วันพุธที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2556

Mainframe 21.3.56

มาอัพเดทรายสัปดาห์กับ Mainframe หลังจากที่ทองฟอร์มตัวจนผ่าน 1600 ขึ้นมาได้ ทำให้ดูมีความหวังเรืองรองรออยู่ข้างหน้าพิกล เหตุผลที่ถูกนำมาประกอบก็ช่างเหลือเชื่อ อยู่ๆ ก็มีไซปรัสมาช่วยหนุนให้ทองรีบาวด์สวยๆ มาได้ แต่ก็ยังมีปัญหากับค่าเงินบาท คราวนี้ตบท้ายด้วย Key Success จากปากผู้ผ่านร้อนหนาวในตลาดเทรดดิ้งว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่จะพาเราไปสู่จุดหมายที่ตั้งใจหรือสามารถทำกำไรได้จริงๆ ว่าแล้วมาดูกันทีละเรื่องเลยครับ



เริ่มต้นที่อินดิเคเตอร์รายวันกันก่อนครับ ต้องบอกกันตรงๆว่ามันเข้าสู่กรอบบนแล้ว ต้องเริ่มระวังมีปฏิกริยาหรือมันตัดลงต้องระวัง Sto ยังไม่ถึงระดับ 80 ดีนัก แต่ก็ใกล้เคียง ส่วน RSI จ่อระดับที่ช่วงที่ผ่านมาเป็นแนวต้านหรือขึ้นมาได้สุดแค่นี้ หลังๆ RSI รายวันของทองไม่ค่อยไปถึง 70 เท่าไหร่ โดยเฉพาะขานี้ที่ขึ้นมาจาก 20 ตามตำราว่าไว้ขึ้นจาก 20 มักจบแค่ 60 ต้องดูว่าช่วงนี้ราคาทองเริ่มไปตึงๆ ที่ไหนก็อาจจะเริ่มลงจากตรงนั้นครับ 
อินดี้ชุดต่อมาคือ MACD กับ MACD Os 
MACD รายวันกลับมาอยู่แดนบวกได้แล้ว แต่สองลูกก่อนหน้านี้ขึ้นมาได้ 4 - 5 วันก็ตัดลงยาว ทำให้ก็อยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเริ่มระวังที่จะย่อกันแล้ว


เป็นรูปของแนว Fibo ซึ่งเส้น 2 กับเส้น 3 ของแนวFibo ย่อยอยู่ที่ 1619.9 และ 1635 ในภาพย่อยๆ นี้ถ้ายังไม่ผ่าน 1619 1635 ยังไม่พ้นแนวรีบาวด์ของการกลับสู่ช่วง 1680 - 1700 
และมีแนวหลักที่ 1646 1675 1703 เป็นแนวกันในการกลับสู่ 1797 ซึ่งสำหรับแนวหลักแล้วยังเป็นเรื่องไกลตัวครับ ตอนนี้เอาแค่ 1619 1635 ก่อน


รูปนี้ตีมาให้ดูเส้นเทรนด์ เราอยู่ในช่วงการฟอร์มตัวที่เป็นขาลงแบบนี้ครับนอกมีเส้นเทรนด์ขาขึ้นกั้นที่ 1680 และเส้นแนวขาลงที่ 1640- 1645 


ส่วนภาพนี้เป็นเส้นแนวต้านจากแนวฟอร์มตัวต่างๆ ซึ่งถ้าจุดไหนพ้องกับเส้นFibo ด้านบนนั้นก็ืถือว่าแข็งผ่านยาก ซึ่งก็พ้องกันหลายจุด ทั้ง 1620 1635 1685


เป็นรูปแนวหนุนต่างๆ ที่อาจได้ใช้ถ้าไม่พ้นแนวรีบาวด์แล้วหลุด 1580 - 1585 ลงมาและรับที่ 1550 ไม่อยู่ จุดแนวรับที่แข็งดูแล้วน่าจะเป็นจุด 1512 - 1520 สำหรับในช่วงใกล้ๆ นี้และถ้ากลับมาใหม่ต้องมองยาวๆไปถึงระดับ 1430 1480 กันครับ 
โดยสรุปแล้ว ในภาพสั้นๆ นี้เราจะลุ้นว่าไปได้สุดแค่ไหน 1615 1620 1635 1650 เป็นแนวต้านที่อาจได้ใช้ 
ระดับอินดิเคเตอร์อาจทำให้มีแรงขายหนักๆ ออกมาตามแนวต้านที่ให้ไว้ การย่อตัวหลังทดสอบแนวต้านสำคัญเป็นปกติวิสัยแต่การฟอร์มตัวหลังจากนี้จะเป็นตัวบอกทางที่ราคาทองจะไป ถ้าฟอร์มตัวแล้วยกตัวขึ้นเหมือนก่อนเบรก 1585 ก็มีลุ้นกลับไป 1650 1670 แต่ถ้าเป็นอีหรอบเดิมๆ คือไม่พ้นแนวรีบาวด์ 1635 แล้วลงหลุด 1580 ก็จะไปเทสต์แนว 1550 1520 ซึ่งอาจมีการฟอร์มแบบเข้ากรอบสามเหลี่ยมมาให้เห็นในอีกเดือนข้างหน้านี้



