วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2555

New Frontiers in technicle analysis Chapter 1 part 1








ประเด็นเนื้อหาใน part แรกนี้ ต้องบอกว่าเป็นเรื่องพื้นฐานจริงๆ แต่ต้องเข้าใจและรู้ไว้ การเริ่มต้นด้วยการมีพื้นฐานที่ดีเป็นสิ่งสำคัญมาก จากประสบการณ์ของผม พื้นฐานพวกนี้ล้วนมักถูกนำมาใช้ในเวลาที่คนส่วนใหญ่บอกอะไรไม่ได้หรือพื้นฐานแน่นจะสามารถเข้าใจสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีกว่าคนอื่น
ประเด็นที่ว่าด้วยเรื่อง “The Biggest risks and costs” เค้าได้ให้คำอธิบายง่ายๆ มาว่าที่เราเทรดแล้วขาดทุนแค่เราสวนทิศทางหลักและ กลยุทธ์ของเราทำให้เราอยู่ผิดที่ผิดทาง ความสำคัญของการเข้าตลาดในเบื้องต้นนั้นเราควรจะทำความเข้าใจตลาดว่าเวลานั้นเป็นแนวโน้มใด ตั้งแต่ ทรงๆ หรือมีทิศทาง มีทิศทางแล้วขึ้นหรือลงอยู่ ถ้าไม่ดูในจุดนี้ก่อน เข้าตลาดไปก็เสี่ยงสูงทีเดียว
นอกจากนั้นยังได้ให้มุมมองอย่างนึงคือถึงแม้เราจะมีวิธีการ สามารถมองกราฟได้ดี แต่ก็ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จเพราะความที่เป็นมนุษย์ที่ยังมีอารมณ์ ความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้อง อคติต่างๆ รวมไปถึงสิ่งต่างๆ ที่จะเข้ามามีผลกระทบต่อการตัดสินใจของเราระหว่างการเทรดด้วยเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน แต่ส่งผลต่อผลงานได้เสมอ อย่างเช่นสุขภาพ ความพร้อมด้านสภาพร่างกาย จิตใจของตัวผู้เทรดเป็นต้น
ตอนท้ายของ partนี้ยังพูดถึงเรื่องการเทรดด้วยระบบ (Trading System)ว่า การเทรดด้วยระบบนั้นมีพื้นฐานมาจากเครื่องมือทางเทคนิค มีวินัยในการเทรดสูงมาก ไม่ออกนอกกฎที่ตัวเองวางไว้ และการเทรดโดยระบบนั้นใช้คอมพิวเตอร์ ไม่มีการตั้งข้อสงสัยในระบบที่ตั้งไว้ ตั้งเงื่อนไขไว้แล้วมีแต่ทำตามไป เพื่อให้ประสบผลตามที่ตั้งใจไว้ 

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

มามั่ง/ไม่มามั่ง by นักขายหมูขอรับ(10.9.55)


ช่วงเวลาสำคัญที่สุดทั้งของ EU และ US ต่างก็อยู่ในสัปดาห์นี้
- EU จะได้ออก ESM หรือไม่? ก็อยู่ที่วัน พ. ที่ศาล รธน.จะตัดสิน ซึ่งคาดว่าจะปล่อยผ่าน เพื่อโยนกลับไปให้รัฐบาลตัดสินกันเอาเองว่าจะเล่นแง่ทางการเมืองเพื่อดึงเสียงก่อนเลือกตั้งใหม่ในปีหน้าต่อไปยังไง?

- QE จะมีตามที่ตลาดปั่นราคาขึ้นมาหรือไม่? ก็อยู่ในวัน พฤ. ซึ่งเดายาก เพราะเป้าหมายของ FED ที่เบอร์นันเก้เคยพูดไว้ก็มีแค่คุมเิงินเฟ้อในเกณฑ์ 2% กับ ดูแลเศรษฐกิจผ่านตัวเลขการว่างงานให้ต่ำลง ซึ่ง ณ ตอนนี้ ทั้ง 2 ตัวเลข ก็ไม่ได้น่าเกลียดถึงขนาดที่ FED จำเป็นต้องใช้ QE ภาค 3 ที่ถึงมีก็ไม่แน่ว่าจะช่วยให้ US ดีขึ้นมั๊ย? เพราะภาค 1 เอาภาษีมาช่วยอุ้มวอลล์สตรีท โดยที่ปชช.ไม่ได้อะไรเท่าไหร่ ส่วนภาค 2 ก็เปลืองเงินไปมากมายโดยที่ไม่ได้ช่วยกระตุ้นศก.อย่างที่คาด

แนวต้าน $1765-1770 แต่จะไปได้แค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับข่าว ESM และ QE ส่วนแนวรับก็ยกขึ้นมาเรื่อย ๆ ล่าสุดถึงระดับ $1715 ถ้าหากหลุดตรงนี้ก็ควรทิ้งสถานะซื้อไปก่อน แล้วไปรอแถว $1700






Morning guide 10.9.55


ทองพุ่งทำจุดสูงสุดในรอบ ครึ่งปีกว่าๆ ไปเมื่อคืนวันศุกร์ มาสู่ระดับ 1740 อย่างรวดเร็วดุจจรวด
ความคาดหวังหรือความแน่ใจ อะไรซักอย่างที่พาทองมาจุดด้วยเวลาอันสั้น
ที่ผมต้องคอยให้ไว้เสมอคือ ขึ้นแรงก็ลงแรงนะครับต้องระวัง
แนวต้านสำหรับช่วงนี้ผมให้แนวต้านหลักที่ 1752
แนวหนุน 1716 1695
สัปดาห์นี้ทองมีประเด็นในคืนวันพฤหัสกับวันศุกร์ครับ ต้องคอยติดตาม
คำถามคือเล่นยังไงต่อ  อยากบอกว่าไปไม่ถูกเหมือนกันนะครับ ทะลุเพดานขึ้นไปอย่างนั้น
ท่านที่มีของอยากขายก็ขาย นะครับแต่ถ้าไม่อยากขายผมให้แนวที่ 1716 อ่ะครับสำหรับวันนี้ถ้าไม่หลุดแนวนี้ยังถือต่อได้ครับ ส่วนท่านที่ติดเอสไว้ โดยเฉพาะแถว 1700 ต้องถือทนๆ แล้วครับ ลงมาแนวหนุนแล้วปิดไปหรือไม่อยากปิดทำใจไม่ได้ก็เปิดแอลอีกฝากไว้ก็ได้ครับแม้จะไม่ค่อยอยากแนะนำเท่าไหร่แต่เข้าใจ ส่วนท่านที่ผูกแอลกับเอสไว้แล้ว ผมว่าเรายังไม่พร้อมแกะเท่าไหร่ต้องรอสัญญาณลงชัดๆ จากกราฟรายวันก่อนนะครับถึงกล้าถือเอสเพียวๆ
สุดท้ายท่านที่มือเปล่ารอเอสที่ 1750 ครับถ้าอยากลุ้นนะครับผม



