วันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2555

มือใหม่ เล่นหุ้น

ช่วงนี้ตลาดหุ้นบ้านเราพีกมากครับ ขอบอกหน่อยครับเผื่อหลายๆ ท่านไม่ได้ติดตาม
ผมต้องปรามไว้หน่อยนึงครับว่าการเข้าตลาดโดยไม่พิจารณาให้ีดีและใจร้อนจะทำให้ติดหุ้นเอาง่ายๆ 
แต่ผมพยายามจะบอกมาตลอดถึงการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างรายได้ของธุรกิจในประเทศที่เกิดจากการที่เราเปิดประชาคมอาเซียน บริษัทที่มีศักยภาพในระดับภูมิภาค ที่สามารถและมีความรู้เกี่ยวกับธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้าน มีเส้นสาย ในการเข้าทำธุรกิจ จะเป็นธุรกิจที่จะเติบโตได้ในช่วงห้าถึงสิบปีข้างหน้า ลองนึกภาพตามผมดูเสียหน่อย มันเกิดการลงทุนมหาศาลให้กับการก่อสร้างด้านปัจจัยพื้นฐาน ถนน ท่าเรือ เมือง เมื่อมีเม็ดเงินที่เข้าไปลงทุน เงินบางส่วนก็ไหลเข้าสู่มือผู้บริโภคเมื่อผู้บริโภคมีรายได้ที่มากขึ้น ความเป็นอยู่ก็ดีขึ้น กล้ากินกล้าใช้มากขึ้น เงินมันก็ไหลไป ไหลไป มันเป็นการมองแบบง่ายๆ ในความเป็นจริงถึงผมจะไม่เคยเห็น แต่ผมก็บอกได้ว่ามันอาจจะไม่ราบรื่นนัก แต่มันก็มีวิถีของมัน
แปลว่าโดยรวมภูมิภาคเราจะการหมุนเวียนของเงินที่สูงขึ้น การที่ตัดเส้นทางการขนส่งจากทวายไปสู่อีกฝากของทะเลอย่างลาวและเขมรทำให้เกิดงานขึ้นมากมายทั้งในช่วงเริ่มและช่วงพัฒนา
มันหมายความว่าเงินเราจะมีเท่าเดิม แต่เมื่อเปรียบเทียบกับรอบข้างเราอาจจะน้อยลง ถ้าเราได้แต่มองเฉยๆ ผมไม่ได้หมายถึงประเทศนะครับหมายถึงเราๆ เนี่ยแหละ ในส่วนของประเทศไทยเราเตรียมการและไปไกลกว่าที่ผมจะรู้จนนำมาขยายความได้ ผมกำลังหมายถึงเราๆ ที่ทั้งรู้และไม่รู้ถึงการเปลี่ยนแปลงนี้แต่ปล่อยให้มันผ่านไป โอกาสแบบนี้มันมีมาไม่มากนักหรอกครับในช่วงชีวิตคนๆหนึ่งขึ้นอยู่กับเราจะเลือกคว้าและคว้าส่วนไหนไว้ และเมื่อไหร่

ผมได้คุยกับหัวหน้า แกเป็นสายวีไอหุ้น ที่่ชอบแกะรอยหุ้นเพื่อซื้อและถือเก็บและไว้ขายตอนมันราคาขึ้นหลายๆ เท่าตัว แกเล่าให้ฟังถึงแง่คิดหนึ่งของดร.นิเวศน์ ที่เปรียบหุ้นกับเธค ในความทรงจำของผม การมาถึงเธคในเวลาราว ทุ่มสองทุ่มเหมือนเรามาเข้างานตอนหกโมงเช้าหน่อยๆ ผู้คนเบาบาง แต่จะได้เก้าอี้และมุมดีๆ พอมาถึงช่วงราวสามทุ่มกว่าผู้คนเริ่มทยอยเข้าและจะเริ่มแน่น จนถึงช่วงราว 4 - 5 ทุ่มถึงจะเป็นช่วงที่คนแน่นสุดและเพลงจะเร้าใจที่สุดก็ช่วงราวๆ เที่ยงคืน หลังจากนั้นไม่นานผู้คนก็จะเริ่มทยอยกลับไปบ้าง และจะเหลือส่วนหนึ่งอยู่จนเธคเลิก ดร.นิเวศน์ให้แง่คิดการเปรียบเทียบตรงนี้เหมือนการเล่นหุ้นวีไอซักตัว คนที่มาก่อนถ้าเลือกร้านเป็น และเข้ามานั่งก่อนก็จะได้เปรียบ การเข้ามาในช่วงที่ตลาดพีกที่สุดจะเหลือเวลาให้เก็บเกี่ยวน้อยกว่าและคนสุดท้ายคือคนที่จ่่ายแพงสุด 

เป็นเรื่องตลกอย่างหนึ่งที่ผมยังฝังใจ สมัยเรียนปตรี ผมมุเรียนในสายการเงินและบัญชี กะว่าจบมาจะอ่านงบบริษัทในตลาดเป็นหนังสืออ่านเล่นระหว่างกินข้าวเลย แต่ไหงกลายมาเป็น สายเก็งกำไรเสียได้ เดย์เทรดวะงั้น แต่เมื่อได้กลับมาสู่สายหุ้นอีกครั้งกับบริษัทใหม่ ผู้คนล้วนมีความเชี่ยวชายในแง่มุมต่างๆ เกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นให้ผมได้เก็บเกี่ยวความรู้เพิ่มขึ้น ผมจะบอกพวกเค้าเสมอว่าฝากตัวด้วยผมยังรู้น้อย (จริงๆ นะ) มาถึงตอนนี้ผมคงจะได้กลับมาสู่จุดที่ได้เริ่มเอาไว้ 

Wealthstation Guide 7.12.55



ราคาทองทำฟื้นตัวขึ้นได้ หลังลงทำจุดต่ำสุดใกล้เส้นค่าเฉลี่ย 180 วัน (ปกติเป็น 200 แต่เห็นว่าไม่พอดีเลยปรับนิดหน่อย) การฟื้นตัวพ้องกับช่วงที่ยูโรอ่อนตัว ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างนี้อีกนานไหม แต่อย่าไปผูกให้เมื่อยเลยครับ เดากราฟเดียวก็ปวดหัวแล้ว
การหลุดเทรนด์หลักลงามาทำให้สภาพการณ์ตอนนี้ยังต้องระวังอยู่ ช่วงนี้เลยมองไกลไม่ได้ต้องมองแบบ ช๊อตต่อช๊อตกันไปครับ ในช่วงวันนี้ถึงเย็นนี้เราจะเจอกับแนวต้าน่บริเวณ 1705 - 1710 ที่เป็น โซนแดงในรูปครับ ผมเข้าใจเอาเองว่าแนวนี้คงผ่านยากเอาการอยู่ แต่คงต้องเจียมตัวนิดหนึงคือเป้าหมายไม่ใช่ผ่านไปนะครับตอนนี้ เป้าหมายยังคงคือการทรงตัวให้ได้ครับ 
วันนี้่ทดสอบแนวต้านแล้วต้องไม่หลุดแนวหนุนครับ ถึงจะพอมีหวังมองขึ้นต่อในสัปดาห์หน้าครับถ้าผ่าน 1710 ได้ก็มองเป้าที่ 1725 1731 
แนวหนุน 1685 1695 1698 
แนวต้าน1704 1706 1711 
วันนี้เที่ยงตามอ่านบทความเกี่ยวกับหุ้นได้ที่ www.UBwealth.blogspot.com
ไม่ได้ให้หุ้นหรอกครับ แค่อยากแชร์ไอเดียจากมือใหม่