สุดท้ายสำหรับเรื่องราคาทอง ช่วงนี้ราคาทองคำในประเทศเราเหมือนเจอไม้หน้าสามตีแสกหน้าด้วค่าเงินบาท บอกตามตรงนะครับผมว่ามันแข็งขึ้นเร็วไป ราว 5 % ในสามเดือน ยังเหลือเวลาอีก 9 เดือนสำหรับปีนี้ที่จะให้มันแข็ง เกรงว่า 28.5 อาจจะเป็นเพียงทางผ่าน ในภาพรวมเวลานี้คงต้องปรับประมาณการค่าเงินแข็งขึ้นไปอีกเล็กน้อย แต่ในช่วงสั้นต้องระวังการอ่อนค่าสวนขึ้นมาด้วยปัจจัยทางเทคนิค การย่อพักฐานของตลาดหุ้น และอาจมีมาตรการสกัดเงินแข็งเข้ามาครับ






มาถึงเนื้อหาพิเศษที่อยากพูดถึงเสียหน่อย อันที่จริงตอนที่ผมพิมพ์อยู่นี้ตลาดหุ้นบ้านเราก็ทิ้งแรงมาสองวันติดกันแล้วราว 60 - 70 จุด ขึ้นติดต่อกันมาตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว เกือบ 4 เดือน ทิ้งแรงคราวนี้มีคนเจ็บปวดรวดร้าวไปไม่น้อย ส่วนตัวผมไม่คิดว่าผิดพลาดอะไร การขาดทุนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนที่เข้ามาแสวงหากำไร เป็นเรื่องธรรมดา เรามักได้ยินคนบ่นขาดทุน ขาดทุนเท่านั้นเท่านี้ ซึ่งเราเองก็ไม่ได้ถามลึกลงไปว่าอะไรอย่างไร ที่น่าสนใจคืออะไรดลใจให้เค้าเปิดโอกาสให้ขาดทุนได้ขนาดนั้น 
แรกสุดที่เราเข้าตลาด เรามักจะวางแผนในใจเป็นอย่างน้อยว่าจะไม่ทำอย่างนั้น จะทำอย่างนี้เพื่อความปลอดภัยถึงจะมีสกิลในการลงทุนไม่มากแต่ก็จะทำอะไรอย่างระมัดระวัง พอทำอย่างระวัง กำไรก็เริ่มบังเกิด หลังจากนั้นถ้ายังกำไรเรื่อยๆ การ์ดเริ่มตก ความระมัดระวังเริ่มหาย อาจเริ่มเทรดด้วยหุ้นพื้นฐานดี แต่เห็นหุ้นตัวอื่นวิ่งดี ก็เข้าใส่โดยไม่ได้ดูพื้นฐานที่แท้จริง ด้วยหวังกำไรที่มากและเร็ว 
พูดถึงการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์สำคัญอย่างนึงคือรักษากำไรที่หามาไว้ได้ การที่รักษากำไรไว้ได้นั้นคือ "ต้องมีวินัย" 
จากการพูดคุยกับเพื่อนผมคนนึงซึ่งมีประสบการณ์ผ่านร้อนหนาวมามาก ซึ่งมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ในช่วงที่หุ้นขึ้นมาในรอบนี้สามารถทำกำไรได้ เกือบเท่าตัวของเงินลงทุนโดยไม่ได้ใช้ฟิวเจอร์เพื่อเพิ่มอัตราทดในการกำไร 
เพื่อนผมคนนี้บอกกับผมเสมอเวลาที่ผมถาม คือต้องมีวินัยและต้องมี Money Management หรือการบริหารเงินที่ดี
ย้อนไปปีสองปีที่ผ่านมาผมมักจะย้ำเสมอว่าการเทรดดิ้งหรือการเก็งกำไรในหลักทรัพย์ มันประกอบด้วยทักษะสามประการ 

  1. ทักษะในการคาดเดาซึ่่งในมุมของเทรดเดอร์จะใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นหลัก ในการจับจังหวะ
  2. เรื่องของอารมณ์การตัดสินใจ ใช้อารมณ์ให้น้อยที่สุด และต้องนิ่ง
  3. การบริหารเงินเพื่อรองรับความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นแน่ๆ 
ทั้งสามทักษะที่ว่ามาล้วนแล้วแต่มีความสำคัญในตัวมันเองไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันเท่าใดนัก ที่อาจจะดูมีความสำคัญและเป็นเรื่องยากที่สุดคือข้อ 2. คืออารมณ์และการตัดสินใจ ซึ่งมันหมายรวมไปถึงการรักษาวินัยที่ตัวเราเองตั้งเป้าที่อยากจะทำให้ได้ ที่ผ่านมาผมเคยลองละเลยวินัยที่ตัวเองตั้งไว้และก็จะโดนลงโทษในทุกครั้ง ต้องไม่ลืมนะครับในการเข้าเทรดแต่ละครั้งถ้ากำไรคือ + 2 และขาดทุนคือ - 2 คือเรามีเงินมากกว่าคนที่ขาดทุนอยู่สองหน่วย เวลาที่กำไร 
การตัดสินใจเป็นอะไรที่ผันแปรได้ง่าย สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถส่งผลให้การตัดสินใจเปลี่ยนไปได้ และสามารถฝึกฝนให้ดีขึ้นได้ด้วย
ลองนึกดูนะครับว่าวินัยที่เราควรจะทำเพื่อรักษาเงินในพอร์ตนั้นจะมีอะไรกันบ้างเดี๋ยวสัปดาห์หน้าผมมาแชร์ไอเดีย

1 ความคิดเห็น: