วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

GOLD Demand&Supply and Price estimate for 2013-2014(Source:The Economist)


 พอดีได้อ่านบทวิเคราะห์ของทางThe Economist ซึ่งมีตัวเลขเกี่ยวกับทองด้วยก็เลยนำมาให้อ่านเพลินๆ ชีวิตมีขึ้นมีลง ทองก็เช่นกัน ในช่วงปี 2012 เป็นช่วงปีที่ทองไซด์เวย์ในภาพหลัก และบวกเพิ่มจากปีก่อนน้อยสุดในรอบหลายปี ซึ่งจะมีผลพวงตามมาหลายอย่างทั้งการลดพอร์ต และลดประมาณการด้วยเหตุผลทางเทคนิค ซึ่งก็เป็นปกติที่เมื่อราคามันไม่ขึ้นต่อเนื่องก็ถูกปรับประมาณการลง ไม่ค่อยเกี่ยวกับดีมานด์ซัพพลายจริงเท่าไหร่แต่จะกระเทือนทางด้านอารมณ์
จากตารางแรก เราจะเห็นตัวเลขดีมานด์หรือความต้องการใช้ทองในรูปแบบต่างๆ และของประเทศต่าง ๆ 
ในเชิงการใช้งาน การอุตสาหกรรมและทันตกรรมค่อนข้างทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลงแต่ในด้านจิวเวอรี่น้อยลงเป็นลำดับตั้งแต่ปี 2010 ผมเข้าใจเอาเองว่าเป็นผลมาจากระดับราคาที่สูงขึ้นในช่วงปีนั้นๆ ราคาขึ้นคนก็บริโภคน้อยลง แต่โดยประมาณการแล้วตลาดเครื่องประดับจะกลับมาดีขึ้น 
เมื่อจำแนกตามประเทศจีนกับอินเดียคือสองประเทศที่บริโภคทองสูงสุดโดยมีสหรัฐตามมาห่างๆ
อินเดียวมีการบริโภคน้อยลงเป็นลำดับแต่จีนทรงตัวน้อยลงไม่มาก โดยจากทั้งสองประเทศนี้ถูกประมาณการไว้ในปีนี้และปีหน้าว่าจะบริโภคเพิ่มขึ้น ที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนคืออเมริกาที่ลดลงอย่างมากแต่ทรงตัวในช่วงปี 2013 - 2014 โดยรวมแล้วความต้องการทองในช่วงปี 2010 เพิ่มขึ้น 12.5 % แต่พอ 2011 กลับมีความต้องการเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยที่ 1.4% และเมื่อถึงปี 2012 ความต้องการใช้ทองกลับลดลงโดยติดลบไป 7.4% กล่าวคือคนทั้งโลกต้องการทองน้อยลง ส่วนปี 2013 กับ 2014 ถูกคาดหมายว่าจะเพิ่มขึ้นนิดหน่อย 3.3 % และ 4% ตามลำดับ

มามองในด้านการผลิตกันบ้างค่อนข้างสอดคล้องกับ ความต้องการที่ ผลิดเพิ่มขึ้น 7.8 % ในปี 2010 และลดลงในปี 2011 ทรงตัวในปี 2012 และถูกคาดหมายว่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปี 2013 2014


เมื่อเปรียบเทียบโดยภาพรวมแล้ว มีการผลิตรองรับการบริโภคไว้เหลือเฟือ จะมีปัญหาการขาดแคลนทองก็ปี 2011 ถ้าจำไม่ผิดช่วงนั้นเห็นบรรดาร้านทองบ่นๆ ว่าทองไม่พอๆ 

มาถึงตารางสุดท้าย การเปลี่ยนแปลงของราคาทอง เพิ่มขึ้นค่อนข้างมากในปี 2011 และลดลงในปีที่ผ่านมาและถูกคาดหมายว่าในปี 2013 จะยังบวกเล็กน้อยที่ 4.7% ตามตารางราคาเฉลี่ยที่ถูกคาดหมายไว้คือช่วงราว 1700 - 1750 และเป็นลบในปี 2014 เป็นลบที่ 5.9% ราคาเฉลี่ยเป็น 1600 - 1650 (แน่ใจว่าใส่ตัวเลขไม่ผิดปีใช่ไหม2013 เป็น 2014 หรือเปล่า) ด้วยเหตุผลว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะเป็นตัวไปผลักดันให้ดอกเบี้ยทยอยปรับขึ้น ซึ่งนั่นเป็นปัจจัยลบต่อทอง 
สรุปแล้วจากเนื้อหาทั้งหมดมีมากกว่านี้ผมนำเพียงภาพและคำอธิบายประกอบมานิดหน่อย ท่านที่อยากทราบรายละเอียดทั้งหมดต้องอ่านจากเว็บนี้ครับ Click ต้องบอกว่าโดยรวมแล้ว ไม่ค่อยมีข่าวดีๆ มาสนับสนุนเท่าไหร่เลยในช่วงนี้ครับ และถ้ามองจากรอบระดับรายปีแล้วการที่ทองจะกลับไป 1900 อาจจะยังต้องรออีกนานกันเลยทีเดียว แต่บทวิจัยนี้มีช่องโหว่บางอย่าง  ช่องโหว่ที่ว่ามันขาดดีมานด์ซัพพลายในส่วนของธนาคารกลางไปครับซึ่งก็ถูกในบางแง่ที่ไม่นำมารวม เพราะเค้าพยายามกันตัวเลขจากฝั่งธนาคารออกจากตลาดซื้อขายทั่วไปเพราะมันกระเทือนตลาดมากซื้อขายกันทีละ 10 ตัน 100 ตัน แต่จะปฏิเสธถึงความมีผลกระทบต่อตลาดไม่ได้เพราะถ้าเค้าต้องการทองเข้าไปไว้ในมือจริงๆ มันก็ไม่พ้นต้องมาเอาจากส่วนใดส่วนหนึ่งของภาคการผลิตอยู่แล้ว ถือว่าความต้องการซื้อและขายจากธนาคารกลางแต่ละประเทศนั้นเมื่อเทียบเป็นอัตราส่วนแล้วก็มากอยู่ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น