วันพุธที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2555

Wealthstation Guide 6.12.55


ทิศทางราคาทองย่อตัวต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์นี้ โดยเข้าสู่ช่วง Bearish อย่างชัดเจน การตั้งหลักซื้อในภาพหลักยังต้องรอดูสัญญาณต่อไปอีกอย่างน้อยวันถึงสองวัน ว่าทองเมื่อไหร่จะหยุดลง ช่วงนี้ยังคงเป็นเพียงการซื้อเพื่อลุ้นจังหวะสั้น ๆทั้งขึ้นและลง 
บริเวณ 1683 เป็นแนวหนุนหลักแนวนึงครับ หลุดแนวนี้ก็วิ่งไปหา 1650 เลย เท่าที่สังเกตมาสองสามวันบริเวณ 1680 - 1690 มีแรงเข้าหนุนได้เนืองๆ ถือเป็นสัญญาณบวกเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ มีอะไรเหลือให้ลุ้นอยู่บ้าง
วันนี้ลุ้นให้ทรงตัวได้ที่แนว 1680 - 1685 ถ้าทำได้ในช่วงสั้นสัญญาณจะเป้นบวก และจะวิ่งขึ้นทดสอบแนวต้านย่อยๆ ได้ครับ 
แนวต้าน 1695 1698 1706 1710
แนวหนุน 1680 1685 
เช็คอาการกับ Main Fraim กันหน่อย อย่างน้อยเพื่อเข้าใจสถานการณ์ครับ http://ubwealth.blogspot.com/2012/12/mainframe.6.12.55.html


Main Frame 6.12.55

ด้วยการที่ผมเข้าใจว่าเวลานี้ท่านนักลงทุนที่ถือทองไว้ คงรู้สึกไม่สบายใจกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ด้วยหลายๆ ปัจจัยนะครับที่ทำให้ทองย่อตัวลงมาแบบนี้ ทั้ง ทองมีสภาวะเป็น Bearish ชัดเจนในเชิงเทคนิค ทั้งการฟื้นตัวก็เป็นรองสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ แม้แต่โลหะเงินกับน้ำมัน ทั้งการเคลื่อนตัวที่ไม่เป็นอย่างที่เคยคือสวนทางกับดอลล่าร์ จนงงกับพฤติกรรมของทองในเวลานี้ และสุดท้ายที่เรื่องการที่ค่าเงินยูโรฟื้นตัวเป็นเหตุให้เงินทุนไหลเข้าเงินยูโรและขายทองกับดอลล่าร์ ด้วยปัจจัยสุดท้ายถือเป็นเรื่องดีแต่ช่วงสั้นไม่ดีต่อทอง ซ้ำร้ายช่วงนี้เป็นช่วงสิ้นปีที่ตลาดในเดือนนี้หยุดบ่อย(ตลาดนอก) การทำการซื้ออาจไม่มีทิศทางแรงๆ เข้ามาหนุน 
หาได้มีข่าวดีมาหนุนอย่างที่ต้องการไม่ ช่วงนี้คงต้องให้กำลังใจกันมากหน่อยครับ แต่คงไม่ให้เพื่อเพ้อฝันครับ แต่อยากให้เข้าใจมากกว่า


เวลานี้ทอง แนวโน้มรองกลายเป็นแนวโน้มขาลงน้อยๆ ไปเสียแล้วนะครับ เอายอด 1797 มาแตะกับยอด 1755 จะเป็นว่ากรอบบนตอนนี้คือ 1730 - 1740 กรอบล่างคือ 1650 การตีเส้นแนวโน้มโดยการเอาเส้น Fibo มาประกอบ จะเห็นว่าราคาลงมาแตะเส้นแนวที่สามซึ่งเป็นแนวสุดท้าย หลุดแนวนี้จะลงไปหากรอบล่างอย่างที่กลัวกัน แนวที่เป็นอยู่ตอนนี้คือ 1683 ครับ 



การที่ราคาทองฟอร์มตัวตกเทรนด์ลงมาทำให้ช่วงนี้ต้องถอยมาตั้งหลักและมองทิศทางกันใหม่



ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา หลังจากฟื้นตัวได้หลังลงแรงจาก 1750 ก็ฟื้นมา 1730 แล้วก็ฟอร์มตัวเป็นแนวลง ในช่วงวันสองวันนี้เรายังต้องรอจนกว่าราคาแบบวันต่อวันจะไม่ทำจุดต่ำใหม่ และหมดแนวโน้มการลงในกรอบนี้เสียก่อนครับ



การเข้าจับจังหวะว่ากราฟจะเบรกกรอบแนวลงมาได้หรือไม่ ก็เลยมาใช้อินดิเคเตอร์หลักๆ สองตัวคือ RSI และ MACD  
RSI นั้น ตัด 30 ขึ้นได้ในคืนวันอังคาร และ ลงมาย้ำ 30 อีกครั้งในคืนวันพุธ และไม่ตัดลงถือว่าดีในระดับหนึ่ง แต่เมื่อมองไปที่ MACD ค่อนข้างดีใช้ได้ เนื่องจาก เริ่มคล้อยขึ้นแล้ว รวมทั้ง MACD Oscillator ที่ถึงราคาทองจะลงมาทำจุดต่ำใหม่ แต่ Oscillator กลับทรงตัวได้ จึงทำให้มองโดยรวมเป็นบวก น่าจะเป็นบริเวณ 1680 - 1690 นี้ที่จะเป็นแนวหนุนหลักที่จะขึ้นทดสอบแนวการลงในรอบนี้ครับ และผมเชื่อว่าจะผ่านไปได้ในช่วงเวลาถัดไป



โจทย์ของทองในการกลับตัวขึ้นในตอนนี้คือ ช่วงราคาราวๆ 1706 - 1710 ครับ โซนแดงนั้นเอง ถ้ามองอย่างเป็นกลางที่พร้อมจะเชื่อว่าทองอาจลงลึกๆ ได้ การฟอร์มตัวที่ผ่านมาอาจเป็นจุดที่เป็นแรงส่งให้ทองลงไปได้ ถ้าลงจาก 1755 มา 1706 ราวๆ 50 เหรียญแปลว่าจะมีแรงส่งให้ลงไปได้ถึงบริเวณ 1655 ครับ ซึ่งก็จะเป็นบริเวณของกรอบล่างของกรอบใหญ่ด้วย แต่สำหรับผม ผมขอใช้แนว 1683 เป็นแนวบอก ถ้าสุดท้ายเหวี่ยงไปไม่พ้นและกลับมาหลุด 1683 ก็ค่อยให้ระวังหลุดมาหาแนวดังกล่าวครับ 



