมาอีกเรื่อง เรื่องของการลงทุน อย่างที่เราทราบเรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC นั้นส่งเสริมให้เกิดการลงทุนมากมายโดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนในประเทศไทยนั้นเรามีโครงการรถไฟฟ้า สายต่างๆ โครงการเส้นทางน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม ที่เป็นเรื่องใหม่ที่ผมเพิ่งรู้ก็คือเส้นทางรถไฟความเร็วสูงไปจีนที่เข้ามาทางหนองคาย ผ่าน สปป.ลาวไป คุนหมิงของจีนและสายอื่นๆ เช่นกรุงเทพเชียงใหม่ ซึ่งให้เหตุผลว่าจีนอยากหาทางลงมาทางเอเชียอาคเนย์ซึ่งเราเป็นทางเลือกหลัก 
ซึ่งล้วนไปกระตุ้นให้หุ้นกลุ่มก่อสร้าง และวัสดุก่อสร้างอย่างปูนมีแนวโน้มที่ดีในสองสามปีข้างหน้าเป็นอย่างน้อย ซึ่งแปลกอยู่อย่างที่เค้าไม่ห่วงเรื่องการเมืองอย่างที่สองสามปีที่ผ่านมามักจะมองเรื่องนี้เป็นปัจจัยสำคัญ เวลาเศรษฐกิจดี เราต้องรู้ตัวครับ ปรับตัวให้ทัน ของแบบนี้ชีวิตนึงไม่เจอหลายหนหรอกครับ ร้านทองบ้านผมยังขายดีชนิดที่รู้สึกได้เลยครับ


สำหรับตลาดไกลๆ อย่างอเมริกาที่จะส่งผลต่อทองกันบ้างสิ่งที่ยังมองกันใกล้ๆ นี้คือเรื่อง Fiscal Cliff ที่ยังต้องมีเรื่องให้สะสาง เพดานหนี้สหรัฐและ การเลือกตั้งในยุโรป ประเด็นสำคัญและน่าจะสำคัญกับโดยภาพรวมไม่เฉพาะทองก็คือเรื่องเพดานหนี้สหรัฐ ที่ต้องบอกว่าจริงๆ แล้วมันเลยเพดานหนี้ที่เคยขอไว้เมื่อปีก่อนไปแล้วนะครับ ตอนนี้อยู่ที่กว่า 16 ล้านล้านเหรียญ ซึ่งต้องมานั่งคิดว่าจะทำยังไง ต้องลดรายจ่ายภาครัฐลงไหม ที่ตอนนี้เริ่มมีประเด็นเข้ามาประปรายนะครับถ้าฟังกันดีๆ ได้ยินว่าเลื่อนๆ ผมเดาไว้ตอนนี้ว่าน่าจะเป็นประเด็นที่เราต้องมาสนใจกันในช่วงข้างหน้านี้ ซึ่งระดับหนี้สหรัฐนี้สามารถตามดูได้ที่หน้าบล็อก UBwealth นี้ครับตามรูปเลย ส่วนยูโรโซนที่เป็นประเด็นในกลางปีที่แล้วหลายๆฝ่ายมองว่าไม่น่ามีปัญหาอะไรแม้จะมีเรื่องการเลือกตั้งเยอรมันเข้ามาก็ตาม จะให้ดีเชียร์ให้ป้าแมร์เคิลกลับมาจะดีมากๆๆๆ
ในส่วนตัวผม ผมมองไปที่ตัวเลขการจ้างงานในวันศุกร์แรกของเดือนครับเป็นKey ของทองในช่วงครึ่งปีแรกนี้ ทิศทางของทองในแต่ละเดือนจะขึ้นกับตัวเลขการจ้างของเดือนนั้นๆ ครับ และตั้งแต่ปลายเดือนนี้เป็นต้นไปก็จะเริ่มมีเงินเข้าซื้อพ้นธบ้ตรมาเพิ่่มของเฟดตามที่ได้ว่าไว้นะครับ จับตาดูสองเรื่องนี้ครับสำหรับทองในช่วง 6 เดือนจากนี้ เพราะหลังจากนั้นจะเป็นเวลาที่เราเริ่มระวัง "จุดเปลี่ยน" กัน