ตลาดหุ้นไทยเช้านี้เอเชียทรงตัว มีเพียงไต้หวันที่บวกกว่า 0.5% ที่เหลือไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมาก
เปิดโดดไปเมื่อวันศุกร์และย่อมาปิดแก็ป ถ้าหลุด 850 – 852 จะต้องลุ้นไม่หลุด 845 เพื่อขึ้นต่อครับ อันที่จริงบริเวณเป็นปลายๆ ขาขึ้นอยู่เหมือนกันต้องระวังถ้าจะตามขึ้นไปกลับตัวให้ไวครับบริเวณนี้



วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2555

Morning guide 7.9.55

ราคาทองทรงตัวนิ่ง ๆ ไม่ไหวไปตามน้ำคำของนายมาริโอ ดาร์กี้อย่างเช่นดัชนีหุ้นนะครับ แสดงให้เห็นถึงประเด็นหลักที่คนให้ความสำคัญต่อทองนั้นอยู่ที่เฟด
เข้าสู่ช่วงวันสุดท้ายของสัปดาห์เหลือลุ้นเพียงตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรหลังจากตัวเลขการจ้างงาน ADP ออกมาดีกว่าที่คาดไว้มาก(เหลือเชื่อ) ทำให้ทิศทางราคาทองอยู่บนความไม่แน่นอนมากขึ้นเพราะเฟดให้การกระตุ้นเป็นแบบมีเงื่อนไขที่ว่า " If no growth" ถ้าไปได้ดีก็ไม่ทำนะครับ Easing ที่ว่า
เพราะฉะนั้นคืนนี้เป็นอีกคืนที่ต้องตามลุ้นกันครับ ว่าหัวหรือก้อย
แนวต้าน 1715 1708 1703 
แนวหนุน 1685 1695
วันนี้ยืน 1695 ไม่ได้ก็เข้าช่วงพักตัวแล้วนะครับผม






ดัชนีเอสแอนด์พี500 ทะลุมาอยู่ในจุดสูงสุดอีกครั้งหลังการล่มสลายในภาคธนาคารเมื่อสามปีก่อน
นายดาร์กี้บอกจะซื้อแบบไม่จำกัด เป็นการให้ความมั่นใจที่ได้ผลชงัด แต่มันไปเหยียบตาตุ่มแบงค์เยอรมัน ในเชิงการสร้างความมั่นใจได้ผล แต่ในแง่กระบวนการเป็นไปได้ยาก ไว้จะอธิบายให้ฟังอีกที 
ตลาดหุ้นไทยดันผ่านแนวต้านได้ในวันที่ผ่านมา เป้าหมายยังคงมอง 855 860 เช้านี้นิเคอิเปิดบวกตามสหรัฐ โดยบวกไปเกือบ 2 % ตลาดหุ้นไทยคงดีดตามแต่คงไม่เท่าที่อื่น 
แนวต้าน 865 862 860
แนวหนุน 845 840
ผมว่าเห็น 865 862 เอสเล่นสั้นๆ ได้ครับ



วันพุธที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2555

ความสำคัญของค่าพรีเมียม 6.9.55 โดยคุณเก็น


รู้ทันสันดานโกลฟิวเจอร์

ความสำคัญของค่าพรีเมียม
ค่าพรีเมียมคืิออะไร บอกอะไรเราได้บ้าง? ค่าพรีเมียมคืิอส่วนต่างราคาระหว่างราคา GF กับ ราคาทองจริงๆ ณ ตอนนั้นครับ ส่วนมันบอกอะไรเราได้บ้าง ใจเย็นๆครับ จะค่อยเล่าให้ฟัง คุณเคยเห็นมั้ยว่าราคา GF ขึ้นลงไปเองได้โดยที่ Gold spot ยังไม่ทันได้ขยับไปไหนเลย นั่นแหละครับมันขึ้นอยู่กับอารมคนในตลาดหรืออารมเจ้าก็ไม่รู้นะครับ ที่เค้าหากินบนคำว่าค่าพรีเมียม อิอิ ค่่าพรีเมียมเกิดได้จาก 2 ปัจจัยหลัก คือ หนึ่งเลยที่ทำให้ GF มีค่าพรีเมียมแน่นอนคือมูลค่าของเวลาครับ สองคือคนมองในเชิงบวกว่าในอนาคตหลายๆเดือนข้างหน้าทองต้องขึ้นไปเรื่อยๆ ( โลกนี้ช่างสดใส ) ทำให้ยอมจ่ายซื้อ GF ในราคาที่แพงกว่าราคาทองจริงในปัจจุบันมากๆเพราะคิดว่าก่อนที่จะหมดอายุสัญญายังไงทองก็ขึ้นมามากกว่าราคาที่พวกเค้าซื้ออยู่แล้ว จะเห็นได้ว่าตอนทองขึ้นไป 1,900 ค่าพรีเมียมเป็นพันสองพันเลยครับ คนมองบวกสุดๆ หลังจากราคาทองโลกร่วงลงมาแล้วไม่สามารถกลับขึ้นไปได้อีก เริ่มดีขึ้นครับค่าพรีเมียมเริ่มปรับลดลงมาเรื่อยๆจนปัจจุบันเหลือประมาณ 100-200 บาท (คนเริ่มมีสติ+ตาสว่าง)
สรุปแล้วค่่าพรีเมียมนี่มันสำคัญยังไงอ่ะครับ ก็เล่นตามๆเค้าไปไม่เห็นต้องรู้จักมันเลย ทองขึ้น GF มันก็ขึ้นเหมือนกันหมดนั่นแหละ ใช่ครับแต่ถ้าคุณเข้ามาในตลาดนี้แล้วผมว่า พื้นฐานเลย อย่างน้อยคุณต้องรู้ว่าค่าพรีเมียมคืออะไร มันจะหายไปเรื่อยๆเมื่อสัญญาใกล้หมดอายุ(หมดไปตอนสัญญาหมดอายุ) หรือจะหายไปเร็วมากถ้ามุมมองคนไม่ได้มองทองเป็นเชิงบวก สมเหตสมผลมั้ยกับราคาที่เราจะซื้อ ไม่ใช่อ่านในบทวิเคราะมาเค้าแนะนำซื้อ เอาวะซื้อเลยราคาไหนก็ได้ขึ้นหมดแหละ จริงๆแล้วค่่าพรีเมียมสามารถบอกอะไรเราได้อีกหลายอย่างครับ เช่น สัญญาซีรี่ไหนปกติค่าพรีเมียมเท่าไหร่ถ้าอยาก long เราจะ long ซีรี่ไหนดี แล้วถ้าอยาก short สมควร short ซีรี่ไหน 
ถ้า Gold spot อยู่เท่านี้ GF ควรเปิดที่ราคาเท่าไหร่ และที่เจ๋งสุดคือบอกอารมคนในตลาดซึ่งจะไปใช้ในกลยุทธ์เล่น spread ซึ่งไว้ผมจะพยายามอธิบายในบทความต่อๆไปนะครับ