สภาพในภาพหลัก คือกราฟรายวันที่ยังไม่ดีขึ้น สัญญาณซื้อแรกๆ ยังไม่เข้าเลยครับกับ Modified Stochastic ท่านที่ตั้งท่าจะซื้อถือยาว ยังต้องรอ สัญญาณแรก ๆ อยู่ครับ ระหว่างนี้ยังคงเป็นการซื้อเล่นสั้น ทั้งขึ้นและลง 
สุดท้ายความเห็นผม ผมรู้สึกเอาเองว่าช่วงนี้ทองโดนกดลงมากมายด้วยแรงผลักดันบางอย่างครับ ผมหมายถึงแรงขายกดของเหล่ากองทุน แต่ขอเชื่อว่าเค้ามีเหตุผลด้านปัจจัยต่างๆ มากกว่าแค่กดให้ถูกแล้วซื้อเก็บ ปัจจัยหนึ่งที่ผมลองเดาดูเล่นๆ ว่าทำไม่เรามีคิวอีแล้วทำไมทองขึ้นไม่ได้เป็นอย่างที่เคย อย่างที่เราเข้าใจนะครับ อะไรที่เกิดซ้ำ โดยเฉพาะกลยุทธ์ทางการค้า การเงิน ที่จะทำให้ได้เปรียบเสียเปรียบ มักใช้ได้แค่หนเดียว ครั้งแรกนั้นสหรัฐทำโดยที่ประเทศหลักอื่นๆ ไม่ได้ระวังในจุดนี้คือทำให้เงินตัวเองอ่อนกว่า มาครั้งนี้เมื่อตั้งหลักได้ เมื่อสหรัฐเลือกจะพิมพ์เงินไม่จำกัด ประเทศอื่นๆ ก็งัดออกมาใช้เหมือนกันเพื่อความไม่เสียเปรียบอย่างที่เคย จึงเป็นผลให้ดอลล่าร์ไม่อ่อนค่าลงเกินไป ทั้งผลทางด้านการค้าและมูลค่าพอร์ตของธนาคารกลางด้วย
ช่วงราคาราว 1680 - 1690 นี้เท่าที่สังเกต มีแรงซื้อหนุนตามจุดต่างๆ ได้ดีนะครับลงมาแต่ละทีก็เด้งแรงได้ ไม่เหมือนก่อนหน้าที่ตามแนวหนุนที่ เหนือ 1700 ไม่ค่อยมีแรงเข้าหนุนเลยลงมาก็ลงมากองนิ่งๆ ทำให้มีความหวังอยู่บ้างที่แนวราคานี้จะทำให้ทองเริ่มตั้งหลักได้บ้างแล้วครับ ส่วนจะลงสุดที่ตรงไหนต่ำกว่า 1680 ไหม ผมไม่อยากบอกให้ดีใจเล่น ๆ เพราะบอกไปก็เพ้อเจ้อเปล่า อย่างน้อยที่สุดคือมันยังลงอย่างต่อเนื่องอยู่เลย ยังไม่หยุดลง สเต็ปการซื้อขั้นแรกยังไม่เกิด เพียงแต่แนวบริเวณนี้มีแรงมารับเรื่อยๆ ไม่ว่าจะจากทางใด พูดจากสิ่งที่เกิด ครับ และโจทย์ของการกลับตัวขึ้นจะอยู่ที่ 1706 - 1710 และการจะปลดล็อกแนวโน้มการลงในภาพใหญ่ คือต้องให้ผ่านแถว 1725 - 1735 ครับ และค่อนข้างแน่นอนแล้วที่เราจะกลับไป 1800 ไม่ทันปลายปีนี้ นอกจากโชคดีจริงๆ ครับ

วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2555

Wealthstaion Guide 4.12.55


ทิศทางราคาทองอ่อนตัวลงมาจากระดับสูงสุดวันก่อนมาตั้งหลักที่บริเวณ 1712 -1713 
ราคาทองคำช่วงนี้เดายากขึ้นไม่เพียงแต่คาดเดาด้วยเทคนิคแบบเดิมไม่ได้แล้ว ยังมีทิศทางที่แตกต่างจากโลหะอื่นๆ ด้วยถ้าเปรียบเทียบกับโลหะเงิน ที่ตอนนี้ขยับเข้าใกล้ไฮเดิมมากกว่าทองหลายช่วงตัวแม้แต่กับน้ำมันที่ช่วงการปรับตัวจำกัดกว่าสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ 
ท่านที่เกรงจะไม่ปลอดภัยกับการถือข้ามช่วงวันหยุดหลายๆ วันของเรานี้ก็ถือน้อยหน่อยครับ หรือรอให้สถานการณ์ในกราฟรายวันดีขึ้นกว่านี้อีกหน่อยครับ
ส่วนสัญญาณซื้อระยะสั้นคงต้องรอดูว่าเช้าถึงบ่ายนี้ยืน 1710 - 1713 ได้หรือไม่ครับ


Trendy anc Fibonaccy (เบาๆ กับช่วงที่วัดหยุดเยอะๆ )

ทิศทางราคาทองในภาพหลักเราต้องเผชิญกับแรงขาย ณ จุดแนวต้านหลัก ๆ อย่างที่ทราบกันที่ 1735 1750 1765 1770 1775  ซึ่งเป็นแนวต้านหลักๆ ที่อยู่ด้านบน เนื่องจากตอนนี้เรายังต้องฟอร์มตัวเพื่อเก็บแรงซื้อ เพื่อเอาขึ้นไปสู้กับแรงขายด้านบน ในแนวบริเวณนี้จุุดราคาที่เป็นแนวก็มี 1680 1690 1703 1708 1713 1718 1722 เป็นแนวย่อยๆ ในช่วงการฟอร์มตัวนี้ ถ้าวัดระยะเป้าหมายการฟอร์มตัว มองไปได้ถึง 1803 1830 ซึ่งจะมาถ้ายังไม่หลุดแนวหนุน 1660  ที่เป็นแนวหลักในการกลับขึ้นทดสอบแนว 1800 อีกครั้ง 

แต่ในช่วงนี้คงต้องเผชิญกับแนวต่างๆ เพื่อให้เข้าใจเลยขอนำเสนอ



ภาพแรกเป็นเส้นเทรนด์ แนวที่เป็นทั้งแนวต้านและแนวหนุน ที่แนวหนุน Support 1 และ Support 2 เป็นจุดเข้าซื้อ โดยเฉพาะ Support  2 เป็นแนวที่ตลาดเล่นอยู่ตั้งรับและคัตที่เส้นดังกล่าวครับ ส่วนถ้าหลุด  Support 2 ก็มาวัดใจที่ Support  1 ว่าจะเอาอยู่ไหมลงมาแล้วมีเด้งก็วัดใจเข้าไปได้เลย
ส่วนของแนวต้านในรูปมีสามแนว ในช่วงวันจันทร์เราต้องเจอกับแนวนี้ก่อนถ้าผ่านก็มาหาแนวที่สองและสาม ถ้ายังไม่ผ่านแนว Resistance 1 เราจะยังอยู่ในองศาการลงที่สูงอยู่ครับ เท่ากับวันสองวันนี้เป็นวันที่เรายังต้องลุ้นกับแนวการลงระดับนี้ก่อนถ้าผ่านไปได้ค่อยมองการกลับตัวครับ เพราะโดยรวม ๆ การเด้งขึ้นหลังลงแรงจาก 1750 เรายังไม่พ้นแนวรีบาวด์เลย