มาถึงในส่วนที่ส่งผลให้เรา "นอยด์" กันในช่วงที่ผ่านมาครับ คือค่าเงินบาท ต้องยอมรับว่าผมรู้สึกว่าคราวนี้ออกมาจัดการช้ากว่าทุกทีทั้งที่โดยเนื้องานแล้วฝ่ายกรมกองที่เฝ้าเรื่องนี้ไว้อยู่กลับไม่ได้ระวังไว้ก่อน แต่คงแรงมากจริงๆ นะครับ จากที่ฟังมาและประเมิณเองโดยคร่าวๆ แล้วเราจะมีโอกาสได้เห็น เงินบาทที่ 28 - 28.5 ในปีนี้แบบไม่ยากเย็น จากที่เป็นอยู่ในตอนนี้คือ 29.8 โดยทรงของค่าเงินบาทมีแนวโน้มที่จะทรงตัวถึงขั้นฟื้นตัวอ่อนลงได้บ้างครับน่าจะไม่เป็นอุปสรรคกวนใจเราเหมือนก่อนหน้านี้ครับ อย่างน้อยก็ซักระยะนึงครับ


มาดูทรงกราฟทองกันบ้าง ดูจะหลุดแนวที่ฟอร์มขึ้นมาหน่อยนึงแล้วจึงต้องมาลุ้นที่แนวหนุนที่ 1669 1663 1652 สามแนวนี้ถ้าเอาไม่อยู่ก็ลงไป 1625 1635 ใหม่ แนวราคาที่ 1695 - 1705 นั้นจะเห็นว่ามีหลายเส้นกันอยู่ การขึ้นมาทดสอบในครั้งนี้โอกาสผ่านน้อยต้องมาดูว่าฟอร์มตัวใหม่แล้วขึ้นมาได้จะมีโอกาสมากขึ้นครับ จุดสังเกตอีกอย่างคือการที่เส้นค่าเฉลี่ยหลักๆ สี่เส้นมาอยู่ในจุดราคาเดียวกัน อาจไซด์เวย์ จนเกิดทิศทางในภายหลัง ไปทางไหนก็ตามไปทางนั้นครับ



ในส่วนของอินดิเคเตอร์ของกราฟรายวัน ที่น่าเป็นห่วงและต้องระวังคือ Sto ที่จะครอสลง โดยเฉพาะถ้าวันนี้จนถึงพรุ่งนี้ปิดต่ำกว่า 1680 ซึ่งถ้าโมเมนตั้มมันหักหัวลงก็ต้องมาลุ้นกันที่แนวหนุนหลักๆ ที่ให้ไว้ครับ ประเด็นที่สำคัญกว่าการมองว่าขึ้นหรือลงในช่วงนี้ที่ต้องแยกให้ออกว่าช่วงนี้เป็นแนวโน้มหรือเปล่า หรือแค่ไซด์เวย์ ถ้ามีแนวโน้มแล้วแนวขึ้นหรือลง เพื่อจะได้เลือกเครื่องมือมาใช้ได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์
ปีนี้ภาคการลงทุนยังมีความน่าสนใจ แต่คงไม่เท่าปีที่แล้ว ส่วนทองเองระยะกลางมีโอกาสดีขึ้นกว่าตอนนี้ได้ ส่วนช่วงสัปดาห์ถึงสองสัปดาห์นี้คงต้องมาลุ้นกันที่แนวหนุนและการฟอร์มตัว เพื่อผ่านไปเล่นที่แนว 1720 - 1750 ซึ่งถ้าทรงตัวที่ 1660 ไม่ได้ก็อาจไปลุ้นที่โลว์เดิมอีกทีซึ่งทิศทางค่าเงินจะไม่ผันผวนมากอย่างช่วงก่อนครับ เมื่อมองในจุดนี้ก็ทำให้เข้าใจกับเรื่องเดิมที่ผมเคยบอกไว้ ความถูกต้องกับ ความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ไม่ใช่อันเดียวกันเสมอไป จำตอนเพดานหนี้สหรัฐมีปัญหาจนโดนดาวน์เกรดได้ไหมครับตอนนั้นทองบวกขึ้นไป 300 - 400 เหรียญ แต่คราวนี้เรื่องละม้ายคล้ายเดิมแต่กลับโดนกดไว้ ยังไม่รู้ว่าหลังจากเริ่มโครงการคิวอีไปแล้วจะมีอะไรเปลี่ยนไปไหม 

วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556

Wealthstation Guide 24.1.56


ทิศทางราคาทองปรับตัวลงจากบริเวณ 1695 มาต่ำสุดที่ 1681
เหมือนจะเลือกทางหน่อยๆ ครับ ถ้าวันนี้ดีดไปเกินกว่า 1684 - 1687 ไม่ได้ น่าจะมาตั้งหลักแถว 1670 - 1675 กัน
ท่านที่สนใจ "คลาสเทคนิคเคิลพื้นฐานสำหรับทองคำ" ที่จัดขึ้นในกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้ ส่งเมล์มาขอรายละเอียดได้ที่ UBwealth@gmail.com ครับ




วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2556

Wealthstation Guide 23.1.56


ทิศทางราคาทองทรงตัวไปอีกวันครับ 
เดาว่าจะไปซักทางเอาเร็วๆ นี้เป้า 1710 1720 1730 
การผ่านโดยฟอร์มตัว ยิ่งฟอร์มนานโอกาสผ่านไปไกลก็ยิ่งมีสูงครับ ช่วงนี้ RSI ราย 4 ชม.ทรงตัวในเขต Bullish พักตัวแบบราคาไม่ลง ด้วย Timing ขอมองทางบวกไว้ก่อนครับ 
ในภาพรวมแล้วการทรงตัวในระดับนี้จนจบสัปดาห์จะดูดีขึ้นไม่น้อยเลยครับ 
แนวต้าน 1695 1703 1708 
แนวหนุน 1685 1680 1667
ท่านที่เคยตั้งคำถามเกี่ยวคำว่า "จุดโฟกัส" ดูยังไง ใช้ได้ดีแค่ไหน มายังไง เทคนิคการใช้ Fibonacci เพื่อหาเป้าหมายราคา เปิดสอนแล้วครับ "คลาสเทคนิคเคิลสำหรับทองคำพื้นฐาน(ยากขึ้นนิดนึง)"
สนใจส่งชื่อเบอร์โทรมาที่ UBwealth@gmail.com หรือทางไลน์ครับ แล้วจะแจ้งวันอีกทีครับ ซึ่งน่าจะราววันที่ 9 -16 กุมภาพันธ์ครับ


วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2556

Wealthstation Guide 22.1.56



ทิศทางราคาทองทรงตัวในกรอบแคบในวันที่ผ่านมา ในช่วงนี้มีโอกาสที่จะไซด์เวย์อีกวัน แนว 1700 นั้นแข็งคงรู้กันเลยไม่อยากลากขึ้นไปให้ทุบเล่น
ยังต้องดูการฟอร์มตัวและยังมองว่าจะผ่านขึ้นไปได้ เป้า 1710 - 1718
แนวต้าน 1695 1703 1706
แนวหนุน 1678 1682 1685

วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2556

มามั่ง/ไม่มามั่ง by นักขายหมูขอรับ(21.1.56)

pattern เดิมเลย ตามกราฟ(แถม)ราย 30 นาที เส้นสปริงบอร์ดสีฟ้า'เอาอยู่อีกแล้ว' แต่คราวนี้กำลังจะถูก confirm ด้วยเมฆรายสัปดาห์ที่บอกว่า 1690 เป็นจุดหักเหของแนวโน้มระยะสั้นเพื่อการเก็งกำไรโดยเฉพาะ การทะลุขึ้นไปในวันนี้ คาดว่าจะยืนได้และขึ้นเลย แนว 1700 กำลังจะถูกทดสอบ และเป้าหมายเบื้องต้นที่ 1720 เป็นระดับคาดหวังได้สูงมาก ส่วนโอกาสขึ้นได้แรงตาม double bottom ในกราฟรายวัน ยังมองว่าอาจแถมเป้าหมายได้ถึง 1750 แต่เรื่องน่ากังวลคือเงินบาทยังมีแนวว่าจะแข็งต่อไปถึง 29 ทำให้เล่นทองไทยไม่ได้รอบ ต้องเล่นแบบดักตีหัวเข้าบ้านสถานเดียวในช่วงนี้ ทั้งที่ปกติกราฟทองแบบนี้ น่าจะเล่นได้เป็นรอบ ๆ กินทีละหลายร้อย
ปล. ซื้อหุ้น ซื้อทอง รอฉลองตรุษจีน




Wealthstation Guide 21.1.56


ทิศทางราคาทองเด้งตัวขึ้นจากราคาปิดเมื่อวันศุกร์มาอยู่ระดับ 1690 และช่วงนี้ดูเหมือนค่าเงินบาทจะเป็นประเด็นมากกว่าทิศทางราคาทองเสียแล้ว นี่น่าจะเป็นครั้งแรกๆ ครับที่เราจะได้ดูว่าลักษณะนิสัยหรือวิธีการการแก้ปัญหาของผู้ว่าการแบงค์ชาติเราเป็นอย่างไร
ราคาทองมีแนวต้านแข็งๆ บริเวณ 1695 - 1703 และมีแนวหนุนที่ไม่ควรหลุดอยู่ 1665 - 1672 
เปิดสัปดาห์วันแรกคงต้องดูท่าทีกันเสียก่อนครับ ว่าจะเล่นกันอย่างไร 
ผมว่าวันนี้อาจจะทรงตัวในกรอบก่อนครับ สังเกตการฟอร์มตัวเพื่อจับจังหวะกันครับ