ส่วนต่างระหว่าง 25195 กับ 25290 ในวงกลมสีแดงนั่นคือค่าพรีเมี่ยมครับ

Morning guide 6.9.55


ทิศทางราคาทองแกว่งตัวในกรอบแคบๆ ในคืนที่ผ่านมา 1690 - 1695 มีแรงหนุนไม่ให้ต่ำกว่า 1690 
ถ้าวันนี้เห็นหลุด 1690 ก็น่าจะได้เห็นมันย่อมาอีกนิดๆ แต่ถ้าขึ้นไปยืนเหนือ 1695 ได้ เราจะเห็น 1700 - 1705 ครับ มันยังไม่ค่อยกล้าขึ้นเท่าไหร่เพราะรู้ว่าขึ้นไปก็โดนเทขายลงมาจึงเก็บแรงฟอร์มตัวก่อนค่อยขึ้นไปลุ้น
แนวต้าน 1695 1703 1710 
แนวหนุน 1688 1682 1678
จะไปต่อต้องฟอร์มตัว แนวต้านด้านบนแข็ง ต้องคอยสังเกตว่ามันพร้อมจะขึ้นทดสอบเมื่อไหร่ครับ 
คอยสังเกตขาดีดขึ้น เล่นตามไม้สั้น มีกำไรรีบออก อยู่ปลายขาขึ้นถือเพลินมันไม่น่าไว้ใจครับ

ตบท้ายด้วยตัวเลข คืนนี้ ทุ่มสิบห้าตัวเลขการจ้างงาน ทุ่มครึ่ง อีซีบีคอนเฟอร์เรนซ์ และห้าทุ่มครึ่ง นายดาร์กี้พูดครับ ประเด็นสำคัญที่รอมาเป็นเดือนอย่าพลาดเลยเชียว





ตลาดหุ้นไทย ฟิวเจอร์เดือนกันยายน ทรงตัวในระดับ 840 - 845 และปิดที่บริเวณ 845 มาได้สามวันแล้วครับ ถ้าผ่านไปยืนเหนือ 845 - 846 ได้จะไปถึง 855 - 860 แต่ถ้าหลุด 842 - 844 ลงมาก็จะลงมาวัดใจที่ 835 - 838 ก่อน โดยจะลงลึกกว่านั้นครับ
วันนี้มีประเด็นให้ตามในช่วงค่ำคืนหลายประเด็นลดพอร์ตลงหน่อยก็ไม่เลวครับเผื่อยุโรปจะ Sell on Fact 
ผมให้น้ำหนักทางลงมากกว่าทางขึ้น เพราะเหตุผลด้านเทคนิคเคิล แต่ไม่ลุ้นข้ามคืนครับ ไปหาจังหวะเล่นหลังประกาศ
แต่ท่านที่อยากลุ้นจริงๆ ผมลุ้นข้างลงนะ



วันอังคารที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2555

Morning guide 5.9.55


ทิศทางราคาทองทำจุดสูงสุดเพิ่มขึ้นในคืนที่ผ่านมาที่ระดับ 1698
แนวต้านคือบริเวณ 1700 – 1703 1710
แนวหนุน 1678 1685 1672
มีสัญญาณอ่อนตัวออกมาในกราฟรายวัน ในช่วงนี้ถึงมีโอกาสที่ทองจะพักตัวลงมาได้
ผมยังให้เหมือนเดิมคือ ขึ้นมาช่วง 1695 – 1703 ผมเอส อย่างน้อยเล่นสั้นได้ 10 – 15 เหรียญเป็นเป้าหมายครับ
ส่วนท่านที่อยากให้ลงเยอะกว่านั้นคือต้องลุ้นให้หลุด 1670 – 1672 ลงมาครับเพราะเป็นแนวหนุนหลัก ซึ่งก็มีโอกาสอยู่เพราะรอบหลังนี้ขึ้นไปแบบไม่ค่อยสมเหตุสมผลและยังต้องลุ้นว่าตัวเลขเศรษฐกิจจะอำนวยหรือไม่ วันนี้กับศุกร์นี้น่าจะมีคำตอบอย่างน้อยก็ในช่วงสั้น แต่ลงมีจังหวะก็ปิดเอสที่ติดไว้ก็ไม่เลวครับแนวโน้มจะเห็น 1600 ต้นๆ ในเดือนนี้ยากหน่อยครับลุ้นลงกันจริงๆ จังๆ เอาตอนช่วงเลือกตั้งสหรัฐนู่นเลยครับ


ตลาดหุ้นบ้านเราเช้านี้มีแนวโน้มที่จะเปิดลบได้จากตลาดที่เปิดก่อนหน้าอยู่ในแดนลบเสียส่วนใหญ่ แนวโน้มวันนี้จึงมองไม่เกิน 845 – 847 แล้วย่อตัวลงทดสอบ 838 – 840 ระดับที่ไม่ควรหลุดถ้าเราเปิดแอลไว้แล้วคือ 835 ครับ หลุดตรงนั้นมีโอกาสลงยาวถึง 818 825 ครับเพราะมีสัญญาณกลับตัวออกมาจากกราฟรายวัน





Preface(คำนำ) 4.9.55





วันจันทร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2555

มามั่ง/ไม่มามั่ง by นักขายหมูขอรับ(4.9.55)


มาอัพเดตใหม่แระขอรับ
ล่าสุด เมฆบอกว่า ขา long ควร ขายทิ้่ง และ follow short เมื่อหลุด $1691 แล้วไปขายกันตามสะดวก แต่เน้นเล่นสั้นไว้ก่อน ปลอดภัยกว่า
แต่ถ้าอยากเปิด long ใหม่ ก็รอให้ถึง $1671 ถ้าไม่ถึงก็อย่าเพิ่ง long




Morning guide 4.9.55


ทิศทางราคาทองค่อนข้างทรงตัวในคืนที่ผ่านเพราะวันสำคัญของทางตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเค้านะครับ
คงต้องให้หลุดแนวหนุนย่อยๆ ลงมาเสียก่อนเราถึงจะได้เห็น 1670 เท่าที่ดูอาจขึ้นทดสอบ 1700 - 1703 ก่อนถึงพักตัวครับ ถึงตรงนั้นผมคงจัดเอสไปชุดนึงครับ ไว้ตามดูกัน
แนวต้าน 1695 1703 1710
แนวหนุน 1685 1682 1675
หมดวันนี้เราคงจะเห็นผลกระทบและมุมมองเพื่อมาเป็นข้อมูลให้ตัดสินใจเพิ่มขึ้นแล้วแหละครับ






ทิศทางตลาดหุ้นไทยน่าจะย่อตัวในวันนี้มาวัดใจที่แนว 840 841 ก่อน และน่าจะทรงตัว เพื่อรอข่าวในวันพฤหัสที่ 6 นี้
แนวต้าน 847 850
แนวหนุน 838 840




วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

มามั่ง/ไม่มามั่ง by นักขายหมูขอรับ(3.9.55)