ในส่วนของภาพแรกของ Fibo Major คือช่วงการฟอร์มตัวการกลับขึ้นไป 1797 ที่เป็นจุดสูงสุดเดิมเราจะยังมีแนวต้านที่ 1735 1750 อยู่จนกว่าจะทำจุดต่ำใหม่หรือต่ำกว่า 1672 เป็นกรอบราคาหลัก ของเวลานี้ครับ



แปลว่าเรามีแนวต้านที่เป็นแนวต้านหลักที่ 1735 1750 1766 

กับที่เป็น Secondary จะเป็นแนวหนุนให้กับทองในเวลานี้ สู้กันอยู่ระหว่าง Major กับ Secondary ว่าอันไหนแข็งกว่า ถ้าบนแข็งกว่าล่างและไม่มีแรงสู้หรือหมดแรงก็จะมาหาด้านล่างที่เป็นจุดต่ำเดิมที่ 1672 1680 อีกครั้งโดยมีแนว 1703 1713 หนุนไว้หลุดสองแนวนี้ก็ลงมาอีกครั้ง


ส่วนรูปสุดท้ายนี้ก็เป็ฯรูปในส่วนของภาพย่อยๆ ครับเพื่อให้เห็ฯว่าช่วงนี้ทองเรายังเป็นแค่รีบาวด์แล้วย่อ ๆ มาสองขยัก



เป็นภาพของแนวต่างๆ รอบๆ ในช่วงนี้ ไม่ได้หมายถึงอะไรในทิศทางครับ 
ถ้าจะบอกถึงทิศทางก็ต้องบอกว่ามึนนิดๆ เหมือนกันเพราะช่วงนี้ตามข่าวมากกว่าเทคนิค จึงอาจจะนิ่งๆ ไปบ้าง และตามเฉพาะจังหวะที่แน่ใจครับ

วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2555

มามั่ง/ไม่มามั่ง by นักขายหมูขอรับ(3.12.55)


เข้าสู่เดือนสุดท้ายของปีนี้แล้วนะขอรับ ตามก้อนเมฆแล้ว ก้อยังมองเหมือนเดิมว่า เป็นช่วงแห่งการสวิงสั้นสำหรับเล่นรอบแบบได้นิด ๆ หน่อย ๆ ก็ชิ่งหนี แล้วค่อยรอจังหวะเข้าอีก เพียงแต่ค่ากลางของการสวิงมันย้ายจาก 1720 ไปอยู่ที่ 1730 แทน ส่วนกรอบตามเมฆรายวัน เค้าให้ที่ 1710-1730 ไปจนสิ้นเดือน

ซึ่งพอเอามารวมกันแล้ว ช่วงราคา 1720-1730 ก็ไม่ควรเล่น ถ้าจะเล่นให้รอหลุดจากกรอบนั้นออกมาก่อน ค่อยเลือกว่าจะตามหรือสวน แล้วหาจุดเข้าอีกที

แล้วเมฆยังบอกอีกว่า เราน่าจะเล่นเทรดสั้น ๆ แบบนี้ไปได้อีกราว 2 อาทิตย์ พอพ้นกลางเดือนไป ก็ไม่ควรเล่น เพราะเมฆหดตัีว ทำให้คาดว่าวอลุ่มจะหายเรียบและราคาไม่ไปไหน

สรุปเลยละกันนะขอรับ : 1-15 ธ.ค. เล่นสวิงสั้น เอามันให้ตายกันไปข้าง เน้นเข้าเร็วออกเร็ว กำไรแล้วชักออกทันที อย่าไปเสียดาย อย่าไปคิดเองเออเอง เน้นทำรอบดีกว่า ส่วน 16-31 ธ.ค. เลิกเล่น เอาเวลาไปอยู่กับครอบครัว พาตัวเองไปเที่ยว ผ่อนคลาย สังสรรค์ รวมญาติ เรียนแต่งหน้า นั่งสมาธิ ดำน้ำ ปลูกปะการัง ทำอาหาร นวดสปา ปลูกป่า ดำนา ดูดิสนีย์ออนไอซ์ แรลลี่ ตีกอล์ฟ ล่องเรือ ส่องสัตว์ ชอปปิ้ง ดูงิ้ว ดูละครเวที ดูคอนเสิร์ต ดินเนอร์ ทำขนม จัดดอกไม้ เที่ยวตลาดน้ำ เรียนถ่ายรูป ดูกายกรรม ชมเมืองเก่า เข้าสัมมนา ทัวร์ธรรมะ เรียนเต้น แล้วก็ร้องเพลง

และอย่าลืม!! ถ้าหลุด 1700 อย่ามัวตกใจ ทยอยซื้อสะสมซะ เพราะเป็นโอกาสของคนเล่นรอบกลางถึงยาว

*ค่ากลาง หมายถึง ระดับที่ราคาเลือกว่าระยะสั้นจะแกว่งขึ้นหรือลง ฉะนั้น ใครที่หลวมตัวเปิดสถานะไปที่จุดนี้จึงตายยาก แต่ก็กำไรน้อย และอาจเสียค่าคอมม์ฟรี



Wealthstation Guide 3.12.55


ทิศทางราคาทองย่อตัวลงจากบริเวณ 1730 มาต่ำสุดที่บริเวณ 1706 แล้วฟื้นตัวขึ้นมาได้ 
ประเด็นในช่วงนี้คือการเมืองสหรัฐที่ต้องลุ้นว่า Fiscal Cliff จะแก้ได้ทันหรือไม่ทัน ในระยะสั้นถ้าไม่ทันทองจะลง ด้วยเหตุผลเงินเฟ้อที่ลดลงถึงขั้นเงินฝึด
โฟกัสในช่วงนี้อยู่ที่นายโบเนอร์ เน้นปัจจัยด้านข่าวมากกว่าเทคนิค และเป็นแค่ช่วงสั้นๆ 
สุดท้ายโดยรวมถูกคาดหมายว่าจะแก้ได้ทัน แต่ช่วงนี้คงต้องตามข่าวและหาจังหวะสั้นกันเทรดกันไป
แนวต้าน 1718 1722 1728 
แนวหนุน 1714 1705 1695
ในภาพหลักการหลุด 1703 - 1705 ลงมาจะไปหาเป้า 1680 
ในช่วงวันนี้ไม่ว่าบ่ายหรือเย็นจะมีสัญญาณซื้อเข้ามา ตามดูกันครับ


วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Gold Fight ,Model and Seminar

การที่ทองร่วงลงในคืนวันลอยกระทงที่ผ่านมาส่งผลให้มีเรื่องเกิดขึ้นสองเป็นอย่างน้อย เท่าที่ผมรู้อย่างแรกคือ ทองเสียทรงกลับมาตั้งลำกันใหม่ อย่างที่สองคือนักลงทุนที่เทรดทองหลายท่านท้อ
เป็นอีกครั้งที่ทิศทางราคาแสดงให้เราต้องจดจำถึงหลักการสำคัญที่ว่า "มีขึ้นก็มีลง ขึ้นแรงก็ลงแรงได้ "แม้จะเป็นการลงมาหลังจากเพิ่งจากเบรกแนวฟอร์มที่เข้าใจว่าแข็งก็ตามที ไม่อาจนอนใจ ขึ้นวันนี้ พรุ่งนี้เท อีกวันก็ขึ้นสวนกลับขึ้นมาก็ได้เช่นกัน ขึ้นวันละ 50 เหรียญได้ ก็มีคราวที่จะลงวันละ 50 เหรียญได้เช่นกัน ได้โปรดอย่าลืม เพราะถ้าลืมเดี๋ยวเราก็โดนย้ำอีก ย้ำแผลนะครับ
เป็นเรื่องแปลกแต่จริงที่ว่า ทุกคนอ่าน Wealthstation แต่ไม่ใช่ทุกคนที่รอดปลอดภัยและเทรดไปในทางเดียวกัน แม้แต่กับคนใกล้ตัวผมเอง ยังไม่อาจเข้าใจได้ว่าผมสื่อไปด้วยความตั้งใจใด ว่ามองขึ้นหรือลง ผมงงงง ผมเข้าใจว่ามีอย่างน้อยสองสาเหตุ อย่างแรกคือต่างความเห็น อันนี้เข้าใจ หรือบางอย่างมาดลให้ไม่อาจตัดสินใจ อันนี้ก็เข้าใจอารมณ์อ่ะครับ ความกลัว เกิดกับทุกคนแม้แต่กับคนที่อยู่มานานๆ


การมีห้องสนทนา แบบคุยสดๆ ผมเชื่อว่ามีข้อดี แต่ก็มีข้อเสียอยู่
ทุกวันนี้ชาว "Gold Fight" เราแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดเห็น กัน สื่อสารกันมากขึ้นเข้าใจกันมากขึ้นครับ ผมเชื่อว่าดีขึ้นกว่าแค่อ่านคำแนะนำสองสามบรรทัด เพราะอย่างที่ผมบอกมาเสมอ การเทรดไม่ใช่แค่คิดว่าจะมองขึ้นหรือลง แต่มันมีรายละเอียดมากกว่านั้นการพูดคุยจึงให้ผลดีทั้งคุยกันเป็นกลุ่มและคุยแบบเดี่ยวๆ นะครับ
ส่วนข้อเสียผมอยากให้เข้าใจว่าการที่เราอยู่ท่ามกลางการพูดคุยด้วยความเห็นต่างๆ
นาๆ มันกระตุ้นให้เราคล้อยตามไปได้ ในทิศทางที่อาจไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งเป็นไปได้โดยง่าย อย่างไรก็ตามสามารถพูดคุยกันได้อัพเดตมากขึ้นครับ

มาถึงเรื่องหลักกันหน่อย ผมต้องกลับไปหาโมเดลเพื่อมาจับจังหวะอีกที หลังโมเดลเดิมมีอันต้องจบลงหลังหลุด 1735 ลงมานั่นเอง
ลองเทียบเคียงดูครับว่าเหมือนอันไหนก็จังหวะกันเอาครับ ส่วนตัวผมชอบอันที่ลงมาจาก 1226 มาทำโลว์ที่ 1040 แล้วค่อยกระดึบๆ ขึ้น
ลองเปรียบเทียบกันดูครับว่าชอบอันไหน แล้วผมจะมาขยายความให้อีกทีครับ เท่าที่ดูผมชอบอยู่อันสองอันที่มีลักษณะคล้ายๆ กับตอนนี้ครับ










สุดท้ายเกี่ยวกับเคจีไอ เป็นการประชาสัมพันธ์นะครับ
ในวันเสาร์ที่ 1 ธันวาคมหรือพรุ่งนี้เราจะมีสัมมนาใหญ่ที่ตึกตลาดหลักทรัพย์ที่อยู่ข้างๆ ศูนย์ประชุมสิริกิต ด้วยหัวเรื่อง Navigator of December เป็นการมองภาพรวมของตลาดในเดือนธันวาคมจะบรรยายโดยนักวิเคราะห์ของทางเคจีไอ เพื่อบอกว่าในเดือนธันวาสภาวะตลาดน่าจะเป็นอย่างไร มีเรื่องราวอะไรที่เราต้องระวังที่จะมาส่งผลต่อตลาด และแนะนำหุ้นที่น่าสนใจ เท่าที่ผ่านมาผลงานของนักวิเคราะห์แม่นยำมาก ทั้งๆที่เราก็ไม่ได้ตั้งเป้าว่าต้องแม่นเพราะเราจะตามดูว่ามีเหตุการณ์อะไรรออยู่เป็นหลัก แต่ที่ผ่านมาต้องบอกว่ายอดเยี่ยมทีเดียว พอได้คำอธิบายของนักวิเคราะห์มาอธิบายเรื่องราวมันก็ทำให้เรากระจ่างและเตรียมรับมือกับสถานการณ์ได้ดีขึ้น ท่านที่สนใจก็เรียนเชิญเจอกันทีหน้างานได้เลยไม่จำเป็นต้องจอง
อาคารตลาดหลักทรัพย์ชั้นสามห้องศจ.สังเวียน อินทรวิชัย วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม 9.00 - 12.00 น.ครับ



วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Wealthstation Guide 29.11.55


ราคาทองปรับตัวลงแรงในช่วงหัวค่ำวันก่อน ช่วงเดียวกับที่เรากำลังจะลอยกระทงพอดี
ความไม่มั่นใจในการผลักดันให้การแก้ปัญหา Fiscal Cliff เป็นเรื่องที่ถูกนำมาเป็นประเด็นในตอนนี้ครับ
การหลุด 1735 ลงมาทำให้ต้องมานับหนึ่งใหม่กับการฟอร์มตัวขึ้นไป เสียเวลามากขึ้นอีกหน่อยในทุกขณะ ลุ้น 1780 - 1800 ให้ทันสิ้นปียากขึ้นทุกทีครับ
แนวหนุน 1705 1713 
แนวต้าน 1724 1729 1735 
กราฟรายวันยังกดลงอยู่อย่างน้อยขอ Sto ตัดขึ้นจาก ณ จุดใดจุดหนึ่งก็ยังดีครับ ถึงค่อยมาคิดเรื่องซื้อ 
ช่วงนี้คงต้องเทรดตามกราฟระยะสั้น ไปก่อนครับ


วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Main Frame 28.11.55

อย่างที่แจ้งไว้และเรากำลังจะถูกย้ำเตือนอีกครั้ง คือการกลับตัวขึ้นครั้งนี้ต้องฝ่าแนวต้านอันมากมายไปตลอดทาง เมื่อผ่าน 1735 มาได้หน่อยเดียวก็มาเจอะกับแนวต้านบริเวณ 1750 1755 อีก ผ่านไปได้อีกหน่อยเราก็ต้องเจอกับช่วง 1770 ต่ออีกครับ จึงต้องมาให้ท่องมนต์เตือนใจกันไว้ 
มนต์ที่ว่าคือ "พอใจขาย อยากถือต่อ ลุ้นให้ไม่หลุดแนวหนุนหลักก็ถือไป แต่ถ้ามีสัญญาณเตือนออกมาจากกราฟก็ให้เริ่มระวังและลดพอร์ต" 



