วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Weekly Report 20 - 24 ส.ค. 55


พระเอกประจำสัปดาห์นี้คงไม่พ้นทองคำที่พุ่งทะยานราว 3.5 % มีเพียงดัชนีหุ้นบ้านเราเท่านั้นที่ยังทรงตัวในแดนบวกอยู่ได้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ราว 1 %  ส่วน Dollar Index ปรับตัวลงหนักสุดในกลุ่มที่เลือกมา คือลบไป 1.1 % ส่วนดัชนีหุ้นวอลล์สตรีทและเยอรมันก็ย่อตัวหลังจากรับข่าวดีจากทางยุโรปไปก่อนหน้าแล้ว


 ความสำคัญในสัปดาห์หน้านี้คงไม่พ้นวันพุธกับวันศุกร์นี้ เนื่องจากจะมีการรายงาน Beige Book และ เบอร์นันเก้ Speak หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาแพลมเรื่องความเป็นไปได้ที่จะทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมถ้าสถานการณ์ไม่ดีขึ้น มีประเด็นนิดหน่อยประกอบเพื่อให้เข้าใจ การออกมาตรการเพิ่มเติมต้องดูสองอย่างเพื่อเป็นสิ่งยืนยันว่าเป็นสิ่งที่ควรทำคือตัวเลขเศรษฐกิจกับเงินเฟ้อ เข้าใจว่าถ้าเงินเฟ้อต่ำกว่า 2 % และตัวเลขเศรษฐกิจไม่ดี ต้องบอกว่าเท่าที่ผ่านตัวเลขที่ผ่านมาดีพอใช้ได้ ไม่ได้เลวร้ายอะไร และเงินเฟ้อก็สูงกว่า 2 % ทำให้ถ้ามองด้วยเหตุผลยังไม่คิดว่าเฟดจะพูดอะไรไปมากกว่าเดิม ทำให้การเข้าใกล้ช่วงที่ลุงเบนจะพูดนั้นนักลงทุนจะต้องลดพอร์ต ลดความเสี่ยงในสัปดาห์นี้


ทิศทางราคาทองในภาพรวม เบรกกรอบแนวลงขึ้นมาทุกแนวแล้ว เหลือเพียงแนวต้านในภาพหลักที่ 1677 1724 1770 ทางด้านเทคนิคแล้ว RSI รายวัน ขึ้นมาแตะ 70 แล้ว กรอบแนวขึ้นที่ฟอร์มตัวมานานนี้ก็จวนเข้าขอบบนแล้ว อาจมีฟอร์มตัวก่อนลง หรือลงเลยก็ได้ สำหรับผมไว้หลุดกรอบ RSI ได้ผมจะเอสตาม ช่วงนี้คงต้องรอกระแสมันลดความร้อนแรงลงก่อน แนวหนุนหลักในช่วงนี้เค้าว่า 1645 

กลับมาที่บ้านเรา ฝรั่งขายสุทธิมาติดๆ กันหลายวันในสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้จะพยายามทรงตัวไว้ได้ก้ตาม


สำหรับทรงกราฟ SET Index Futures สัญญาเดือนกันยายน ทะลุกรอบแนวลงขึ้นมาเหมือนทอง แต่ติดยอดเดิมที่ 850 อินดิเคเตอร์อ่อนตัวแล้วมีโอกาสพักตัวก่อน แนวพักตัวก็อยู่แถว 840 830 820

              โดยรวมๆ สินทรัพย์หลายๆ ตัวฟื้นตัวได้ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กำลังจะเข้าสู่ช่วงพักตัว ทองขึ้นตามข่าวเฟด หุ้นตามข่าวยุโรป ซึ่งจะมีจุดหักเหในช่วงสัปดาห์หน้าและสัปดาห์ต่อไป ทั้งสองผู้ให้นโยบายธนาคารกลางได้ให้ความหวังไว้ก่อนหน้าว่าจะมายืนยันและทำตามที่ได้บอกไว้หรือไม่
             แถมท้ายนิดๆ เรื่องความคืบหน้าเรื่องเลือกตั้งสหรัฐ ได้ข่าวว่าโอบาม่านอนมาพอควร แต่ในสถานการณ์ที่ผลิกผัน รอมนี่ก็ได้ยืนยันว่าจะให้เบน เบอร์นันเก้เป็นประธานเฟดต่อไป ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้เบนกล้าที่จะทำอะไรมากขึ้นในช่วงนี้หลังจากเงียบไปครึ่งปี ก็ต้องตามดูและให้ความสำคัญกับตัวเลขเศรษฐกิจที่จะประกาศมากขึ้นครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น