ทองพุ่งพรวดรวดเดียว $30 แล้วกระดึ๊บ ๆ ขึ้นต่อ รับคำพูดที่แสดงถึง QE3 ตามคาด สั้น ๆ นี้ เมฆบอกให้ดูว่า $1700 ไปไหวป่าว? ถ้าไหวก็กลับเป็นขาขึ้นเลย แต่ถ้าหลุด $1680 ก็ต้องมาลุ้นกันใหม่ว่ามันขึ้นจริงป่าว? หรือมันจะทิ้งทุ่นลงไป $1600 กันใหม่ เพราะลุงเก้พูดเหมือนเดิมเลยว่า 'ขอชั่งน้ำหนักกับชั่งใจก่อน'
รับ 1670/1640  ต้าน 1700  สัญญาณ follow short เล่นสั้น ๆ เมื่อหลุด 1680
แต่วันนี้ยังต้องไม่ต้องซีเรียสมาก เพราะเมกาหยุด ยุโรปก็คงเล่นแกว่งด้านบน สำคัญที่พรุ่งนี้ ใครเปิดเกมให้ราคาหลุดกรอบ 1680 หรือ 1700 ก็ควร follow ข้างนั้น โดยเน้นเล่นสั้น พร้อมจุดตัดขาดทุนด้วย





Morning Guide 3.9.55


วันนี้น่าจะย่อตัวมาเก็บออเดอร์ช่วง 1677 - 1688 เสียหน่อยครับแล้วค่อยมัวนกลับมาที่ 1690 อีกรอบ 
ถึงแม้จะเป็นไปตามคาดเสียส่วนใหญ่ แต่ก็อดใบ้กินไม่ได้ที่ตื่นมาเช้าวันเสาร์แล้วทองมาอยู่ 1690 เลย เพราะเช้าวันศุกร์นั้นผมเพิ่งจะบอกว่าจะมาแต่ให้ "รอ" หน่อย ช่วงนี้ขาเอสเล่นยากหน่อยนะครับ ปัจจัยหนุนนำในทางขาขึ้นเสียมากกว่า อาจถึงขั้นเอะอะขึ้น เอะอะขึ้นอย่างปีก่อนๆ ได้ ยังไงก็ดีเตือนไว้นิดนึงนะครับ ว่ามันยังไม่แน่นอนเสียทีเดียวกับ " More Easing " 
แนวต้านคือ 1690 1698 1710
แนวรับคือ 1663 1675
ช่วงนี้กราฟรายวันส่งสัญญาณ divergence กับ overbought ออกมาพร้อมๆ กัน แรงหมดเมื่อไหร่มีแรงขายออกมาแน่นอนต้องระวังแค่ว่าเมื่อไหร่ ท่านที่พลาดโอกาสรอบนี้ผมแนะนำรอซื้อกับถ้ากล้านิดๆ รอเอสด้วย ใจร้อนเอสเลย ใจเย็นรอมันสะดุดก็จัดไปนะครับแล้วจะบอกอีกที






สำหรับตลาดหุ้น สัปดาห์นี้คงต้องดูไปที่ยุโรปในวันที่ 6 นี้ครับ เรื่องเข้าซื้อพันธบัตร ถ้าไม่ซื้อหรือมีอะไรที่น่าผิดหวังหุ้นร่วงแน่นอนเพราะก่อนหน้านี้หวังกันไว้
เช้านี้นิเคอิบวกได้ บรรยากาศดีทีเดียวถึงแม้ว่าเรื่องที่จะทำ Easing ของเฟดไม่น่าใช่เรืองดีต่อเศรษฐกิจนัก 
แนวต้านหลักที่ 849 851 แนวต้านย่อยๆ ที่ 839
แนวหนุนที่ 825 830 
วันนี้น่าจะขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 839 842 844 แต่เรี่ยวแรงเริ่มน้อยไปได้ไม่ไกล ยกเว้นผ่านแนวต้านหลักขึ้นไปยืนได้ 









วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Morning guide 31.8.55



วันนี้ผมมองว่าจะได้เห็น 1645 1640 ซึ่งตอนที่ลงมาแถวนั้นน่าซื้อครับ เป้าหมายมองไว้ที่ 1660 1665 ครับ

ตอบคำถามลูกค้าท่านนึงนะครับไม่รู้จะได้มาอ่านหรือเปล่าแต่คงตรงใจหลายท่านที่นี้คือถ้ายังติดอยู่แถว 1700 1720 หรือยังอยากถือต่อ ได้ไหม ส่วนตัวผมมองว่าเราคงเห็น 1700 -1720 ก่อนที่จะเห็น 1600 อีกครั้งครับ คือผมว่าเราคงไม่ได้เห็น 1600 ต้นๆ ไปอีกซักพักเลย แนวหนุนหลักที่ 1635 1645 ลงมาก็ซื้อขึ้นไปนะครับเป้า 1680 1700 แต่อาจต้องรอเสียหน่อย
ส่วนวันนี้ต้องมาวัดใจที่แนวรับสำคัญก่อนเบอร์นันเก้จะพูดในคืนนี้ "Jackson hole" เค้าจะพูดตอนที่ตลาดปิดไปแล้วเพราะฉะนั้นไม่อยากลุ้นก็ไม่ต้องถือข้ามไปครับถ้าผิดทางไปเสาร์อาทิตย์จะเที่ยวไม่สนุกเอา
ผมยังให้น้ำหนักว่าเบอร์นันเก้จะไม่พูดอะไรมากกว่าครั้งที่แล้วเกี่ยวกับ QE แต่ถ้าเค้าแพลมว่าอะไรคือมาตรการที่เค้าเตรียมไว้แล้วถ้าตลาดถูกใจทองจะวิ่งขึ้นไปอีกระดับหนึ่งครับ
รายละเอียดมันเยอะเอาไว้พูดอะไร แล้วค่อยมาสรุปดีกว่า


สำหรับตลาดหุ้นบ้านเรา เช้านี้หุ้นเอเชียแดงเถือกกันเลยทีเดียว
แต่ไม่มาก ผมยังมองจังหวะกลับตัวถ้าหยุดลงในช่วงเช้าก็น่าเล่นรีบาวด์ครับเป้า 834 837ครับ


วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2555

มามั่ง/ไม่มามั่ง by นักขายหมูขอรับ(30.8.55)


วันนี้เหมือนวันนั้น มองเมฆแล้วไม่ต่างกัน ยังอยู่ในกรอบปรับฐาน 20-30 เหรียญ เหมือนเดิม แต่คนที่ปิดเอสทำกำไรไปที่ประมาณ +20$ ตามที่แนะนำไว้ ก็ไม่ควรเปิดอะไรเพิ่มอีก เหลือบางส่วนติดพอร์ตไว้ลุ้นราคาคืนวันศุกร์ก็พอ เพราะถ้าพูดคำว่า "QE" คาดว่ามันจะวิ่งขึ้นพรวดเดียว $30 แล้วค่อยกระดึ๊บๆๆขึ้นต่อ แต่ถ้าเบอร์นันเก้หุบปากเงียบ ไม่บอกใบ้อะไรทั้งนั้น ก็มองว่าราคาจะร่วงระนาว $30 แล้วตามมาอีกระลอกราว $30
แนวต้าน 1665/1695/1700 แนวรับ 1643/1638/1633 
ก้อเอาเป็นว่า คราวนี้เขียนแนวรับแนวต้านตามเมฆ แต่โดยกลยุทธ์ไม่แนะนำให้เพิ่มพอร์ต แค่ทยอยลดพอร์ตตามแนวนั้นก็น่าจะปลอดภัยกว่า