สถานการณ์ตอนนี้ของทองคือราคามาทดสอบเส้น Fibo เส้นที่สาม ในเชิงทฤษฎีถ้าผ่านเส้นนี้ได้ก็จะกลับขึ้นไป 1797 ได้ โดยตรงจุดนี้มีแนวต้านอีกอย่างคือช่วงการฟอร์มตัวของช่วงที่ขึ้นทดสอบ 1790 มาเบรกไว้ด้วย ทำให้ตัวผมเอง พอร์ตผมเองต้องระวังและต้องเชื่อว่าการจะผ่านช่วงนี้ไปได้คงยากไม่แพ้ช่วง 1735 และอาจยากกว่าเพราะอินดิเคเตอร์ไม่ได้แข็งแรงอย่างช่วงก่อนด้วยครับ




 สภาพของ Sto อยุ่โซนบนเตรียมตัดลงแล้วครับ ถ้าตัดลงมาต่ำกว่า 80 ของ Sto ก็ต้องลดพอร์ตครับ ระดับ RSI อยู่ที่ราว 55 โดยย่อตัวจากระดับ 60 การกลับตัวขึ้นรอบแรกไม่จำเป็นต้องไปถึง 70 ต้องระวัง โดยส่วนตัวผมเดาการฟอร์มตัวของ RSI ไว้ว่าจะมีย่อบ้างแต่ไม่ลงถึง 35 -40 MACD ยังคงยกตัวขึ้นได้อยู่ขึ้นอยู่กับวันนี้ถ้าปิดวันแล้วลงต่ำกว่าเดิมก็ดูไม่ดีเท่าไหร่แต่ยังไม่ได้บอกอะไรมากนัก โดยรวมอินดิเคเตอร์รายวัน ต้องตามจับตาดูในวันสองวันนี้ว่าตัดลงหรือเปล่า 
โดยสรุปแล้วสัญญาณของกราฟรายวันก็ตึงๆ ครับ เป็นผมถ้าSto ตัดลงมาจริงๆ ผมคงเหลือพอร์ตแค่20 % แล้วค่อยหาจังหวะเล่นกันไปอีกทีครับ 
สุดท้ายวันนี้เอาเคสการฟอร์มตัวขึ้นในช่วงปีก่อนๆ มาให้ดูครับว่าเวลาขึ้นมันขึ้นไปอีท่าไหนกันบ้างครับ การหลุดเทรนด์ไม่จำเป็นต้องร่วงและกลับตัวลง แค่ไม่หลุดแนวหนุนหลักที่เป็นช่วงการฟอร์มตัวในช่วก่อนก็ยื้อถือกันไปครับ




Wealthstation Guide 28.11.55


ราคาทองไหลลู่ลงมาที่เส้นกรอบล่าง วัดใจกัน
เชิงเทคนิคมองได้สองแบบ คือไม่หลุดแล้วเด้งขึ้นก็สบายๆ แต่ถ้าหลุดเทรนด์ก็ไม่สบาย แต่อาจไม่ลง จึงขอใช้เป็นแนวราคาเป็นหลัก ที่ 1735 - 1738 ครับ ไม่หลุดแนวนี้ยังมองขึ้น
เช้านี้เกิดสัญญาณซื้อ เข้าเก็บบริเวณ 1738 - 1742 เป้า 1748 1752 เป็นได้ทั้งเป้าสั้นและเป้าระยะยาวครับ เป้ายาวที่ 1760 1770 
การที่ทองย่อตัวแบบนี้เอาที่แนวต้าน 1750 - 1755 ก็เป็นอย่างที่ให้ระวังไว้ก่อนหน้านี้ วันนี้ก็เลยขอเช็คอาการกันหน่อยครับ ที่ www.ubwealth.blogspot.com 




วันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

มามั่ง/ไม่มามั่ง by นักขายหมูขอรับ(27.11.55)


ก็อย่างที่ว่าไว้ว่า Black Friday เป็นจุดเริ่มต้นแห่งความผันผวนของราคาทองคำ มันก็จัดเต็มให้ซะตั้งแต่วันแรก ก็เลยยังไม่ทันเข้าธันวาอย่างที่ประมาณไว้ ก็วิ่งแรงซะแร้วว ส่วนหลักๆก็มาจากยูโรโซนจะให้ตังค์กรีซ แต่ใช่ว่าปัญหาจะคลี่คลาย เพราะเรื่องวุ่นวายยังมีอีกเพียบ

แนะนำเล่นรอบในกรอบ 1690-1760 เข้าใกล้ฝั่งไหน ก็เล่นสวนมันซะเลย
แนะนำเล่นเร็วในช่วง 1710-1730 ดูจังหวะทางเทคนิคเอาเองแบบ realtime นะขอรับ
ค่ากลางสำหรับวัดทิศทางระยะสั้นจนถึงสิ้นปี 1721 เหมือนเดิม (อย่ามาเปิดสถานะอะไรแถวนี้ เพราะเสียคอมม์เปล่าๆ)
ค่ากลางสำหรับวัดทิศทางระยะสั้นของสัปดาห์นี้ 1737-1741
แนวรับแน่นๆ 1660 เหมือนเดิม (เผื่อมันฟลุ๊คๆหลุด 1700 จะได้จัดเต็มได้แบบไม่มีลังเล)




Morning guide 27.11.55


ทิศทางราคาทองทรงตัวในกรอบแคบทั้งวัน ในช่วง 1745 - 1752 
คงต้องมาตามดูว่าจะเบรกกรอบเมื่อไหร่ครับ
แนวหนุนหลัก 1735 ยังไม่หลุดแนวนี้ยังมองขึ้นครับ เป้า 1760 - 1770 


วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

สิ่งที่รออยู่ด้านบนและสิ่งที่รออยู่ปลายปี 26.11.55

ว่ากันด้วยเรื่องที่รออยู่ด้านบนก่อนนะครับ ไม่ใช่แนวต้านนะครับที่จะมาเล่าให้ฟังวันนี้ แต่เป็นสถานการณ์ต่างหาก สถานการณ์ที่รอเราอยู่หากราคาทองมีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาหลังจากนี้ ต้องบอกว่าผมเองมอง1800 1850 1900 ไว้ แค่ว่าต้นปี กลางปี ปลายปีหน้าเท่านั้น 
แต่เพื่อความเป็นกลาง เลยต้องใช้คำว่า "ถ้า" ถ้าขึ้น 
วันก่อนผมกำลังอยู่ระหว่างการเดินทาง ผมก็นึกอะไรได้ ในกลุ่มเพื่อนผมที่เฝ้าติดตามราคาทอง กำลังจ้องมองโอกาสในการทำอาบิทราจ(Arbitrage) ระหว่างราคาจีเอฟกับทองแท่ง 
หัวเรื่องการทำอาบิทราจคือการทำกำไรในสถานการณ์ที่ไม่มีความเสี่ยง ไม่ความเสี่ยงแม้แต่น้อยนั่นว่ากันตามทฤษฎี แต่ดวยประสบการณ์และจากที่รู้เห็นและรับฟังมา ยังไม่เจอจุดที่ไม่มีความเสียง เจอเพียงแต่สถานการณ์ที่เราไม่ต้องคำนึงถึงความเสียงทิศทาง กล่าวคือในการเข้าทำกำไรปกติเราจะต้องลุ้นในทางใดทางหนึ่งไม่ว่าจะขึ้นหรือลง ซึ่งโอกาสผิดทางมีสูงราว 20 - 40 % เป็นอย่างน้อย แต่ในการทำกำไรแบบอาบิทราจนั้นเราจะไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้เพราะเรา "ซื้อ" และ "ขาย"  พร้อมๆ กันในสินทรัพย์ชนิดเดียวกันแต่คนละตราสารเช่น ทองแท่งกับจีเอฟเป็นต้น เมื่อทำการซื้อและขายพร้อมๆ กัน ในทอง เราจึงไม่ห่วงเรื่องทิศทางเมื่อกำไรด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งจะขาดทุน สองด้านจะชดเชยกันและกัน เมื่อถือจนถึงครบกำหนดเวลาก็ "ซื้อคืน" และ "ขาย" ออกไป จุดเริ่มทำการซื้อตัวถูกขายตัวแพง ถ้าราคาจีเอฟสูงกว่าราคาทองแท่งมากๆ เราก็ "ขาย" จีเอฟและซื้อทองแท่ง จากประสบการณ์ช่วงราคาที่เราเริ่มสนใจที่จะทำอาบิทราจนั้นอยู่ที่ส่วนต่างราว 300 - 350 เป้นต้นไป เพื่อให้ครอบคลุมค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย การทำอาบิทราจ หัวใจอยู่ที่การบริหารต้นทุนต่างๆ ทั้งค่าธรรมเนียมและต้นทุนเงินทุน สิ่งสำคัญอีกอย่างคือการหมุนเงิน ในเวลาที่ระหว่างทางเกิดการเปลี่ยนแปลงของราคามากๆ เช่นขึ้นเยอะๆ เพราะเราต้องเอาเงินไปเติมในพอร์ตจีเอฟ เพราะเอาเอสไว้ เราจะขายแท่งออกก่อนเพื่อเอาเงินไปเติมก็ไม่ได้ เป็นปัญหาหนึ่งที่เราๆ ต้องเตรียมรับมือ 
ภาวะตลาดทองที่อาจเป็นแบบในช่วงที่ปีที่ผ่านๆ มา ทำให้เราเฝ้ารอจังหวะในการเข้าทำกำไรแบบไม่มีความเสียงหรือความเสี่ยงที่ไม่มีความเสียงด้านทิศทางราคาเข้ามาเกี่ยวข้อง ต้องอาศัยช่วงห่างของตราสารที่มากเพียงพอต่อต้นทุนต่างๆ และการบริหารเพื่อรองรับสถานการณ์ที่เปลียนแปลงมากๆ  ดังนั้นการเข้าทำกำไรแบบอาบิทราจจึงต้องใช้ความรู้ความใจในหลายด้าน แต่ถ้าสามารถทำได้ผลตอบแทนก็น่าพอใจ 

ส่วนเรื่องต่อมาคือเรื่องที่เราอาจจะยังไม่กังวลมากนักแต่เริ่มมีเสียงออกมาบ้างแล้ว เกี่ยวกับภาวะตลาดในปลายปี เนื่องจากราคาทองปรับตัวขึ้นมาได้ในช่วงนี้โดยเพิ่งจะผ่านช่วงที่เลวร้ายคือการลงพักฐานราวร้อยกว่าเหรียญ ทำให้ยังคงมีความกังวลเหลืออยู่ ไปเชื่อจริงๆ เอาตอนปลายไม้นู่นแหละครับ ปกติ ไม่ต้องคิดมาก แต่ประเด็นคือเค้าว่าช่วงปลายปีทองมักจะลง หรือช่วงคริสมาสต์ ปิดงบ ทำตัวเลข ไรก็แล้วแต่จะว่าสาเหตุมีมากมาย ด้วยความไม่รู้ ความกังวล ความกลัวก็บังเกิด เราไปดูกันดีกว่าครับ ว่าที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2004 สถานการณ์เดือนสุดท้ายของปีเป็นอย่างไรกันบ้าง


.
2004 เมื่่อเทียบกับต้นเดือน ทองลง











   2005  ขึ้น                    .                                        . 














2006 ลง















2007 ขึ้น













2008  ขึ้น                      .                                        .














2009 ลง











2010 ขึ้น













 2011 ลง
8 ปี เดือนธันวาคม + 4 - 4 
โดยมีปี 2010 กับ 2006 ที่ค่อนข้างทรง แต่ก็เจ๊ากันไปเพราะเป็นบวกและลบ 
เมื่อมองจากโดยรวมแบบนี้แล้วก็ดูไม่มีความแตกต่างหรือมีลักษณะชัดเจนที่จะบอกได้ว่าเดือนสุดท้ายทองลง 
แต่ลงรายละเอียดไปอีกหน่อยตั้งแต่มีคิวอีตั้งแต่ 2009 เป็นต้นมา ถือว่าทรงตัวจนถึง เท จึงไม่แปลกใจที่เราๆ จะกังวลกัน โดยเฉพาะมันเพิ่งเทเอาเมื่อปีที่แล้วนี้เองอดจะฝังใจไม่ได้ เอาไว้เข้าช่วงนั้นแล้วคอยเช็คอาการกันอีกทีครับ 

Morning guide 26.11.55


ทิศทางราคาทองเบียดผ่านแนวฟอร์มตัวขึ้นมาได้ ระยะที่สามารถไปได้จากรูปแบบการฟอร์มตัวสอดคล้องกับกรอบบนที่อยู่ราว 1760 1770 
ระยะต่่อจากนี้ไม่นานราววันสองวันจะมีสัญญาณขายจากกราฟราย 4 ชม.น่าจะทรงตัวจนถึงย่อบ้าง เมื่อขึ้นทดสอบแนวต้าน อยากขายออกบ้างก็ทำได้ครับ ไว้สะสมอีกครั้งเมื่อเกิดสัญญาณซื้อ
แนวหนุนหลักตอนนี้เปลี่ยนมาเป็น 1730 - 1735 
ส่วนแนวต้านหลักอยู่ที่ 1760 - 1770 
เที่ยงนี้ผมมีเรื่องมาเล่า สิ่งที่รออยู่ด้านบนกับสิ่งที่รออยู่ในปลายปี ครับ เล็กๆ น้อยๆ ที่ www.ubwealth.blogspot.com 



วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Mornin guide 23.11.55


ทิศทางราคาทองทรงตัวและอาจทรงตัวไปอีกวันครึ่งวัน
การทรงตัวที่บริเวณนี้ได้นานผมขอเลือกมองในทางบวก ถ้าทรงๆ แล้วค่อยๆ เบียดตัวขึ้นไปได้ก็จะได้เห็นทองวิ่งไปกรอบใหม่ แต่ถ้าไม่ได้แล้วซึมลงก็คงต้องตามดูการฟอร์มตัวของทองไปอีกซักพัก 


วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Main Frame 22.11.55 (เช็คอาการและเรื่องการเลือก Time Frame)