Morning guide 30.8.55


ทิศทางราคาทองมาสู่กรอบล่างหรือแนวซื้อที่ 1652 ในคืนที่ผ่านมา หลังตัวเลขบ้านอย่าง Pending Home Sale ออกมาดีกว่าเล็กน้อย ตลาดเริ่มจับตาไปที่วันศุกร์นี้มากขึ้นอีกเมื่อเข้าใกล้วันศุกร์เข้าไปทุกที
ประเด็นที่ถูกคาดหมายคงไม่พ้นเรื่อง Quantitative Easing (QE) ภาค 3 วงเงิน 6แสนล้านเหรียญที่ว่าจะมีหรือไม่มี ในส่วนนี้ผมต้องย้ำอีกครั้งว่ามีโอกาสมากขึ้น แต่ยังไม่ใช่ที่ Jackson hole คราวนี้เพราะตัวเลขต่างๆ ไม่เอื้อแต่ในครั้งต่อๆ ไปต้องตามดูโดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานต้นเดือนหน้า ช่วงนี้ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญตามดูกันหน่อย อีกประเด็นที่ผมให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือเค้าจะพูดเครื่องอื่นเป็นทางเลือกมาหรือเปล่าถ้ามีต้องมาสังเคราะห์กันครับ
แนวต้าน 1660 - 1662 1667 
แนวหนุน 1652 1643 1633 
ส่วนท่านที่ถือยาวหลุด 1660 แนวแรกที่ให้ไว้เมื่อวานลงมาแล้ว Sto รายวันก็ตัดแล้ว ถ้ายังไม่อยากขายอยากลุ้นต่อให้ดูวันนี้มันกลับไปยืน 1660 ได้ไหมถ้าได้ยังใจเย็นได้ครับ
ส่วนท่านที่เล็งไม้สั้น ผมเล็งที่ถ้ามันยืนที่ RSI ราย 4 ชม.ที่ 40 ได้อาจต้องซื้อคงราวๆ แนวที่ 1643 - 1652 ครับ หรือรอตัดเส้นเทรนด์ของ RSI ขึ้นไปก่อนค่อย Follow ก็ได้ครับปลอดภัยดี




ดัชนีหุ้นบ้านเราเมื่อวานทิ้งหนักตบท้ายด้วยการขายของต่างชาติพันกว่าล้านในวันทำการที่ผ่านมา
แนวรับลุ้นรีบาวด์ที่ 830 828 เล่นสั้นๆ ปิดที่ 836 838 840
คิดว่าวันนี้เปิดทรงๆ อาจมีแรงซื้อหนุนช่วงเช้านิดหน่อยแต่คงไม่พ้น 836 838 ผมว่ายังต้องรอสัญญาณซื้อที่เข้มกว่านี้อีกนิดเพื่อสำหรับการซื้อแล้วมองไกลหน่อย สำหรับเช้านี้มองแค่รีบาวด์สั้นๆ ครับ



วิเคราะห์เครื่องมือที่เฟดอาจนำมาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ


xBT> FED:"รอยเตอร์"วิเคราะห์เครื่องมือที่เฟดอาจนำมาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
        นิวยอร์ค--29 ส.ค.--รอยเตอร์

        ในขณะที่อัตราการว่างงานในสหรัฐยังคงอยู่สูงกว่า 8 % และมีความ
เป็นไปได้ที่เศรษฐกิจสหรัฐอาจจะเข้าสู่ภาวะถดถอยโดยได้รับแรงกดดันจากวิกฤติหนี้
ยูโรโซนและจากแรงกดดันทางการคลังในสหรัฐ โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
จะดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ก็เพิ่มสูงขึ้น
        รายงานการประชุมเฟดประจำวันที่  31 ก.ค.-1 ส.ค.แสดงให้เห็นว่า
เฟดมีแนวโน้มที่จะดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกรอบ "ในเร็วๆนี้" นอกจากว่า
เศรษฐกิจสหรัฐจะปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
        เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นลงสู่ระดับใกล้ 0 % นับตั้งแต่เดือนธ.ค.
2008 เป็นต้นมา
        เฟดได้เข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้จำนองไปแล้วรวมกัน 2.3
ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงที่ผ่านมา โดยมีจุดประสงค์เพื่อกดดันอัตราดอกเบี้ยระยะยาว
ให้ลดต่ำลง และเฟดยังให้สัญญาอีกด้วยว่าจะตรึงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ระดับต่ำ
เป็นพิเศษต่อไปอย่างน้อยจนถึงปลายปี 2014 นอกจากนี้ เฟดยังดำเนินมาตรการ
Operation Twist ในช่วงที่ผ่านมาด้วย โดยมาตรการนี้คือการขายพันธบัตร
รัฐบาลสหรัฐระยะสั้นประเภทที่มีอายุไม่เกิน 3 ปี และเข้าซื้อพันธบัตรระยะยาว
ที่มีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไปในปริมาณเท่ากัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อกดดันอัตราดอกเบี้ย
ระยะยาวให้ลดต่ำลง
        เทรดเดอร์คาดว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนธ.ค.
2014
        นายเบน เบอร์นันเก้ ประธานเฟด จะกล่าวต่อผู้กำหนดนโยบายในการ
ประชุมประจำปีที่เมืองแจ็คสัน โฮลในรัฐไวโอมิงในวันศุกร์นี้
        ต่อไปนี้เป็นทางเลือกที่เฟดอาจจะนำมาใช้:-

        *การเข้าซื้อตราสารหนี้เพิ่มเติม
        เฟดอาจจะขยายงบดุลบัญชีที่มีขนาด 2.85 ล้านล้านดอลลาร์ออกไปอีก
โดยใช้วิธีเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ, เข้าซื้อตราสารหนี้จำนอง หรือเข้าซื้อ
ตราสารหนี้ทั้งสองประเภทนี้พร้อมกัน โดยเฟดเคยดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิง
ปริมาณ (QE) ไปแล้วสองรอบในช่วงที่ผ่านมา โดยเข้าซื้อสินทรัพย์จำนวนมาก
ภายใต้มาตรการดังกล่าว
        ในการประชุมเฟดครั้งล่าสุด ผู้กำหนดนโยบายบางรายสนับสนุนให้เฟด
ใช้มาตรการ "ที่มีความยืดหยุ่น" โดยมาตรการดังกล่าวจะไม่ระบุปริมาณเงิน
ที่แน่นอนที่เฟดจะใช้ในการเข้าซื้อตราสารหนี้ แต่จะอนุญาตให้เฟดเข้าซื้อตราสารหนี้
ได้มากหรือน้อยตามความจำเป็น
        ประโยชน์: การดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบ 3 หรือ
QE3 มีแนวโน้มที่จะเป็นเครื่องมือที่ทรงอิทธิพลที่สุดที่เฟดมีอยู่ และตลาดการเงิน
กับสาธารณชนก็มีความคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับ QE ทั้งนี้ นายเบอร์นันเก้และ
เจ้าหน้าที่บางคนกล่าวว่า การดำเนิน QE1 และ QE2 ส่งผลให้อัตราผล
ตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐประเภทอายุ 10 ปีและพันธบัตรอื่นๆร่วงลง
ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้นักลงทุนหันไปซื้อสินทรัพย์เสี่ยง และปัจจัยนี้ส่งผลบวก
ต่อตลาดหุ้น
        ความเสี่ยง: ถึงแม้เจ้าหน้าที่เฟดกล่าวว่า เฟดสามารถระบาย
สินทรัพย์จำนวนมากในงบดุลของเฟดออกมาได้ก่อนที่จะเกิดภาวะเงินเฟ้อ
แต่เฟดก็ไม่เคยทำเช่นนี้กับสินทรัพย์จำนวนมากเท่านี้มาก่อน ทางด้านสมาชิก
สภาคองเกรสสายอนุรักษ์นิยมกล่าวว่า เฟดควรที่จะงดเว้นจากการดำเนิน QE
ต่อไป โดยให้เหตุผลว่าการดำเนิน QE3 จะส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อและ
จะเป็นการเปิดโอกาสให้สภาคองเกรสและประธานาธิบดีสหรัฐหลีกเลี่ยง
การแก้ไขปัญหาทางการคลัง ทางด้านเจ้าหน้าที่เฟดเองก็ยอมรับว่า
เฟดมีข้อจำกัดในการเข้าซื้อพันธบัตรเพิ่มเติม เพราะการเข้าซื้อ
พันธบัตรในระดับที่มากเกินไปจะส่งผลให้ตลาดไม่สามารถทำงานได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ
       
        *การยืดเวลาในการให้สัญญาเรื่องอัตราดอกเบี้ย หรือการใช้วิธีการ
ทางการสื่อสารอื่นๆ
        เฟดระบุในช่วงที่ผ่านมาว่า เฟดคาดว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ
จะสนับสนุนให้เฟดตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำมากต่อไปอย่างน้อยจนถึง
ปลายปี 2014 ทั้งนี้ รายงานการประชุมเฟดประจำวันที่ 31 ก.ค.-1 ส.ค.
ระบุว่า สมาชิกหลายคนในคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด
(FOMC) สนับสนุนให้เฟดยืดเวลาในสัญญาดังกล่าวออกไป ถึงแม้ว่าสมาชิก
เฟดเลื่อนเวลาในการตัดสินใจเรื่องนี้ออกไปจนถึงเดือนก.ย.
        ประโยชน์: วิธีการนี้จะไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงหรือความคิดเห็นขัดแย้ง
เหมือนกับ QE3 ซึ่งการระบุว่าเฟดมีแนวโน้มจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในปี
2015 หรือหลังจากนั้นอาจช่วยควบคุมการคาดการณ์ในตลาด
        ความเสี่ยง: การยืดเวลาในการให้สัญญาเรื่องนี้อาจจะไม่ส่งผลบวก
ทางจิตวิทยาต่อตลาดมากเท่ากับที่เฟดต้องการ นอกจากนี้ ยิ่งเฟดยืดเวลาในสัญญา
ดังกล่าวออกไปในอนาคตมากเพียงใด สัญญาดังกล่าวก็จะยิ่งมีความน่าเชื่อถือน้อยลง
เพียงนั้น เพราะวาระการดำรงตำแหน่งประธานเฟดของนายเบอร์นันเก้ในสมัย
ปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในเดือนม.ค.2014 และยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่านายเบอร์นันเก้
จะยังคงดำรงตำแหน่งประธานเฟดหรือไม่ในช่วงเวลาที่ระบุไว้ในสัญญาดังกล่าว
       
        *การปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่จ่ายให้กับทุนสำรองของธนาคารพาณิชย์
        เฟดจ่ายอัตราดอกเบี้ย 0.25 % ให้แก่ทุนสำรองที่ธนาคารพาณิชย์
ฝากไว้ที่เฟด และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวอาจเป็นการบังคับให้ธนาคาร
พาณิชย์นำเงินดังกล่าวออกไปปล่อยกู้
        ประโยชน์: วิธีการนี้จะเป็นการกระตุ้นธนาคารพาณิชย์ และเป็น
เครื่องมือที่เฟดพร้อมจะนำมาใช้เพื่อทำประโยชน์จากทุนสำรองจำนวนมาก
ที่เฟดสร้างขึ้นมาด้วยการขยายขนาดงบดุลของตนเอง ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป
(อีซีบี) ได้ดำเนินมาตรการที่คล้ายคลึงกันไปแล้ว และได้รับประโยชน์จาก
มาตรการดังกล่าว
        ความเสี่ยง: นักเศรษฐศาสตร์ของเฟดสาขานิวยอร์คระบุว่า
การปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงจากระดับ 0.25 % ในปัจจุบันจะไม่ก่อให้เกิด
ความเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ นอกจากนี้ นักวิเคราะห์บางรายยังกังวลอีก
ด้วยว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนี้จะสร้างความเสียหายต่อกองทุนรวม
ในตลาดเงิน เพราะกองทุนประเภทนี้จะประสบความยากลำบากในการ
ดำเนินงานถ้าหากอัตราดอกเบี้ยนี้เข้าใกล้ระดับ 0 % มากยิ่งขึ้น