เช็คอาการกันหน่อยครับ ถึงตอนนี้ผมเชื่อว่าหลายท่านไม่ได้ถือไว้ครบ 5 ไม้แล้ว ด้วยสถานการณ์ที่บีบคั้น จนถึงขนาดบางท่านไม่มีแอลมีแต่เอสเสียด้วย เป็นธรรมดานะครับ สภาพตลาดสร้างพฤติกรรม จนถึงตอนนี้ที่ผมกำลังพิมพ์อยู่นี้ทองก็ยังไม่ทะลุแนวเดิมนี้ไปได้ ก็ยังไม่อาจบอกได้ว่าจะเป็นเช่นไรกันแน่ ท่านที่ได้กำไรจากการเทรดตามกรอบสั้นๆในช่วงที่ผ่านมานี้ต้องกลับตัวให้ทันถ้ามีเทรนด์เข้ามาครับเพื่อให้กำไรที่สะสมมาในช่วงนั้นยังคงเหลือครับ ไม่ว่าจะขึ้นหรือลงครับ
เท่าที่เป็นอยู่ผมเองยังต้องระวังการหลุดแนวหนุนแล้วลงลึกอยู่ แต่ถือครบนะครับ 5 ไม้ที่ว่า
จากรูป แนวราคาที่เราจะเจอถ้าเบรกขึ้นไปได้บริเวณ 1750 - 1755 เป็นอีกแนวที่มีสถานการณ์คล้ายกันกับช่วง 1735 คือมีแนวต้านหลายเส้นกันไว้จะมีการชะลอตัวทั้งในช่วงสั้น และระดับรายวัน เมื่อดูจาก Sto ที่อยู่ระดับสุงพอควรแล้ว ถ้ามีการชะลอตัวจนหัวหักลงมาก็ให้ระวังไว้หน่อย ไว้ถึงเวลาค่อยแจ้งเตือนกันอีกครั้ง อินดิเคเตอร์ตัวหลักสำหรับ สามตัว ที่ดูดีสุดเห็นจะเป็น RSI คือเบรกเทรนด์ขึ้นมาพร้อมๆ กับเส้นราคา สำหรับ MACD ยังต้องตามดูทุกวันถ้าค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้นก็ยังถือต่อได้เรื่อย ๆ ได้อย่างสบายใจ
อย่างไรก็ตามทรงการปรับตัวขึ้นนี้อยุ่บนแนวหนุน 1717 1720 หลุดแนวนี้คงต้องถอย




มาฟังเรื่องเล่าผมเสียหน่อยตบท้าย เรื่องการเลือกระยะเวลาของกราฟที่เราจะดูเพื่อเข้าตลาด ระยะเวลาในกราฟที่เราเลือกดูได้ มีตั้งแต่กราฟราย 1 , 5 , 15 ,30 , 45 , 60 นาที , 2 ชม. , 4 ชม. , 8 ชม. , 1 วัน  ไปจนถึง 1ปี ตำราเล่มนึงที่ผมอ่านเค้าแบ่งระยะเวลาดังนี้ครับ 1. Sclapling เป็นกลุ่มที่เข้าออกไว วันละหลายรอบ แต่เป็นรอบเล็กๆ ไม่มาก เลี่ยงจังหวะที่จะเหวี่ยงแรงและไม่รับความเสี่ยงช่วงข้ามคืน กลุ่มนี้จุดแข็งคือมีเวลา มีความเจนจัด รู้จักตลาดเข้าใจตลาด เข้าทำกำไรเมื่อตลาดผิดปกติ และตามแนวโน้มย่อยๆ แต่ละวัน จุดอ่อนคือรับความเสี่ยงสูงไม่ได้หรือเรียกว่าเลี่ยง การพลาดกับช่วงการปรับตัวแรง จะทำให้กำไรเล็กๆที่สะสมมานานหายไปในทันที 2. Day Trade กลุ่มนี้คล้าย sclaping ตรงที่ไม่ถือข้ามคืน แต่จำนวนการเข้าตลาดในแต่ละวันน้อยกว่า คือเพียงวันละครั้งสองครั้งเท่านั้น อาศัยรอบที่ใหญ่กว่า 3. Swing Trade กลุ่มนี้เป็นกลุ่มใหญ่สุด ถือข้ามคืน อาศัยรอบระยะเวลาราว 2 - 4 วัน หรือไม่มากกว่า 2 สัปดาห์ กลุ่มนี้เพิ่มจุดแข็งตรงที่เงินทุนที่รับความเสี่ยงช่วงข้ามคืนได้เข้ามาเพื่อแลกกับผลตอบแทนที่สูงขึ้น กลุ่มนี้ตื่นมาในแต่ละวันต้องมาค่อยตามเช็คหน้า เช็คหลังว่ายังมีทิศทางไปตามที่ดูไว้หรือไม่ กลุ่มนี้นิยมกันไม่น้อยกว่ากลุ่มเดย์เทรด เพราะโดยลัษณะเหมาะกับกลุ่มคนที่ทำงานอื่นไปด้วยและเทรดไปด้วย กลุ่มสุดท้ายคือ กลุ่ม Long Term กลุ่มนี้ถือยาวปีครึ่งปี จุดแข็งคือขนาดพอร์ตที่สามรถรับความเสี่ยงได้มากเช่นสามารถรองรับการปรับตัวลง 100 เหรียญของทองได้เป็นต้น กลุ่มนี้ค่อนไปทางตามปัจจัยพื้นฐานมากกว่ากลุ่มอื่น ต้องคอยตามเช็คปัจจัยที่หนุนนำในทุกสัปดาห์หรืออย่างน้อยเดือนละสองครั้ง 
คร่าวๆ ดังนี้ แปลว่าการเลือก Time Frame ขึ้นอยู่กับความสามารถ เวลา เงิน และความชอบ ส่วนตัวผมให้ปัจจัยเรื่องเงินเป็นตัวหลัก ความสามารถนั้นอ้างอิงกับผู้ให้คำแนะนำได้ ส่วนความชอบ ถ้าเวลาไม่เอื้อก็คงยาก ผมบอกเสริมให้นิดนึงว่า ถ้ากราฟรายวันส่งสัญญาณให้ซื้อ ถ้าไม่ผิด ทิศทางจะเป็นไปตามนั้นราว 3 - 5 วัน ถ้าเป็นกราฟรายชั่วโมง เมื่อมีสัญญาณก็จะเป็นไปตามนั้นอีกราว 3 - 5 ชั่วโมง ส่วนตัวผมใช้แนวราคาเป็นเป้าช้าเร็วไม่ตายตัวนัก แค่ให้สอดคล้องกับเรื่องระยะเวลาก็เลยให้เป้าเวลา การถือครองเพื่อข้ามช่วงเวลานั้นต้องพิจารณาเรื่องหน้าตักที่พร้อมรับสถานการณ์ บางครั้งเราไม่เข้าใจ อาจเพลี่ยงพล้ำโดยมิอาจตั้งตัว เราสามารถเทรดตามได้มากกว่าหนึ่งแบบในพอร์ตเดียวกันได้ หมายถึงเราอาจมี Long Term กับ Day Trade ได้ แต่ถ้ามากกว่าสอง การวางแผนและการลงมืออาจต้องใช้ความเชี่ยวชาญทั้งจากนักลงทุนเองและผู้ให้คำแนะนำ  
สุดท้ายการเลือก Time Frame ในการเทรดถือเป็นเรื่องหนึ่งที่ต้องให้ความสัำคัญนะครับ เป็นหนึ่งในการวางแผน การเทรดอย่างไม่มีแผน หรือมีแผนที่ไม่รัดกุมก็มักจะสับสนวุ่นวายเอาง่ายๆในระหว่างทาง ลองเลือกดูเอานะครับ อาจจะเริ่มจากที่เราชอบเสียก่อนแล้วค่อยมาดูถึงความเป็นไปได้อื่นๆ