        *การใช้ discount window ของเฟด
        นายเบอร์นันเก้เคยระบุว่า discount window เป็นเครื่องมือหนึ่ง
ที่เฟดสามารถนำมาใช้ในการผ่อนคลายนโยบายลงต่อไป
        Discount window คือช่องทางที่ธนาคารพาณิชย์ที่รับฝากเงินสามารถ
กู้ยืมเงินโดยตรงจากเฟดเมื่อใดก็ตามที่ธนาคารแห่งนั้นไม่สามารถระดมทุนจาก
ช่องทางอื่นๆได้ อย่างไรก็ดี ตลาดไม่ได้มองว่าช่องทางนี้เป็นเครื่องมือหนึ่ง
ที่เฟดอาจนำมาใช้ในการผ่อนคลายนโยบายการเงินลงต่อไป เนื่องจากธนาคาร
พาณิชย์มักหลีกเลี่ยงจากการกู้เงินใน discount window เพราะเกรงว่า
การกระทำดังกล่าวจะทำให้ตลาดมองว่าธนาคารแห่งนั้นมีสถานะอ่อนแอมาก
จนไม่สามารถระดมทุนที่จำเป็นในตลาด
        ถึงแม้เฟดตรึงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ระดับใกล้ 0 % ในช่วง
ที่ผ่านมา แต่เฟดก็เรียกเก็บดอกเบี้ย 0.75 % จากการปล่อยกู้ผ่าน discount
window ในปัจจุบัน เพื่อเป็นการรับประกันว่าเฟดไม่ได้ให้ทุนอุดหนุนธนาคาร
พาณิชย์
        ขณะนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า เฟดจะใช้วิธีการใดในการทำให้ discount
window กลายเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี มีการคาดการณ์กันว่า
เฟดอาจวางโครงการในการให้แรงจูงใจแก่ธนาคารพาณิชย์ในการปล่อยกู้
        ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ได้ประกาศโครงการจัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ
แก่ธนาคารพาณิชย์เมื่อเร็วๆนี้ โดยมีข้อแม้ว่าธนาคารพาณิชย์ในโครงการนี้จะต้อง
นำเงินดังกล่าวไปปล่อยกู้แก่ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ ขณะที่ในการประชุมกำหนด
นโยบายเฟดในวันที่ 31 ก.ค.-1 ส.ค.นั้น เจ้าหน้าที่เฟด 2-3 รายแสดงความ
สนใจที่จะนำแนวคิดของ BOE มาปรับใช้ในสหรัฐด้วย แต่เจ้าหน้าที่เฟดตั้งข้อสังเกต
ว่ามีความแตกต่างที่สำคัญระหว่างอังกฤษกับสหรัฐ
        ประโยชน์: discount window ถือเป็นเครื่องมือที่เฟดพร้อมที่จะนำมาใช้
        ความเสี่ยง: การปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงจากระดับที่ต่ำอยู่แล้วอาจจะส่ง
ผลบวกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นอกจากนี้ ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า การจัดหาเงินกู้ดอกเบี้ย
ต่ำให้แก่ธนาคารพาณิชย์จะกระตุ้นอุปสงค์ในระบบเศรษฐกิจให้แข็งแกร่งขึ้นได้มาก
เพียงใด โดยเฉพาะการจัดหาเงินกู้ผ่านทางกลไกที่อาจสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียง
ของธนาคารพาณิชย์แบบนี้ โดยการปล่อยกู้เพิ่มเติมผ่านทาง discount window
จะเป็นการขยายขนาดงบดุลของเฟดด้วย ซึ่งอาจทำให้ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ
เพิ่มสูงขึ้น--จบ--
       
        (รอยเตอร์ โดย จิตร โพธิ์แก้ว แปล; ก้องเกียรติ กอวีรกิติ เรียบเรียง)    
        ((jit.phokaew@thomsonreuters.com; โทร 0-2648-9741;    
Reuters Messaging: jit.phokaew.reuters.com@reuters.net))



วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Morning guide 29.8.55


ทิศทางราคาทองทรงตัว ไม่ทิ้งตัวมา แต่ย่อมารอข่าว
ผมบอกได้ว่าสามคืนที่เหลือในสุดสัปดาห์นี้ชวนให้ติดตามเหลือเกิน
คืนนี้ Beige Book
พรุ่งนี้ unemployment claim
และคืนวันศุกร์ Bernanke Speak
ประเด็นคราวนี้คงไม่พ้นเรื่อง QE แต่สำหรับผมมันหมายถึง More easing  ว่าจะพูดอะไรเพิ่มขึ้นไหมหลังคราวที่แล้วเปิดทางไว้ ความมั่นคงในทางการเมืองของเบอร์นันเก้ที่เพิ่มขึ้นทำให้ความเป็นไปได้ที่เราจะเห็น "More Easing" มากขึ้นด้วย เมื่อตัวเลขเศรษฐกิจเอื้อเพียงพอ
แนวหนุน 1650 1662 
แนวต้าน 1668 1672 1677
ผมว่าผมคงไม่ถือแอลหรือซื้อถือข้ามช่วงที่ประกาศ Beige Book หรือตอนที่เบอร์นันเก้พูด เพราะว่าเฉพาะในคราวนี้สถานการณ์ยังไม่เอื้อพอนะครับ โอกาสผิดหวังมีสูงเพราะขึ้นมารับข่าวพอควรแล้ว ไว้ลงมาที่แนวรับหรือ เกิดสัญญาณซื้อในกราฟระยะสั้นเราค่อยซื้อดีกว่าสำหรับสามวันนี้
ปล. สัญญาเดือนสิงหาคมจะหมดอายุในวันพฤหัสนี้นะครับ อย่าลืม ท่านที่ติดในซีรีย์นี้มาอย่างยาวนานก็คงออกได้กันบ้างนะครับ



  

หรับตลาดหุ้นบ้านเราเมื่อวาน สัญญาฟิวเจอร์เดือนกันยายนแตะ 847แล้วทิ้งตัวช่วงปลายตลาด มาอยู่ระดับ ใกล้กับราคาเปิด
แนวโน้มกลับตัวลง ในกราฟรายวัน Sto ตัดลงแล้ว สำหรับแนวราคาคือหลุด 841 ลงมาก็ตั้งเป้าหลักไว้ที่ 830 ครับ ลงมาจะมีการดีดตัวเล่นขารีบาวด์ได้รอจังหวะนั้นครับ 
ถ้าไม่หลุด 841 ก็ต้องไปดูแนวต้านที่ 847 อีกรอบครับผม

มีความเคลื่อนครั้งใหญ่เข้ามาในตลาดฟิวเจอร์บ้านเรานะครับเริ่มใช้กันวันที่ 24 ตุลาคม ไว้บอกรายละเอียดอีกทีครับ



วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Morning guide 28.8.55


                ราคาทองพักตัวลงมาเล็กน้อย ต่ำสุดที่ 1662 ลงตามคาดแต่ลงมาน้อยนิดเท่านั้น ไม่หนำนะครับไม่หนำ
ยังควรจะลงมาอีกหน่อยครับ อย่างน้อย  RSI ราย 4 ชม.ก็ควรจะลงมาที่ 50 ทำให้ราคาน่าจะลงมาถึง 1652 - 1655 ที่เป็นเป้าหมาย เป็นอย่างน้อย แต่ถ้ามีสัญญาณซื้อเข้ามาในกราฟรายครึ่งชม.อาจเล่นเด้งได้นะครับ จุดซื้อ จุดขายต้องดูกันอีกทีครับ 
แนวต้านที่ 1668 1672 
แนวหนุนที่ 1645 1652 1658 1662




               ตลาดหุ้นบ้านเราขึ้นทดสอบแนวต้านเมื่อวานแล้วทิ้งตัวลงมา 5 จุดทันที มีสัญญาณหลุดแนวในกราฟราย ชม.ออกมา และ MACD ลุ้นตามสัญญาณอินดิเคเตอร์ก็มองลงนะครับ เป้าที่ 838 แต่ต้องลุ้นให้หลุด 842 เสียก่อน เป้าการพักตัวหลักอยู่ที่ 830 ครับ 
แนวต้าน 848 852 
แนวหนุนที่ 842 838 830



วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2555

มามั่ง/ไม่มามั่ง by นักขายหมูขอรับ(27.8.55)


ระยะสั้นชะลอตัวตามคาด แต่สร้างกรอบการพักตัวน้อยกว่าที่คิดไว้
ก็ยังยืนยันว่ามองระยะพักตัวระดับ 20-30 เหรียญ จึงควรสะสมเอสในกรอบ 1660-1680 ต่อไป
มองการ error ไม่เกิน 1700 และให้สัญญาณเตือนการลงเมื่อหลุึด 1670
ก็เอาเป็นว่า ถ้าราคาร่วงจริงแล้วกำไรขาเอสประมาณ $20 ก็ทยอยออกก่อนได้
ช่วงนี้เน้นเล่นรอบสั้น ขึ้นก็ขาย ลงก็ซื้อ
แต่เนื่องจากมีประชุมใหญ่ FED ศ.-อา. ก็อาจทำให้ราคาแกว่งเล่นไม่ยอมไปไหนก็ได้ ดังนั้น ถ้าเข้าตอนนี้อาจต้องทนถือไปด้วย


morning guide 27.8.55


ทองลอยติดลมบนที่ 1677 ในเช้านี้ ยังไม่ยอมตัดลง ในสัปดาห์นี้มีปัจจัยให้ทองย่อลงมาบ้าง ในวันพุธและศุกร์ อย่างไรก็ตามช่วงนี้เราจะตามตัวเลขเศรษฐกิจกันมากกว่าเดิม เพราะจะมีนัยยะมากกว่าช่วงที่ผ่านมา
ทางเทคนิค ท่านที่อยากให้ลงต้องลุ้นให้หลุดแนว 1665 ลงมาก่อนครับเพื่ออินดิเคเตอร์ดูอ่อนแรง มองเป้าหมายที่ 1645 1650 
สำหรับท่านที่ยังไม่อยากขาย ให้แนวหนุนที่ 1645 1660 ครับยังไม่หลุดแนวนี้ก็ยังถือได้








สำหรับตลาดหุ้นบ้านเรา เช้านี้สดใสพอควรหลังดาวน์โจนส์ปิดบวกได้ นิเคอิก็เปิดบวกตามมา 0.4 % แนวโน้มค่อนข้างทรงตัวสำหรับวันนี้ อาจเห็นย่อตัวได้ถึง 840 - 842 ถ้าทรงตัวที่ 847 ไม่ได้
และถ้าแรงดีอาจเห็น 852 อีกครั้งแรงขายต่างชาติดในสัปดาห์ที่แล้วที่ขายติดๆ กัน เป็นมุมมองเชิงลบ ไม่น่าไปต่อได้ไกล

Weekly Report 20 - 24 ส.ค. 55


พระเอกประจำสัปดาห์นี้คงไม่พ้นทองคำที่พุ่งทะยานราว 3.5 % มีเพียงดัชนีหุ้นบ้านเราเท่านั้นที่ยังทรงตัวในแดนบวกอยู่ได้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ราว 1 %  ส่วน Dollar Index ปรับตัวลงหนักสุดในกลุ่มที่เลือกมา คือลบไป 1.1 % ส่วนดัชนีหุ้นวอลล์สตรีทและเยอรมันก็ย่อตัวหลังจากรับข่าวดีจากทางยุโรปไปก่อนหน้าแล้ว


 ความสำคัญในสัปดาห์หน้านี้คงไม่พ้นวันพุธกับวันศุกร์นี้ เนื่องจากจะมีการรายงาน Beige Book และ เบอร์นันเก้ Speak หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาแพลมเรื่องความเป็นไปได้ที่จะทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมถ้าสถานการณ์ไม่ดีขึ้น มีประเด็นนิดหน่อยประกอบเพื่อให้เข้าใจ การออกมาตรการเพิ่มเติมต้องดูสองอย่างเพื่อเป็นสิ่งยืนยันว่าเป็นสิ่งที่ควรทำคือตัวเลขเศรษฐกิจกับเงินเฟ้อ เข้าใจว่าถ้าเงินเฟ้อต่ำกว่า 2 % และตัวเลขเศรษฐกิจไม่ดี ต้องบอกว่าเท่าที่ผ่านตัวเลขที่ผ่านมาดีพอใช้ได้ ไม่ได้เลวร้ายอะไร และเงินเฟ้อก็สูงกว่า 2 % ทำให้ถ้ามองด้วยเหตุผลยังไม่คิดว่าเฟดจะพูดอะไรไปมากกว่าเดิม ทำให้การเข้าใกล้ช่วงที่ลุงเบนจะพูดนั้นนักลงทุนจะต้องลดพอร์ต ลดความเสี่ยงในสัปดาห์นี้


ทิศทางราคาทองในภาพรวม เบรกกรอบแนวลงขึ้นมาทุกแนวแล้ว เหลือเพียงแนวต้านในภาพหลักที่ 1677 1724 1770 ทางด้านเทคนิคแล้ว RSI รายวัน ขึ้นมาแตะ 70 แล้ว กรอบแนวขึ้นที่ฟอร์มตัวมานานนี้ก็จวนเข้าขอบบนแล้ว อาจมีฟอร์มตัวก่อนลง หรือลงเลยก็ได้ สำหรับผมไว้หลุดกรอบ RSI ได้ผมจะเอสตาม ช่วงนี้คงต้องรอกระแสมันลดความร้อนแรงลงก่อน แนวหนุนหลักในช่วงนี้เค้าว่า 1645 

กลับมาที่บ้านเรา ฝรั่งขายสุทธิมาติดๆ กันหลายวันในสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้จะพยายามทรงตัวไว้ได้ก้ตาม


สำหรับทรงกราฟ SET Index Futures สัญญาเดือนกันยายน ทะลุกรอบแนวลงขึ้นมาเหมือนทอง แต่ติดยอดเดิมที่ 850 อินดิเคเตอร์อ่อนตัวแล้วมีโอกาสพักตัวก่อน แนวพักตัวก็อยู่แถว 840 830 820

              โดยรวมๆ สินทรัพย์หลายๆ ตัวฟื้นตัวได้ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กำลังจะเข้าสู่ช่วงพักตัว ทองขึ้นตามข่าวเฟด หุ้นตามข่าวยุโรป ซึ่งจะมีจุดหักเหในช่วงสัปดาห์หน้าและสัปดาห์ต่อไป ทั้งสองผู้ให้นโยบายธนาคารกลางได้ให้ความหวังไว้ก่อนหน้าว่าจะมายืนยันและทำตามที่ได้บอกไว้หรือไม่
             แถมท้ายนิดๆ เรื่องความคืบหน้าเรื่องเลือกตั้งสหรัฐ ได้ข่าวว่าโอบาม่านอนมาพอควร แต่ในสถานการณ์ที่ผลิกผัน รอมนี่ก็ได้ยืนยันว่าจะให้เบน เบอร์นันเก้เป็นประธานเฟดต่อไป ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้เบนกล้าที่จะทำอะไรมากขึ้นในช่วงนี้หลังจากเงียบไปครึ่งปี ก็ต้องตามดูและให้ความสำคัญกับตัวเลขเศรษฐกิจที่จะประกาศมากขึ้นครับ